• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ บันทึกถึงโครงการต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

บันทึกถึงโครงการต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

อีเมล พิมพ์ PDF

NO DAMรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการใหญ่หลายโครงการ แต่ท่านนายกบ่นว่าผลักดันไม่ได้โทษมาที่สองตัวปัญหา EIA & NGO ก็เลยแก้ปัญหานี้โดยใช้ ม.44 เพื่อให้ขั้นตอนเร็วขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามท่านก็ยังให้ความสำคัญต่อกระบวนการที่ต้องทำ EIA และการรับฟังความเห็นอยู่ ไม่ได้สั่งเบ็ดเสร็จยกเลิกไปเลย เป็นการเข้าใจได้เรื่องที่ต้องดันโครงการให้เร็วสู้กับภาวะเศรษฐกิจซบในระดับโลกที่มีแนวโน้มซึมยาว


ดังนั้น ผมเข้าใจในเบื้องต้นว่าโครงการต่างๆ ส่วนหนึ่งคงมีประโยชน์จริง แต่เป้าหมายอยู่ที่ได้ทำโครงการเพื่อกระจายเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าๆ กับ หรือน้อยกว่าประโยชน์ของโครงการจริงๆ อย่างเช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้เกิดครั้งแรกสมัยนายกทักษิณและโดนทักท้วงอย่างมาก

เรื่องนี้จริงๆ แล้วน่าจะมีผลร้ายระยะยาวมากกว่าผลดีระยะสั้นที่ว่ามา ดังนั้น ถ้าเปลี่ยนเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้เป็นการส่งเสริมเขตเศรษฐกิจชุมชนพิเศษ ตามศักยภาพของฐานทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น จะได้ไหม?

เรื่องคมนาคม เห็นบอกว่าติดขัด งงว่าใครที่ไปต่อต้าน ขัดขวางอะไรแทบไม่เห็นจะมีก็แต่บางเส้นทางที่มีผลกระทบต่อชุมชนบ้างก็ควรเลี่ยงหลบไป การติดขัด EIA ส่วนใหญ่ น่าจะช้าที่หน่วยงานเสนอโครงการจัดทำ EIA ที่ไม่มีคุณภาพมากกว่าขั้นตอนที่จะต้องผ่าน EIA แต่เป็นข้ออ้างความล่าช้าของหน่วยงานที่เสนอโครงการมากกว่า

โครงการจัดการน้ำขนาดใหญ่ จริงๆ ล้วนเป็นโครงการที่มีปัญหา ที่สร้างไว้แล้วที่ผ่านมาก็น่าจะเพียงพอแล้ว ที่เหลือล้วนแต่มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในจุดสำคัญ หากรัฐบาลเปลี่ยนยุทธศาสตร์เป็นการกระจายแหล่งน้ำขนาดเล็กเชื่อมโยงกันเป็นระบบ โดยใช้การจัดการตามเทคโนโลยี่สมัยใหม่ โดยปฏิรูปการจัดการน้ำที่ใช้อย่างประหยัดมีคุณภาพ ก็ไม่ต้องรอ EIA และไม่มีใครทักท้วง

การกระตุ้นโครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมอย่างเช่น ที่ปากบารา สตูล ที่พ่วงมากับท่าเรือน้ำลึกอุตสาหกรรมมีความขัดแย้งรุนแรง และต้องแลกมาด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่ยังมีคุณภาพเชิงนิเวศที่ดีที่สุดของอันดามัน ดังนั้นก็จะมีแต่คนต่อต้าน ถ้าท่านเปลี่ยนมาเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน มีงบดูแลทรัพยากรให้เหมาะสมกับการขยายจำนวนนักท่องเที่ยวผมว่าเผลอๆ จะรวยเร็ว รวยแน่ รวยนาน มากกว่าอุตสาหกรรมเสียอีก

เรื่องพลังงานที่ถูกต่อต้านเรื่องถ่านหิน เป็นเรื่องห้ามไม่ได้ที่เขาจะกลัว เพราะพื้นที่โครงการทั้งสองแห่งเป็นพื้นที่ขัดแย้ง และแฝงผลประโยชน์ อย่างเช่น ที่กระบี่ ไม่ทราบความเหมาะสมมากกว่าที่อื่นอย่างไร แต่รู้ว่า กฟผ. มีพื้นที่อยู่แล้ว หรือที่เทพา ก็วางทับไปบนชุมชนที่สงบสุข ต้องย้ายผู้คน เปลี่ยนแปลงพื้นที่แบบถอนรากถอนโคน มันก็ย่อมมีปัญหาเป็นธรรมดา เข้าใจว่าท่านได้ข้อมูลว่าพลังงานขาด แต่ท่านต้องชัดว่า ไอ้พลังงานที่ขาดนี่นะมันไม่ใช่ว่า จะขาดแบบทำให้ไฟฟ้าดับ แต่ขาดเพราะยังไม่มีแรงจูงใจมั่นคงพอที่จะลงทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกันไม่มีใครปฏิเสธความสำคัญของไฟฟ้า แต่ในปัจจุบันพลังงานทางเลือกพัฒนามาถึงจุดคุ้มทุนมากแล้ว หากท่านทำโครงการกระจายการผลิตไฟฟ้ามาสู่ระดับครัวเรือนและท้องถิ่น โดยพลังงานที่มีศักยภาพและไม่ขัดแย้งควบคู่ไปกับการพัฒนาพลังงานหลักก็น่าจะดี ไม่มีใครต่อต้านแน่นอน

ท่านตั้งใจทำดี แต่หากใช้คนที่คิดแบบเก่าที่เคยมีปัญหามาขับเคลื่อน สิ่งที่เคยเป็นปัญหา มันก็ย่อมมีปัญหาเหมือนเดิม ยิ่งใช้อำนาจ ทะลุทะลวง มันก็เพิ่มปัญหา ให้กระจายแตกออกไป แต่หากคิดใหม่ สร้างการปฏิรูปบนหนทางที่ลดความขัดแย้ง เพิ่มความร่วมมือ บนแนวทางใหม่ นี่น่าจะเป็นทางออก

ถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปกับภาวะซึมยาว และจ่อๆ สงครามโลกแบบนี้ มันจะไปได้จริงๆหรือ?

สงสัยอยู่ว่าที่ยกเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นมาตั้งแต่เข้ามาทำงาน ตอนนี้ ใช้อยู่ตรงไหนบ้าง และจะเหมาะสมกว่าในการอยู่กับภาวะซึมยาวของเศรษฐกิจโลกหรือไม่?

แค่สงสัย หลายเรื่อง

ไม่ได้รู้อะไรลึกซึ้งมากมายเรื่องบ้านเมือง ก็แค่สงสัยตามหตุการณ์ที่เฝ้ามองมาหลายเดือนที่ผ่านมา

ช่วงนี้เข้าป่าน้อยอยู่เมืองเยอะ ฟุ้งซ่านไปเรื่อย

เขียนเมื่อ 22 มีนาคม 2559 เวลา 10:49 น. www.facebook.com/sasin.chalermlarp.9

 

 

รับข่าวสาร