• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก วีดีโอ คลิปกิจกรรมมูลนิธิสืบนาคะเสถียร [VIDEO] คนรุ่นใหม่ "หัวใจรักษ์ป่า" กู้วิกฤต "เขาหัวโล้น"

[VIDEO] คนรุ่นใหม่ "หัวใจรักษ์ป่า" กู้วิกฤต "เขาหัวโล้น"

อีเมล พิมพ์ PDF

จังหวัดน่านการกู้วิกฤตเขาหัวโล้น จะเป้นแค่กระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจกับปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดน่านที่เห็นภาพภูเขาหัวโล้นอยู่เป็นจำนวนมาก จากกระแสเรื่องนี้บุคคลมีชื่อเสียงหลายคนประกาศตัวที่จะช่วยกันปลูกป่าน่าน ซึ่งไม่ใช่แค่การปบริจาคเงินแต่จะลงพื้นที่กันไปปลูกกันจริงๆ


แต่ในทางปฏิบัติสามารถทำได้ง่ายหรือไม่ ถ้าเกิดว่าการปลูกป่ายังเป็นเรื่องคู่ขนานกับการทำลาย... ชวนชมรายการตอบโจทย์ ตอน คนรุ่นใหม่ "หัวใจรักษ์ป่า" กู้วิกฤต "เขาหัวโล้น" พูดคุยกับ สุหฤท สยามวาลา กลุ่มผู้เคลื่อนไหวปลูกป่า จ.น่าน อนันตา อินทรอักษร ตัวแทนกลุ่ม Big Trees และภานุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ออกอากาศเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 ทางช่อง ThaiPBS

 

>
ความท้าทายของารปลูกป่าที่จังหวัดน่านคืออะไร ถ้าเราไปปลูกแล้วสุดท้ายก็ยังเห็นภาพเขาหัวโล้นวนกลับมาอีก

เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร : สิ่งที่อยากสะท้อนออกมาจากกรณีจังหวัดน่าน ผมคิดว่ามีประเด็นที่เราต้องพิจารณาร่วมกันก่อนจะลงไปในพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดน่านโดยส่วนใหญ่มีภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงชัน ลักษณะของพื้นที่ต้นน้ำส่วนใหญ่ก็อยู่ในจังหวัดน่าน การที่มีคนเข้าไปใช้ประโยชน์ทำการเกษตรก็จะเห็นว่าเป็นการทำเกษตรบนพื้นที่สูง ภาพที่ออกมาจึงดูค่อนข้างแรง แต่ว่าพื้นที่โดยรวมของจังหวัดน่านยังถือว่ามีพื้นที่ป่าเหลืออยู่เยอะ เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เคยเป็นป่าและถูกแปรสภาพเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์จึงควรมีวิธีเข้าไปจัดการตรงนี้

โดยส่วนของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มองว่า ต้องมีการจัดการทุกกระบวนการ ตั้งแต่พื้นที่ที่ยังมีป่าอยู่ จะทำอย่างไรให้พื้นที่ที่ยังมีป่าเหลืออยู่เกิดการดูแลรักษาที่เข้มข้นมากขึ้น มีการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน และมีนโยบายที่เอื้อต่อการดูแลรักษาป่าอย่างจริงจัง รวมทั้งการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการทำงาน ผมคิดว่ารัฐจะต้องมองเห็นปัญหาตรงส่วนนี้ในฐานะที่ตัวเองเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงจะต้องทำอะไรสักอย่าง

ส่วนพื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่ป่าแล้วมีการเข้าไปใช้ประโยชน์ ต้องมีการพิจารณาตามกฎหมายขอคืนพื้นที่เพื่อปล่อยคืนสู่สภาพป่า และจะทำอย่างไรถึงจะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชุมชนและดึงให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากร ทั้งปลูกป่าควบคู่กับพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ตัวเองด้วย แต่บางพื้นที่ที่ชุมชนใช้ประโยชน์ถูกต้องมาเป็นระยะยาวส่วนนี้อาจเป็นกระบวนการที่ต้องขอความร่วมมือในการฟื้นฟูดูแลร่วมกัน ซึ่งคงต้องเร่งปลูกป่าในใจคนให้เขามีความรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตัวเขาก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่ไปบุกรุกป่าแต่ก็อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ เพราะจังหวัดน่านทั้งจังหวัดถือว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำ

