• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ วิกฤตที่กำลังจะเกิดในแอนตาร์กติกา

วิกฤตที่กำลังจะเกิดในแอนตาร์กติกา

อีเมล พิมพ์ PDF
ในยุคของมิโอซีนแรกเริ่ม อุณหภูมิของโลกอุ่นกว่านี้ 10 องศาและระดับน้ำในมหาสมุทรสูงกว่านี้ 50 ฟุต – หรือเหนือระดับพื้นดินของมหานครนิวยอร์ก โตเกียว และเบอร์ลิน
เป็นเวลาเนิ่นนานกว่า 16 ล้านปีมาแล้วจึงทำให้ยุคสมัยเปลี่ยนไป หากแต่ยังคงมีความคล้ายคลึงอย่างหนึ่งบนโลกที่พวกเราล้วนอาศัยอยู่: อากาศยังคงบรรจุจำนวนเดียวกันของก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ การคู่ขนานกันเช่นนี้สร้างความกังวลใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของแผ่นน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลกใต้แอนตาร์กติกา ตามที่รายงานไว้ในงานตีพิมพ์ของ Proceedings of the National Academy of Sciences
เท่าที่ทราบกัน ธารน้ำแข็งของบริเวณขั้วโลกใต้มีขนาดเท่ากับประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเม็กซิโกรวมกัน โดยบริเวณดังกล่าวกักเก็บน้ำไว้เพียงพอที่จะเพิ่มระดับน้ำทะเลบนโลกราว 180 ฟุต และแม้ว่าไม่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างถาวรที่นั่น แต่สิ่งที่เกิดที่บริเวณขั้วโลกใต้ส่งผลกระทบถึงทุกๆคน Aradhna Tripati กล่าว ผู้เป็นนักธรณีเคมีของ Institute of the Environment and Sustainability ของ UCLA ที่มีส่วนร่วมในงานวิจัย
“แผนน้ำแข็งเปรียบเสมือนที่เก็บน้ำขนาดใหญ่” ธริพาตีกล่าว “เมื่อน้ำแข็งเริ่มะละลาย น้ำจะไหลลงสู่มหาสมุทรและระดับน้ำทะเลก็จะสูงขึ้น”
การวิจัยถือเป็นการค้นพบ/การเปิดเผยครั้งล่าสุดของโครงการ ANDRILL ซึ่งมีมูลค่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐที่เน้นไปยังบริเวณ ขั้วโลกใต้ งานวิจัยฉบับนี้ได้ลงทุนลงแรงความพยายามยาวนานถึง 12 ปี จึงทำให้มีจำนวนนักวิจัยร่วม 100 รายจาก 7 ประเทศ นักวิจัยของ ANDRILL เป็นคนกลุ่มแรกที่เจาะหลุมบนชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งและน้ำแข็งในทะเลบริเวณขั้วโลกใต้ เพื่อหาตัวอย่างของน้ำในมหาสมุทรเบื้องล่าง
การวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ชั้นต่างๆของน้ำแข็ง - หรือส่วนของแผ่นน้ำแข็งที่ขยายตัวเหนือมวลน้ำ – เป็นส่วนที่เปราะบางต่อแม้แต่การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของก๊าซเรือนกระจก หากแต่การวิจัยครั้งนี้ซึ่งเขียนรายงานโดยริชาร์ด เลวี่ จาก GNS Science ที่เป็นองค์กรวิจัยสัญชาตินิวซีแลนด์ เป็นคนแรกที่แสดงให้เห็นว่า ธารน้ำแข็งบนผืนดินขนาดมหึมาก็เป็นส่วนที่เปราะบางด้วยเช่นกัน
เดวิด ฮาร์วู้ด ผู้ศึกษาฟอสซิลของพืชและสัตว์ในยุคโบราณจาก University of Nebraska และเป็นผู้นำงานวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการคือการสำรวจว่า สิ่งแวดล้อมยุคก่อนประวัติศาสตร์บอกอะไรแก่เราได้บ้างเกี่ยวกับยุคสมัยใหม่ของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ
“เรากำลังขุดเจาะย้อนไปในอดีตเพื่อให้เข้าใจอนาคตและเข้าใจว่าโลกของเราเป็นพลวัตรอย่างไร” เขากล่าว
เพื่อสามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ นักวิจัยจับเอาเครื่องมือขุดเจาะน้ำหนัก 90 ตันวางบนผืนน้ำแข็งในทะเลที่ลอยตัวอยู่ใน McMurdo Sound สถานที่ซึ่งสภาพการณ์ต่างๆ น่าจะรุนแรงเอาการ อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนสิงหาคมคือติดลบ 23 องศาฟาเรนไฮท์ และลมพายุรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้เพียงชั่วพริบตา ด้วยการใช้หัวเจาะแบบ diamond-tipped tubular ทำให้นักวิจัยสามารถขุดผ่านน้ำแข็งที่ความหนา 24 ฟุต มวลน้ำ 1,200 ฟุค และพื้นมหาสมุทรลึก 3,300 ฟุตได้ ตัวอย่างของหินที่พวกเขาเก็บมาได้ คือ รายงานที่เป็นไปตามลำดับเวลาของสภาพการณ์ต่างๆ ของสิ่งแวดล้อมที่มีอายุถอยหลังกลับไปยาวนานถึง 20 ล้านปี
หินตัวอย่างเหล่านี้ถูกส่งไปยังธริพาตีเพื่อการวิเคราะห์ เมื่อเธอสำรวจดูชั้นต่างๆ ของหินตะกอน เรื่องราวต่างๆ ก็เผยตัวเองออกมา ตัวอย่างหินที่ก่อตัวช่วงเวลาที่โลกยังอบอุ่น เมื่อชั้นน้ำแข็งหายไปหรือไม่หลงเหลือแล้ว จะมีสีออกแทนและเต็มไปด้วยฟอสซิล หากตัวอย่างหินที่ได้มาจากขวบปีเมื่อทะเลยังถูกน้ำแข็งปกคลุมอยู่ จะเป็นหินที่เต็มไปด้วยฟอสซิลจากสิ่งมีชีวิตในทะเลน้ำลึกเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น
เมื่อมองใกล้เข้าไปอีก ธริพาตีตรวจดูโมกุลจากหินตัวอย่างเพื่อกำหนดเรื่องอุณหภูมิของอากาศและน้ำ ณ จุดเวลาต่างๆ ในประวัติศาสตร์ เวลาที่โลกยังอบอุ่นจะมีความสัมพันธ์กับระดับที่สูงกว่าของก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในชั้นบรรยากาศ ชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งที่หลอมละลาย และการสูญเสียซึ่งส่วนต่างๆ ของแผ่นน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ฝั่งตะวันออก
ธริพาตีกล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ต่างพบเห็นสัญญานเริ่มแรกของสภาพการณ์ที่เหมือนกันในวันนี้แล้ว
“ถ้าก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ยังถูกกักเก็บในระดับปัจจุบัน เราอาจพบความเสี่ยงที่ชั้นน้ำแข็งของขั้วโลกใต้จะหายตัวไป เธอกล่าว
ชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งมีความสำคัญเพราะทำหน้าที่เสมือนจุกไม้ก๊อกของขวดเหล้าแชมเปญ ซึ่งเหนี่ยวรั้งเอากระแสบนผิวดินขนาดมหึมาของธารน้ำแข็งในทวีปขั้วโลกใต้อยู่ ธริพาตีกล่าว หากแต่ชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งก็อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิด้วย แม้เพียงไม่กี่องศาของความอุ่นที่ถูกทำให้เพิ่มขึ้นก็สามารถทำให้ชั้นต่างๆของน้ำแข็งหายตัวไปได้ เพราะมันมีความอุ่นในตัวจากอากาศและจากน้ำทะเล
และชั้นต่างของน้ำแข็งที่หายตัวไปก็นำมาสู่การอุ่นตัวที่มากขึ้นกว่าเดิมเพราะสิ่งที่เรียกว่า albedo effect น้ำแข็งที่มีสีอ่อนจะสะท้อนรังสีจากแสงอาทิตย์ให้ห่างไปจากโลก เมื่อน้ำแข็งละลาย น้ำทะเลที่มีสีเข้มจะซึมซับรังสีและความร้อนที่สูงขึ้น
