• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ คิดยกกำลัง 2 : ถอดบทเรียน "พีพีโมเดล" ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

คิดยกกำลัง 2 : ถอดบทเรียน "พีพีโมเดล" ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

อีเมล พิมพ์ PDF

ปะการังเราอาจคิดว่าการท่องเที่ยวนั้นมีแต่ด้านดี สามารถนำเงินเข้าประเทศได้มหาศาล แต่เรามักไม่คิดถึงต้นทุนที่จะสูญเสียไป เราอาจมองว่าปัจจุบันมีโครงการ CSR มีงานจิตอาสา หากอะไรเสียหายก็จะเข้าไปช่วยกันซ่อมแซม ปะการังเสียเราก็จะไปปลูกปะการังกัน แต่จริงๆ แล้วในบางพื้นที่ทำกิจกรรมแบบนี้มานานแต่ไม่สำเร็จ เพราะไม่ใช่ทุกที่ที่จะสามารถทำได้ อะไรที่เสียไปแล้วก็อาจเรียกคืนกลับมาไม่ได้


ที่ผ่านมา เมื่อสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งสูญเสียเราก็จะเดินทางไปยังแห่งใหม่ที่ยังไม่โดนทำลาย แต่ตอนนี้สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลไม่เหลือแล้ว สามารถดูได้จากข้อมูลสัดส่วนปะการังจากกรมทรัพยากรธรณีชายฝั่ง ตั้งแต่ปี 2538 - 2541 เป็นการสำรวจช่วงแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้วพบว่ายังมีปะการังอยู่มาก เช่นเดียวกับในช่วงที่สองของการสำรวจก็ยังดีอยู่ แต่พอมาช่วงการสำรวจในปี 2554 จำนวนปะการังลดลงเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันกลับมีการส่งเสริมเพิ่มศักยภาพในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เช่น ในปี 2558 เรามีนักท่องเที่ยว 30 ล้านคน ในปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 36 ล้านคน และเป้าหมายในปี 2561 จะต้องมีมากกว่า 50 ล้านคน ลองทบทวนดูว่าในปี 2558 ปะการังลดหายไปขนาดนี้แล้วในปีต่อไปจะหายไปขนาดไหน

ในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ยกตัวอย่างเกาะพีพี ยังดีที่มีคนกวดขัน เข้าไปจี้ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำงาน จนฟื้นฟูให้ดีขึ้น แต่พื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติฯ เราจะยอมให้มันพังไปหมดเลยอย่างนั้นหรือ

การแก้ปัญหา ภาครัฐต้องมีนโยบายลงมาก่อนในด้านการท่องเที่ยว และต้องมีมาตรการในการป้องกัน ฟื้นฟู ดูแลตามมาให้ครบทุกพื้นที่

ปะการัง

อย่างแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันที่ระบบนิเวศทางทะเลเชื่อมต่อถึงกันหมด จะทำอย่างไรถึงจะมีการจัดการร่วมกัน การแบ่งโซนนิ่งต่างๆ ซึ่งในหลายพื้นที่ก็มีการแบ่งโซนอยู่แล้ว อย่างเช่น พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมทำงานอย่างไร พื้นที่ของกรมประมงที่มีหน้าที่รักษาพืชพันธุ์ได้ทำงานหรือไม่ พื้นที่ที่ห้ามอวนลากอวนรุนเข้ามีความเข้มงวดกวดขันกันแค่ไหน ถ้าเกิดการปฏิบัติตามโซนนิ่งอย่างแท้จริง ระบบนิเวศมันจะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมา

ซึ่งในการแก้ไขปัญหาจริงๆ แล้วไม่ใช่เพียงหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพียงที่เดียว แต่ต้องทำงานกันในรูปแบบภูมิภาค มีกระทรวง ทบวง กรม เข้ามารักษาต้นทุนการท่องเที่ยวตรงนี้เอาไว้ให้ได้

การจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอาจทำได้ แต่ต้องมีการเพิ่มเติมเรื่องมาตรการหรือกระบวนการที่จะดูแลต้นทุนทางทะเลเอาไว้ด้วย

 

 

รับข่าวสาร