ในการฟื้นฟูป่ามีข้อถกเถียงกันในทางปฏิบัติว่าทำอย่างไรถึงจะได้ผลมากกว่า
เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร : การรักษาป่าที่ดีที่สุดคือการรักษาให้มันคงอยู่โดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ในบางพื้นที่มันมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยเสริมเพื่อที่จะทำให้สามารถอยู่ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บางพื้นที่มีปัญหาเรื่องไฟป่า จะทำอย่างไรถึงจะรักษาป่าที่ปลูกได้ หรือบางพื้นที่ที่ไม่มีแม่พันธุ์ไม้เหลืออยู่ในพื้นที่อีกแล้วก็ต้องมีความจำเป็นในการนำจากภายนอกเข้าไปเสริม แต่การปลูกไม่ได้หมายความว่าจะใช้วิธีเหมือนกันทำนาข้าวหรือว่าปลูกแบบทำสวนที่จะหยอดเรียงตรงกันทั้งหมด หรือเป็นพืชชนิดเดียวกันทั้งหมด รูปแบบของการปลูกป่ามันไม่เหมือนทำสวนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีสภาพคล้ายกับป่ามากที่สุด เราอาจไม่ต้องปลูกทั้งหมด แต่ปล่อยให้ธรรมชาติกระจายพันธุ์โดยตัวเขาเอง

แต่ประเด็นเรื่องป่าในทุกวันนี้จะมีคนเข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อปลูกไปแล้วก็อาจมีคนเข้าไปใช้ประโยชน์ เพราะส่วนหนึ่งท้องเขายังหิวอยู่ และอีกส่วนถ้ารัฐไม่เข้าไปบริหารจัดการให้มันมีระบบที่ดี สุดท้ายก็จะเกิดการเปลี่ยนสภาพไปได้โดยง่าย มันเป็นปัจจัยที่ทำให้การดูแลพื้นที่ป่าน่านคงไม่ใช่เรื่องของคนใดเพียงคนหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องดูแลร่วมกัน โดยแต่ละคนมีหน้าที่อะไร อย่างเราเป็นคนกรุงเทพฯ อาจไม่ได้เป็นคนปลูกต้นไม้อยู่แล้ว แต่เราสามารถมีส่วนร่วมในเรื่องของการสนับสนุน อุปกรณ์ เติมกำลังใจ เติมสิ่งที่พื้นที่ขาด อันนี้ก็เป็นเรื่องมที่คนเมืองจะช่วยคนในพื้นที่ได้ ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ก็ต้องมีความรู้สึกที่อยากจะทำให้บ้านเรากลับคืนมาสู่สภาพที่เคยเป็นเหมือนก่อนด้วย เพราะปัจจุบันทุกพื้นที่มันขาดความสมดูลอยู่แล้ว ทรัพยากรธรรมชาติก็ค่อยๆ ลดลง และเราก็กำลังต่อสู้กับกระแสการบริโภคที่ค่อนข้างแรง

เรามีความหวังในการฟื้นฟูป่าอย่างไร
เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร : จริงๆ แล้วเรามีความหวังมาตลอดกับคนทุกๆ รุ่น เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นเรื่องที่เราคุ้นชินจนอาจละเลยมัน แต่ว่าวันหนึ่งเมื่อเขาส่งเสียงเตือน มันก็ทำให้ทุกๆ คนรู้สึกแล้วว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญ และสิ่งที่ทุกคนกำลังทำอยู่ในวันนี้คือการเริ่มต้น จริงๆ เราเริ่มมานานแล้วแต่พอรูปธรรมของปัญหามันเกิดความชัดเจนขึ้นก็ต้องเร่งทำอะไรสักอย่างที่จะฟื้นฟูดูแลทรัพยากรเอาไว้ให้ได้

ในส่วนของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร คงจะเรียกร้องอยู่ 2 ส่วน อย่างแรกคือ อยากให้รัฐแสดงความรับผิดชอบที่จะออกมาช่วยกัน เราอยากให้คนที่เราเสียภาษีให้ออกมาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ถ้าขาดอะไรเราก็จะเข้าไปช่วยกันเติมได้ เพราะสุดท้ายแล้วพอคนกรุงเทพฯ กลับบ้าน เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ก็จะยังต้องดูแลรักษากันต่อไป ทำอย่างไรเขาถึงจะมีประสิทธิภาพ มีขวัญกำลังใจในการดูแลรักษาทรัพยากรให้กับคนไทยทุกๆ คน ส่วนที่ 2 คือ คนในพื้นที่ ผมคิดว่ากลุ่มต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่น่าน รวมถึงในหลายๆ พื้นที่ ตอนนี้อาจยังเป็นกลุ่มที่เล็กๆ ต้องการวันที่จะบ่มเพาะให้เติบโตขึ้นมา เราก็ต้องช่วยเติมปุ๋ยเติยน้ำให้ และทำอย่างไรให้กลุ่มเหล่านี้เกิดขึ้นในทุกๆ พื้นที่หรือว่าหาเจ้าภาพร่วมเพื่อให้แต่ละพื้นที่มีกลุ่มคนที่จะขึ้นมาดูแลรักษาทรัพยากรตรงนี้ แล้วรัฐเองก็ควรมีบทบาทสำคัญในการเข้าไปช่วยส่งเสริมสนับสนุนเขา นอกจากนั้นก็เป็นส่วนภาคประชาชนหรือคนในเมืองที่จะเข้าไปช่วยได้

ผมเชื่อว่าป่าเขาอยู่ของเขาได้ ถ้าเราไม่เข้าไปยุ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเราไปกวนเขามากเกินไป

 

รับข่าวสาร