กระบวนการนี้อาจใช้เวลานับร้อยๆ ปี หากแต่สัญญานของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นแล้วตอนนี้ ในปี 2545 ชั้นน้ำแข็ง Larsen B – ซึ่งมาจากกว่า 1,250 ตารางไมล์ของความหนา 720 ฟุตของน้ำแข็ง – สลายตัวลงสู่มหาสมุทรเป็นเวลาเพียงแรมเดือน ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่นักวิทยาศาสตร์และผู้สังเกตการณ์เป็นอย่างมาก หลายสิบปีที่ผ่านมาชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งจำนวน 7 จาก 12 ชั้นในแหลมขั้วโลกใต้ต่างก็ล่มสลายตัวลงแล้ว
“ชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งเหล่านี้เพียงเริ่มล้มเหมือนเกมโดมิโนแล้ว” ธริพาตีกล่าว
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิจัยกล่าวว่า ข้อค้นพบของ PNAS ให้ความหวังอันลางเลือน ผู้กำหนดนโยบายพึ่งพาแบบจำลองของเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อพยากรณ์อนาคตของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และแบบจำลองต่างๆ ขณะนี้สามารถทำให้ละเอียดมากขึ้นได้บนพื้นฐานของข้อมูลชุดใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นนับล้านๆ ปีก่อน ธริพาตีกล่าว
คำถามใหญ่ที่ยังคงมีอยู่คือการหลอมละลายจะเกิดขึ้นรวดเร็วเท่าใด ฮาร์วู้ดกล่าวว่า ข้อค้นพบของโครงการ ANDRILL เน้นถึงความเปราะบางของชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งและความเร่งด่วนของการดำเนินการระดับสากล
“แบบจำลองต่างๆ ล้วนจำลองขีดแบ่งหรือขีดเริ่มต้นที่หวนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว” เขากล่าว “เป็นสิ่งที่ดีที่ผู้กำหนดนโยบาย จะรับทราบว่า พวกเราจะต้องลงจากขบวนรถไฟนี้เร็วเพียงใด หรือเราต้องหันหัวรถไฟไปในทิศทางใหม่”
ที่มาของเรื่องราว
ข้อความข้างต้นมาจาก reprint ของเนื้อหาที่จัดให้โดย University of California Los Angeles UCLA รายการต้นฉบับเขียนโดย David Colgen บันทึก วัสดุเนื้อหาอาจได้รับการตรวจภาษาเพื่อเนื้อหาและความยาวของข้อความ
บทความที่อ้างอิง
1. Richard Levy, David Harwood, Fabio Florindo, Francesca Sangiorgi, Robert Tripati, Hilmar von Eynatten, Edward Gasson, Gerhard Kuhn, Aradhna Tripati, Robert DeConto, Christopher Fielding, Brad Field, Nicholas Golledge, Robert McKay, Timothy Naish, Matthew Olney, David Pollard, Stefen Schouten, Franco Talarico, Sophie Warny, Veronica Willmott, Gary Acton, Kurt Panter, Timothy Paulsen, Marco Taviani. Antarctic ice sheet sensitivity to atmospheric CO2 variations in the early to mid-Miocene. Proceedings of the National Academy of Sciences, 2016: 201516030 DOI: 10.073/pnas.151603113
การอ้างอิงหน้านี้
University of California Los Angeles UCLA. “Antarctica could be headed for major meltdown.” Science Daily. Science Daily, 23 February 2016.
www.sciencedaily.com/releases/2016/02/160223143620.htm
เรียบเรียงโดย Prathurng Hongsranagon, Associate Professor, Ph.D., M.P.H.

แอนตาร์กติกา ในยุคของมิโอซีนแรกเริ่ม อุณหภูมิของโลกอุ่นกว่านี้ 10 องศาและระดับน้ำในมหาสมุทรสูงกว่านี้ 50 ฟุตหรือเหนือระดับพื้นดินของมหานครนิวยอร์ก โตเกียว และเบอร์ลิน

เป็นเวลาเนิ่นนานกว่า 16 ล้านปีมาแล้วจึงทำให้ยุคสมัยเปลี่ยนไป หากแต่ยังคงมีความคล้ายคลึงอย่างหนึ่งบนโลกที่พวกเราล้วนอาศัยอยู่: อากาศยังคงบรรจุจำนวนเดียวกันของก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ การคู่ขนานกันเช่นนี้สร้างความกังวลใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของแผ่นน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลกใต้แอนตาร์กติกา ตามที่รายงานไว้ในงานตีพิมพ์ของ Proceedings of the National Academy of Sciences


เท่าที่ทราบกัน ธารน้ำแข็งของบริเวณขั้วโลกใต้มีขนาดเท่ากับประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเม็กซิโกรวมกัน โดยบริเวณดังกล่าวกักเก็บน้ำไว้เพียงพอที่จะเพิ่มระดับน้ำทะเลบนโลกราว 180 ฟุต และแม้ว่าไม่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างถาวรที่นั่น แต่สิ่งที่เกิดที่บริเวณขั้วโลกใต้ส่งผลกระทบถึงทุกๆคน Aradhna Tripati กล่าว ผู้เป็นนักธรณีเคมีของ Institute of the Environment and Sustainability ของ UCLA ที่มีส่วนร่วมในงานวิจัย

แผนน้ำแข็งเปรียบเสมือนที่เก็บน้ำขนาดใหญ่ธริพาตีกล่าวเมื่อน้ำแข็งเริ่มะละลาย น้ำจะไหลลงสู่มหาสมุทรและระดับน้ำทะเลก็จะสูงขึ้น

การวิจัยถือเป็นการค้นพบ/การเปิดเผยครั้งล่าสุดของโครงการ ANDRILL ซึ่งมีมูลค่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐที่เน้นไปยังบริเวณ ขั้วโลกใต้ งานวิจัยฉบับนี้ได้ลงทุนลงแรงความพยายามยาวนานถึง 12 ปี จึงทำให้มีจำนวนนักวิจัยร่วม 100 รายจาก 7 ประเทศ นักวิจัยของ ANDRILL เป็นคนกลุ่มแรกที่เจาะหลุมบนชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งและน้ำแข็งในทะเลบริเวณขั้วโลกใต้ เพื่อหาตัวอย่างของน้ำในมหาสมุทรเบื้องล่าง

การวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ชั้นต่างๆของน้ำแข็ง - หรือส่วนของแผ่นน้ำแข็งที่ขยายตัวเหนือมวลน้ำเป็นส่วนที่เปราะบางต่อแม้แต่การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของก๊าซเรือนกระจก หากแต่การวิจัยครั้งนี้ซึ่งเขียนรายงานโดยริชาร์ด เลวี่ จาก GNS Science ที่เป็นองค์กรวิจัยสัญชาตินิวซีแลนด์ เป็นคนแรกที่แสดงให้เห็นว่า ธารน้ำแข็งบนผืนดินขนาดมหึมาก็เป็นส่วนที่เปราะบางด้วยเช่นกัน

เดวิด ฮาร์วู้ด ผู้ศึกษาฟอสซิลของพืชและสัตว์ในยุคโบราณจาก University of Nebraska และเป็นผู้นำงานวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการคือการสำรวจว่า สิ่งแวดล้อมยุคก่อนประวัติศาสตร์บอกอะไรแก่เราได้บ้างเกี่ยวกับยุคสมัยใหม่ของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ

เรากำลังขุดเจาะย้อนไปในอดีตเพื่อให้เข้าใจอนาคตและเข้าใจว่าโลกของเราเป็นพลวัตรอย่างไรเขากล่าว

เพื่อสามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ นักวิจัยจับเอาเครื่องมือขุดเจาะน้ำหนัก 90 ตันวางบนผืนน้ำแข็งในทะเลที่ลอยตัวอยู่ใน McMurdo Sound สถานที่ซึ่งสภาพการณ์ต่างๆ น่าจะรุนแรงเอาการ อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนสิงหาคมคือติดลบ 23 องศาฟาเรนไฮท์ และลมพายุรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้เพียงชั่วพริบตา ด้วยการใช้หัวเจาะแบบ diamond-tipped tubular ทำให้นักวิจัยสามารถขุดผ่านน้ำแข็งที่ความหนา 24 ฟุต มวลน้ำ 1,200 ฟุค และพื้นมหาสมุทรลึก 3,300 ฟุตได้ ตัวอย่างของหินที่พวกเขาเก็บมาได้ คือ รายงานที่เป็นไปตามลำดับเวลาของสภาพการณ์ต่างๆ ของสิ่งแวดล้อมที่มีอายุถอยหลังกลับไปยาวนานถึง 20 ล้านปี

หินตัวอย่างเหล่านี้ถูกส่งไปยังธริพาตีเพื่อการวิเคราะห์ เมื่อเธอสำรวจดูชั้นต่างๆ ของหินตะกอน เรื่องราวต่างๆ ก็เผยตัวเองออกมา ตัวอย่างหินที่ก่อตัวช่วงเวลาที่โลกยังอบอุ่น เมื่อชั้นน้ำแข็งหายไปหรือไม่หลงเหลือแล้ว จะมีสีออกแทนและเต็มไปด้วยฟอสซิล หากตัวอย่างหินที่ได้มาจากขวบปีเมื่อทะเลยังถูกน้ำแข็งปกคลุมอยู่ จะเป็นหินที่เต็มไปด้วยฟอสซิลจากสิ่งมีชีวิตในทะเลน้ำลึกเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น

เมื่อมองใกล้เข้าไปอีก ธริพาตีตรวจดูโมกุลจากหินตัวอย่างเพื่อกำหนดเรื่องอุณหภูมิของอากาศและน้ำ จุดเวลาต่างๆ ในประวัติศาสตร์ เวลาที่โลกยังอบอุ่นจะมีความสัมพันธ์กับระดับที่สูงกว่าของก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในชั้นบรรยากาศ ชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งที่หลอมละลาย และการสูญเสียซึ่งส่วนต่างๆ ของแผ่นน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ฝั่งตะวันออก

ธริพาตีกล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ต่างพบเห็นสัญญานเริ่มแรกของสภาพการณ์ที่เหมือนกันในวันนี้แล้ว

ถ้าก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ยังถูกกักเก็บในระดับปัจจุบัน เราอาจพบความเสี่ยงที่ชั้นน้ำแข็งของขั้วโลกใต้จะหายตัวไป เธอกล่าว

แอนตาร์กติกา

ชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งมีความสำคัญเพราะทำหน้าที่เสมือนจุกไม้ก๊อกของขวดเหล้าแชมเปญ ซึ่งเหนี่ยวรั้งเอากระแสบนผิวดินขนาดมหึมาของธารน้ำแข็งในทวีปขั้วโลกใต้อยู่ ธริพาตีกล่าว หากแต่ชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งก็อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิด้วย แม้เพียงไม่กี่องศาของความอุ่นที่ถูกทำให้เพิ่มขึ้นก็สามารถทำให้ชั้นต่างๆของน้ำแข็งหายตัวไปได้ เพราะมันมีความอุ่นในตัวจากอากาศและจากน้ำทะเล

