• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ คิดยกกำลัง 2 : ประเมิน ม.44 เดินหน้าโครงการ ไม่ต้องรอ EIA-EHIA

คิดยกกำลัง 2 : ประเมิน ม.44 เดินหน้าโครงการ ไม่ต้องรอ EIA-EHIA

อีเมล พิมพ์ PDF

ศศิน เฉลิมลาภคำสั่ง คสช. ที่ 9/2559 ให้ใช้มาตรา 44 เพื่อเดินหน้าก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ โดยที่ไม่ต้องรอผลรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ให้แล้วเสร็จ


ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะจากภาคประชาสังคม แล้วข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีเรื่องสิ่งแวดล้อมในคำสั่งนี้คืออะไร (ท่ามกลางกระแสที่ดูรวบรัดตัดตอน)
จริงแล้วยังต้องทำตามขั้นตอนต่างๆ เหมือนเดิม แต่ข่าวที่ออกมาประชาชนจะเข้าใจผิดเยอะว่าไม่ต้องรอ EIA คือเดินหน้า หมายถึง เดินหน้าหาผู้รับเหมา หาเอกชนมาก่อสร้าง อย่างจะมีบริษัทใหญ่ๆ ต้องการเข้ามาก่อสร้างถนนก็เปิดประมูลได้เลย ทางรัฐขะบอกว่า เหมือนเอาปัญหาเส้นผมบังภูเขาออก เพราะว่าขั้นตอนที่กว่าจะรอ EIA กว่าจะได้ผู้รับเหมาเข้ามาจะล่าช้าออกไป มีขั้นตอนการประมูลที่ยาวขึ้น เป้าหมายจริงๆ ของการออกประกาศฉบับที่ 9 มีแค่นั้นเอง กล่าวคือ ในระหว่างที่ EIA ยังไม่เสร็จ ก็ขอให้ผู้เสนอโครงการ อาทิ กระทรวงคมนาคมหาผู้รับเหมามาทำถนนต่อได้เลย เป็นการหาผู้รับเหมาไปก่อน

แต่ก็มีข้อสังเกตว่า ถ้าไม่ต้องรอ EIA ให้จบสิ้นกระบวนการ จะอีรุงตุงนังหรือเปล่า เพราะอีกด้านหนึ่งเอกชนก็เดินหน้า
เขาสร้างไม่ได้ครับ ยังต้องรอ EIA เหมือนเดิม

คำสั่งแบบนี้ดีหรือไม่ดี
ถ้าในแง่ของระบบราชการที่ล่าช้าอยู่ ตัวนี้จะเร่งงานให้เร็วขึ้น ผมคิดว่าตัวที่เขาต้องการเยอะๆ น่าจะเป็นพวกรถไฟฟ้ากับมอเตอร์เวย์ที่มักมีปัญหาเรื่องการไปทับชุมชน ต้องเวนคืนที่ ผ่านพื้นที่สำคัญ พอรอ EIA ก็จะช้า แล้วเป็นโปรเจ็คท์ใหญ่มาก จากที่จะได้ประมูล ต้องเพิ่มขั้นตอนเข้าไปอีก แต่ละปีที่ล่าช้าไปก็จะเพิ่มค่าใช้จ่าย มูลค่าของโครงการก็จะเพิ่มสูงขึ้น รัฐก็จะต้องเสียสตางค์มากขึ้น แต่ปัญหาก็คือว่า มันไม่ได้มีเฉพาะเรื่องคมนาคม แต่ได้พ่วงเรื่องอื่นๆ เข้ามาด้วย อย่างเรื่อง ชลประทาน รวมทั้งเขื่อนด้วย หรือเรื่องสาธารณสุข เรื่องการศึกษาที่มีพ่วงเข้ามา ซึ่งไม่เข้าใจว่าจะพ่วงมาทำไม

พอได้ตัวคนที่จะทำแล้วรัฐก็สัญญาว่าจะให้ทำแน่ถ้า EIA ผ่าน แต่ถ้า EIA ไม่ผ่าน นี่ล่ะปัญหาที่จะเกิดความรุนแรง แต่เดิมชุมชนจะขัดแย้งกับรัฐหรือผู้เสนอโครงการว่ามาทำให้ฉันเดือดร้อน แต่ต่อไปจะไปขัดผลประโยชน์ของผู้ที่ประมูลได้ไปแล้ว แล้วอย่าลืมว่าไม่ได้อยู่เฉพาะในช่วงคสช. ประกาศนี้อาจจะอยู่ยาวต่อไป ทีนี้จะทำอย่างไร

ศศิน เฉลิมลาภ

ควรจะมีมาตรการอะไรเป็นภาคขยายเพื่อรองรับหรือไม่
ตอนนี้รัฐกำลังรุกมาเรื่อยๆ นายกก็ใจร้อน ท่านบอกว่า EIA เป็นตัวขัดขวาง แต่ในความคิดของผม การทำ EIA ไม่ได้ช้า คนช้าคือฝ่ายเสนอโครงการ เช่น EIA มันต้องทำรายงานให้มีคุณภาพ จะลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างไร ถ้ารายงานไม่ได้ก็ต้องไม่แปก้โดยฟังความเห็นจากคชก. การแก้มันมีประโยชน์ครับ เพราะโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็ต้องมาเปิด EIA ดูว่า คุณได้ปฏิบัติตามนั้นหรือไม่ ในรายงาน EIA จะคุ้มครองเรื่องต่างๆ ไว้มาก ถ้าเกิดว่าต่อไปเจ้าของโครงการไม่ทำตาม EIA ก็จะผิดกฎหมาย ดังนั้น ถ้าคิดให้ดี ทำให้ดี ไม่ต้องรอให้คชก.แก้ส่งเข้ามาไม่นานก็ผ่าน

ในส่วนของภาครัฐก็ให้เหตุผลว่าที่ต้องมีคำสั่งแบบนี้เพื่อเปิดโอกาสให้การลงทุนการก่อสร้างโครงการต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น เพื่อที่จะส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของไทยด้วย ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ เวลาจะมีโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภาคประชาสังคมค้านหนักขนาดนี้หรือไม่
เท่าที่ผมตามอ่านตามดูในภาควิชาการในต่างประเทศก็ไม่ได้ประมูลก่อน ต้องรอดูภาพรวมโครงการ โดยเฉพาะการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบรูปแบบโครงการด้วย แต่ข้อกังวลของผมคือเรื่องความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ความขัดแย้งระหว่างผู้ที่ได้งานไปแล้วกับคนที่ทักท้วง และที่สำคัญไม่ใช่เฉพาะเรื่องคมนาคม อาจมีประกาศต่อไปในเรื่องอื่นๆ และประกาศฉบับนี้ก็อาจอยู่ยาวไปถึงรัฐบาลอื่นๆ

สถานการณ์แบบนี้ทุกภาคส่วนควรเตรียมพร้อมที่จะรับมือ
จริงๆ แล้วควรประกาศออกมาให้ชัดว่าโครงการที่เร่งด่วนจริงๆ มีอะไรบ้าง ไม่ใช่ตีคลุมไปเยอะๆ แบบนี้ และเวลาที่เราจะพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและชุมชนก็ควรจะรอบคอบ เพราะในชุมชนก็อาจจะเกิดความขัดแย้งรุนแรงได้โดยที่รัฐไม่ได้คาดคิด ก็ต้องเข้าใจตรงนี้ไว้ด้วย

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง