• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ คิดยกกำลัง 2 : ปลูกป่า จ.น่าน กำหนดพื้นที่และการดูแลรักษา

คิดยกกำลัง 2 : ปลูกป่า จ.น่าน กำหนดพื้นที่และการดูแลรักษา

อีเมล พิมพ์ PDF
จังหวัดน่านทั้งจังหวัดมีพื้นที่ประมาณ 7 ล้านไร่ วันนี้เหลือป่าอยู่ประมาณ 4,653,000 ไร่
หรือประมาณ 60% ของพื้นที่จังหวัด ส่วนที่หายไปมาจากการใช้พื้นที่ในการปลูกข้าวโพด
เป็นหลัก ประมาณ 850,000 - 900,000 ไร่
เรื่องนี้มีคนตั้งคำถามใน Social Media ว่าคนรับผิดชอบหายไปไหน ซึ่งทางผู้
ว่าราชการจังหวัดได้ออกมาตอบโต้ว่าแทนที่จะเป็นนักเลงคีย์บอร์ดก็มาช่วยกันปลูกป่า
800,000 ไร่กันไหม และก็มีข่าวว่าคุณโจอี้บอยจะบริจาคเงิน 500,000 บาทเพื่อให้นำไป
ปลูกป่า
เมื่อประเมินจากพื้นที่ทั้งหมด 800,000 ไร่ หากนำเงินที่คุณโจอี้บอยบริจาคเราจะปลูกป่า
ได้ประมาณ 100 ไร่ เพราะการปลูกป่าไม่ใช่แค่การเอากล้าไม้ไปปลูก แต่ยังมีขั้นตอนการ
ดูแลรักษา น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 3-5 ปี
โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอยู่ที่ไร่ละ 5,000 บาท เมื่อนำต้นทุน 500,000 บาท
มาคำรวนกับเวลา 5 ปี จะสามารถปลูกได้ 100 ไร่ ซึ่งห่างไกลมากกับ 800,000 ไร่
แต่ปัญหาสำคัญจริงๆ คือ จะให้ไปปลูกที่ไหน เพราะเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ เราสามารถ
ทวงคืนพื้นที่เพื่อใช้ปลูกป่าได้ทั้ง 800,000 ไร่หรือไม่ ซึ่งคงทำไม่ได้ เพราะเป้าหมายทั้ง
ประเทศในนโยบายทวงคืนผืนป่าจะทวงคืนแค่ 600,000 ไร่ แต่น่านจังหวัดเดียวมีพื้นที่ตั้ง
800,000 ไร่
หรือจะเป็นการเดินเข้าไปในไร่ของชาวบ้านที่ยังมีข้าวโพดอยู่ แล้วจะไปปลูกส่วนไหนของ
เขา
ถึงตรงนี้ตั้งคำถามกับกรมป่าไม้ซึ่งทำให้ป่าหายไปเยอะ ใน 800,000 ไร่ เป็นพื้นที่
ของกรมป่าไม้ 500,000 ไร่ เป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอีก
300,000 ไร่ ที่ผ่านมาทั้ง 2 กรมปล่อยให้เขาไปถางได้อย่างไร
สมมติว่าผมเป็นคนไปถางป่าและทำข้าวโพดมาสักเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนี้มันก็เหมือนเป็นที่
ของผมแล้ว แล้วอยู่ดีๆ ถ้าจะให้ผมออกจากพื้นที่ก็ต้องจับกุมผม มีการฟ้องร้อง ผมก็ต้องสู้
คดีจนผมติดคุกแล้วจึงค่อยมายึดที่ผมไปปลูก ก็อาจจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในพื้นที่อีก
ซึ่งเราไม่ทราบว่าข้อมูลพื้นที่ทั้ง 800,000 ไร่นั้นที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ถูกถยึดครองมา
แบบนี้ทั้งหมดหรือเปล่า แล้วพื้นที่ที่เดินเข้าไปแล้วช่วยกันปลูกได้จริงมันมีกี่ไร่
อย่างไรก็ตามพื้นที่ป่าของจังหวัดน่านก็ต้องมีการดูแลและฟื้นฟูอย่างจริงจัง คือ ต้องเข้าไป
ให้ถูกวิธี ว่าจะทำอย่างไรในพื้นที่ตรงไหน ถ้าเราจะไปปลูกป่าแล้วคนที่เขาทำข้าวโพดอยู่จะ
ให้เขาไปทำอะไร กรณีพื้นที่กรมอุทยานฯ เป็นผู้รับผิดชอบมีข้อกฎหมายที่จำกัด สมมติว่า
จะให้ปลูกไม้แล้วไปตัดใช้สอยมันก็ผิดกฎหมายอุทยานฯ อีก จะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร
ซึ่งนี่เป็นเรื่องในระดับนโยบาย แต่ถ้ากรณีเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ให้ปลูกเป็นวนเกษตรได้
ไหม หรือปลูกเป็นไม้ใช้สอยแล้วตัดฟันตามแบบวนวิทยาเป็นสวนป่า หรือตั้งเป็นกองทุน
พันธบัตรป่าไม้ แล้วให้เกิดหน่วยงานที่จะทำงานกับกรมป่าไม้ขึ้นมาเพื่อที่จะไปปลูกป่า
เพราะข้อกฎหมายของกรมป่าไม้คือปลูกแล้วใช้สอยได้ แต่กรมอุทยานนี้ไม่ได้ เรื่องมันซับ
ซ้อนมาก และต้องการการผลักดันเชิงนโยบายจากรัฐบาล
ปัญหาในตอนนี้พอป่ามันลด เราคิดแค่ว่าต้องไปช่วยกันปลูกป่า แต่ปัญหามันซับซ้อนกว่านั้น
เรื่องที่ต้องก็คือ พอเรารู้ว่าป่าถูกทำลายไปมาก อย่างวันนี้เหลืออีกตั้ง 4,000,000 ไร่ เรา
จะทำอย่างไรที่จะรักษาตรงนี้ไว้ให้ได้ ไม่ให้เสียไปอีกสักไร่เดียว
เรื่องการดูแลรักษาพื้นที่ของกรมอุทยานฯ ในแต่ละปีมีการบุกรุกไม่มาก เพราะมีหน่วย
พิทักษ์ป่าคอยดูแล แต่พื้นที่ของกรมป่ามีหน่วยป้องกันดูแลน้อยกว่ากรมอุทยานฯ มาก ซึ่งจะ
โทษกรมป่าไม้ก็ไม่ได้ เพราะทรัพยากรบุคคล งบประมาณ ค่าน้ำมันรถ อาวุธ หรือแม้แต่
ข้อมูลพื้นที่มีไม่พร้อม เพราะว่ากรมป่าไม้เป็นกรมที่รัฐบาลไม่ค่อยดูแล ก็ต้องไปเพิ่ม
ประสิทธิภาพให้กรมป่าไม้ทั้งระบบ ซึ่งผมอยากเรียกร้องให้กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อมปฏิรูปและช่วยเหลือกรมป่าไม้ ส่วนของกรมอุทยานฯ นั้นเขาดูแลตัวของเขาเองได้
ดูแลพื้นที่ป่าได้ เพิ่มการกวดขันอีกสักหน่อย อาศัยประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา จะตั้งใครมา
เป็นอธิบดีก็ต้องเข้มแข็ง และก็ทำงานกับผู้คนได้ กรมป่าไม้เองก็เช่นกัน
ส่วน คสช. หรือรัฐบาลก็ต้อง "เลือก" รัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อม วันนี้พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ยังเข้มแข็งอยู่ ถ้าหากเกิดเปลี่ยนเป็นการเมืองก็
ต้องเลือกรัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็นผู้ที่อยู่ใน
ความสนใจของสาธารณชนให้เหมือนกระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ ที่ผ่าน
มาใครมาเป็นรัฐมนตรีไม่เคยมีใครรู้เลย สื่อมวลชนก็ต้องจับตาเรื่องนี้เพื่อให้เกิดการคัดสรร
ตลอดจนต้องจับตาว่าจะตั้งใครเป็นอธิบดีกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ มันถึงจะป้องกันและ
รักษาป่าได้ เพื่อที่จะไปเสริมประสิทธิภาพหน่วยป้องกันและรักษาป่า โดยเฉพาะกรมป่าไม้
ที่ต้องย้ำเป็นพิเศษ
ภาพประกอบจาก http://thaipublica.org/
จังหวัดน่านจังหวัดน่านทั้งจังหวัดมีพื้นที่ประมาณ 7 ล้านไร่ วันนี้เหลือป่าอยู่ประมาณ 4,653,000 ไร่ หรือประมาณ 60% ของพื้นที่จังหวัด ส่วนที่หายไปมาจากการใช้พื้นที่ในการปลูกข้าวโพดเป็นหลัก ประมาณ 850,000 - 900,000 ไร่ เรื่องนี้มีคนตั้งคำถามใน Social Media ว่าคนรับผิดชอบหายไปไหน ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ออกมาตอบโต้ว่าแทนที่จะเป็นนักเลงคีย์บอร์ดก็มาช่วยกันปลูกป่า 800,000 ไร่กันไหม และก็มีข่าวว่าคุณโจอี้บอยจะบริจาคเงิน 500,000 บาทเพื่อให้นำไปปลูกป่า

เมื่อประเมินจากพื้นที่ทั้งหมด 800,000 ไร่ หากนำเงินที่คุณโจอี้บอยบริจาคเราจะปลูกป่าได้ประมาณ 100 ไร่ เพราะการปลูกป่าไม่ใช่แค่การเอากล้าไม้ไปปลูก แต่ยังมีขั้นตอนการดูแลรักษา ซึ่งน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 3-5 ปี โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอยู่ที่ไร่ละ 5,000 บาท เมื่อนำต้นทุน 500,000 บาท มาคำนวนกับเวลา 5 ปี จะสามารถปลูกได้ 100 ไร่ ซึ่งห่างไกลมากกับ 800,000 ไร่

แต่ปัญหาสำคัญจริงๆ คือ จะให้ไปปลูกที่ไหน เพราะเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ เราสามารถทวงคืนพื้นที่เพื่อใช้ปลูกป่าได้ทั้ง 800,000 ไร่หรือไม่ ซึ่งคงทำไม่ได้ เพราะเป้าหมายทั้งประเทศในนโยบายทวงคืนผืนป่าจะทวงคืนแค่ 600,000 ไร่ แต่น่านจังหวัดเดียวมีพื้นที่ตั้ง 800,000 ไร่ หรือจะเป็นการเดินเข้าไปในไร่ของชาวบ้านที่ยังมีข้าวโพดอยู่ แล้วจะไปปลูกส่วนไหนของเขา

ถึงตรงนี้ขอตั้งคำถามกับกรมป่าไม้ซึ่งทำให้ป่าหายไปเยอะ ใน 800,000 ไร่ เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ 500,000 ไร่ เป็นของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอีก 300,000 ไร่ ที่ผ่านมาทั้ง 2 กรมปล่อยให้เขาไปถางได้อย่างไร

สมมติว่าผมเป็นคนไปถางป่าและทำข้าวโพดมาสักเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนี้มันก็เหมือนเป็นที่ของผมแล้ว แล้วอยู่ดีๆ ถ้าจะให้ผมออกจากพื้นที่ก็ต้องจับกุมผม มีการฟ้องร้อง ผมก็ต้องสู้คดีจนผมติดคุกแล้วจึงค่อยมายึดที่ผมไปปลูก ก็อาจจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในพื้นที่อีก ซึ่งเราไม่ทราบว่าข้อมูลพื้นที่ทั้ง 800,000 ไร่นั้นที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ถูกถยึดครองมาแบบนี้ทั้งหมดหรือเปล่า แล้วพื้นที่ที่เดินเข้าไปแล้วช่วยกันปลูกได้จริงมันมีกี่ไร่

จังหวัดน่าน

อย่างไรก็ตามพื้นที่ป่าของจังหวัดน่านก็ต้องมีการดูแลและฟื้นฟูอย่างจริงจัง คือ ต้องเข้าไปให้ถูกวิธี ว่าจะทำอย่างไรในพื้นที่ตรงไหน ถ้าเราจะไปปลูกป่าแล้วคนที่เขาทำข้าวโพดอยู่จะให้เขาไปทำอะไร กรณีพื้นที่กรมอุทยานฯ เป็นผู้รับผิดชอบมีข้อกฎหมายที่จำกัด สมมติว่าจะให้ปลูกไม้แล้วไปตัดใช้สอยมันก็ผิดกฎหมายอุทยานฯ อีก จะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไรซึ่งนี่เป็นเรื่องในระดับนโยบาย แต่ถ้ากรณีเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ให้ปลูกเป็นวนเกษตรได้ไหม หรือปลูกเป็นไม้ใช้สอยแล้วตัดฟันตามแบบวนวิทยาเป็นสวนป่า หรือตั้งเป็นกองทุนพันธบัตรป่าไม้ แล้วให้เกิดหน่วยงานที่จะทำงานกับกรมป่าไม้ขึ้นมาเพื่อที่จะไปปลูกป่า เพราะข้อกฎหมายของกรมป่าไม้คือปลูกแล้วใช้สอยได้ แต่กรมอุทยานนี้ไม่ได้ เรื่องมันซับซ้อนมาก และต้องการการผลักดันเชิงนโยบายจากรัฐบาล

ปัญหาในตอนนี้พอป่ามันลด เราคิดแค่ว่าต้องไปช่วยกันปลูกป่า แต่ปัญหามันซับซ้อนกว่านั้น เรื่องที่ต้องทำก็คือ พอเรารู้ว่าป่าถูกทำลายไปมาก อย่างวันนี้เหลืออีกตั้ง 4,000,000 ไร่ เราจะทำอย่างไรที่จะรักษาตรงนี้ไว้ให้ได้ ไม่ให้เสียไปอีกสักไร่เดียว เรื่องการดูแลรักษาพื้นที่ของกรมอุทยานฯ ในแต่ละปีมีการบุกรุกไม่มาก เพราะมีหน่วยพิทักษ์ป่าคอยดูแล แต่พื้นที่ของกรมป่ามีหน่วยป้องกันดูแลน้อยกว่ากรมอุทยานฯ มาก ซึ่งจะโทษกรมป่าไม้ก็ไม่ได้ เพราะทรัพยากรบุคคล งบประมาณ ค่าน้ำมันรถ อาวุธ หรือแม้แต่ข้อมูลพื้นที่มีไม่พร้อม เพราะว่ากรมป่าไม้เป็นกรมที่รัฐบาลไม่ค่อยดูแล ก็ต้องไปเพิ่มประสิทธิภาพให้กรมป่าไม้ทั้งระบบ ซึ่งผมอยากเรียกร้องให้กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปฏิรูปและช่วยเหลือกรมป่าไม้ ส่วนของกรมอุทยานฯ นั้นเขาดูแลตัวของเขาเองได้ ดูแลพื้นที่ป่าได้ เพิ่มการกวดขันอีกสักหน่อย อาศัยประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา จะตั้งใครมาเป็นอธิบดีก็ต้องเข้มแข็ง และก็ทำงานกับผู้คนได้ กรมป่าไม้เองก็เช่นกัน

ส่วน คสช. หรือรัฐบาลก็ต้อง "เลือก" รัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันนี้พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ยังเข้มแข็งอยู่ ถ้าหากเกิดเปลี่ยนเป็นการเมืองก็ต้องเลือกรัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็นผู้ที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนให้เหมือนกระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ ที่ผ่านมาใครมาเป็นรัฐมนตรีไม่เคยมีใครรู้เลย สื่อมวลชนก็ต้องจับตาเรื่องนี้เพื่อให้เกิดการคัดสรร ตลอดจนต้องจับตาว่าจะตั้งใครเป็นอธิบดีกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ มันถึงจะป้องกันและรักษาป่าได้ เพื่อที่จะไปเสริมประสิทธิภาพหน่วยป้องกันและรักษาป่า โดยเฉพาะกรมป่าไม้ที่ต้องย้ำเป็นพิเศษ



ภาพประกอบจาก http://thaipublica.org/

 

รับข่าวสาร