และชั้นต่างของน้ำแข็งที่หายตัวไปก็นำมาสู่การอุ่นตัวที่มากขึ้นกว่าเดิมเพราะสิ่งที่เรียกว่า albedo effect น้ำแข็งที่มีสีอ่อนจะสะท้อนรังสีจากแสงอาทิตย์ให้ห่างไปจากโลก เมื่อน้ำแข็งละลาย น้ำทะเลที่มีสีเข้มจะซึมซับรังสีและความร้อนที่สูงขึ้น

กระบวนการนี้อาจใช้เวลานับร้อยๆ ปี หากแต่สัญญานของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นแล้วตอนนี้ ในปี 2545 ชั้นน้ำแข็ง Larsen B – ซึ่งมาจากกว่า 1,250 ตารางไมล์ของความหนา 720 ฟุตของน้ำแข็งสลายตัวลงสู่มหาสมุทรเป็นเวลาเพียงแรมเดือน ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่นักวิทยาศาสตร์และผู้สังเกตการณ์เป็นอย่างมาก หลายสิบปีที่ผ่านมาชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งจำนวน 7 จาก 12 ชั้นในแหลมขั้วโลกใต้ต่างก็ล่มสลายตัวลงแล้ว

ชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งเหล่านี้เพียงเริ่มล้มเหมือนเกมโดมิโนแล้วธริพาตีกล่าว

อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิจัยกล่าวว่า ข้อค้นพบของ PNAS ให้ความหวังอันลางเลือน ผู้กำหนดนโยบายพึ่งพาแบบจำลองของเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อพยากรณ์อนาคตของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และแบบจำลองต่างๆ ขณะนี้สามารถทำให้ละเอียดมากขึ้นได้บนพื้นฐานของข้อมูลชุดใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นนับล้านๆ ปีก่อน ธริพาตีกล่าว

คำถามใหญ่ที่ยังคงมีอยู่คือการหลอมละลายจะเกิดขึ้นรวดเร็วเท่าใด ฮาร์วู้ดกล่าวว่า ข้อค้นพบของโครงการ ANDRILL เน้นถึงความเปราะบางของชั้นต่างๆ ของน้ำแข็งและความเร่งด่วนของการดำเนินการระดับสากล

แบบจำลองต่างๆ ล้วนจำลองขีดแบ่งหรือขีดเริ่มต้นที่หวนกลับไปไม่ได้อีกแล้วเขากล่าวเป็นสิ่งที่ดีที่ผู้กำหนดนโยบาย จะรับทราบว่า พวกเราจะต้องลงจากขบวนรถไฟนี้เร็วเพียงใด หรือเราต้องหันหัวรถไฟไปในทิศทางใหม่

ที่มาของเรื่องราว
ข้อความข้างต้นมาจาก reprint ของเนื้อหาที่จัดให้โดย University of California Los Angeles UCLA รายการต้นฉบับเขียนโดย David Colgen บันทึก วัสดุเนื้อหาอาจได้รับการตรวจภาษาเพื่อเนื้อหาและความยาวของข้อความ

บทความที่อ้างอิง
1. Richard Levy, David Harwood, Fabio Florindo, Francesca Sangiorgi, Robert Tripati, Hilmar von Eynatten, Edward Gasson, Gerhard Kuhn, Aradhna Tripati, Robert DeConto, Christopher Fielding, Brad Field, Nicholas Golledge, Robert McKay, Timothy Naish, Matthew Olney, David Pollard, Stefen Schouten, Franco Talarico, Sophie Warny, Veronica Willmott, Gary Acton, Kurt Panter, Timothy Paulsen, Marco Taviani. Antarctic ice sheet sensitivity to atmospheric CO2 variations in the early to mid-Miocene. Proceedings of the National Academy of Sciences, 2016: 201516030 DOI: 10.073/pnas.151603113

การอ้างอิงหน้านี้
University of California Los Angeles UCLA. “Antarctica could be headed for major meltdown.” Science Daily. Science Daily, 23 February 2016. www.sciencedaily.com/releases/2016/02/160223143620.htm

เรียบเรียงโดย Prathurng Hongsranagon, Associate Professor, Ph.D., M.P.H.

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง