• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ กระเช้าขึ้นภูกระดึง คำถามที่ไม่มีใครคิดจะตอบ

กระเช้าขึ้นภูกระดึง คำถามที่ไม่มีใครคิดจะตอบ

อีเมล พิมพ์ PDF
ถ้าทำกระเช้าภูกระดึง จะมีสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์หลายประการ ประการแรกคือ ธุรกิจที่สัมพันธ์กับอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน อาคารพาณิชย์ ที่มีคนครอบครองอยู่รอบๆ ภูเขาภูกระดึง และเส้นทางสู่ภูกระดึง จะคึกคักทั้งการเพิ่มมูลค่า การหมุนเวียนของเม็ดเงินต่างๆ ในการขยายกิจการเพื่อรับการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้น และหมุนเวียนมาเยือนเพื่อขึ้นลงกระเช้าไปที่ราบกว้างใหญ่บนยอดเขา ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากใช้สองเท้าเดิน
ประการที่สองคือ ทำให้คนที่คิดว่าตัวเองขึ้นไม่ไหว ไม่มีเวลา และไม่กล้าขึ้น รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ และร่างกายอื่นๆ มีโอกาสขึ้นไปได้ และกระเช้าไฟฟ้าอาจจะช่วยนำคนเจ็บป่วย บาดเจ็บ ขยะ และขนส่งข้าวปลาอาหาร เครื่องใช้ขึ้นไปง่ายขึ้น
นี่เป็นเหตุผลง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้นเรื่องแบบนี้คงไม่ต้องมาตั้งเป็นเรื่องศึกษาข้อดี ข้อเสีย และมาทำเป็นอยากถกแถลงอะไรกัน มันเรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ไม่โต้แย้งอะไรด้วยหรอกครับ และอยากให้ยอมรับกันมาตรงๆ ก่อนว่ากระเช้ามีเป้าหมาย ประการแรกมากกว่าประการที่สอง มีเป้าเรื่องแรกเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องที่สองเป็นข้ออ้าง ผลพลอยได้
ใช่ไหมครับ
การสร้างกระเช้าภูกระดึง มีโจทย์ที่ ไม่มีใครคิดจะตอบ สามข้อ สามระดับ
ระดับที่ 1 ภูกระดึงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาที่เป็น Trekking trail ที่ดีที่สุดของประเทศ
เมื่อประเมินจากระยะทางที่ไม่ไกลมาก แทบไม่มีอันตรายอะไรถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท การจัดการที่ลงตัว มีค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวไม่แพง รวมถึงเมื่อขึ้นไปแล้วก็มีที่สวยๆ ให้ไปเดินเที่ยวมากมาย เรียกว่าคุ้มค่าเดินขึ้น และเดินเที่ยว สิ่งต่างๆ ที่ว่ามาทำให้ภูเขาลูกนี้ทำหน้าที่มอบความรักธรรมชาติ ความซึมซับความงามทั้งจากธรรมชาติ และมิตรภาพระหว่างทาง รวมถึงการเรียนรู้ที่บังเกิดขึ้นมากมายระหว่างความอดทนเดินขึ้น สถานที่แบบนี้ในประเทศไทยมีที่เดียวคือ “ภูกระดึง” ส่วนที่อื่นๆ ก็มีถนนขึ้นถึง หรือ เดินไกลเกินไป เดินไปถึงแล้วก็ไม่มีอะไรให้ดูมากนัก
ดังนั้นเมื่อมีกระเช้า ความท้าทายให้ไปถึงเรื่องที่ว่ามาย่อมสู้ความสบายเย้ายวนของการขึ้นกระเช้าไม่ได้ มีคนเดินขึ้นก็คงมีน้อยกว่าน้อย พวกที่จะเลือกเดินก็เป็นคนที่รักธรรมชาติมากมายอยู่แล้ว คนที่ขึ้นกระเช้าไปก็ไม่ได้ซึมซับอะไร ขึ้นไปก็เหมือนขับรถขึ้นภูเรือ ดอยอินทนนท์ หรือภูเขาอื่นๆ ที่กลับมาก็ไม่มีความหมายอะไร ภูกระดึงทำหน้าที่นี้ให้ประเทศไทยมากว่าห้าสิบปี ตั้งแต่รุ่นปู่ จนถึงปัจจุบัน การมีกระเช้าหมายถึงเราเลิกใช้ฟังก์ชั่นนี้ของภูกระดึงแล้ว นี่คือ เรื่องที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจจะเลือกทิ้งคุณค่าเรื่องนี้หรือไม่
ระดับที่ 2 จากผลการศึกษาและการออกแบบระบบกระเช้า คาดว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย (เช่นตัดต้นไม้ไม่กี่ต้น) แต่ผลที่ตามมาหลังจากมีกระเช้ายังไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เช่นเมื่อคนจำนวนมากขึ้นไปข้างบนแล้วจะต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมแน่ๆ เช่นอาคารกลางแหล่งธรรมชาติ ที่สำคัญคือ ถนนหนทางข้างบนที่ต้องรองรับผู้มาเยือนที่ไม่เตรียมตัวไป “เดิน” และไม่พร้อมจะรับรู้ทั้งนั้นว่าทำไมไม่มีรถวิ่งไปชมที่ท่องเที่ยวที่ห่างจากสถานีกระเช้าหลายกิโลเมตรในแต่ละที่ รวมถึงการจำกัดคนค้างแรม การจัดการขยะ ต่างๆ ภายใต้สถานภาพความเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย กำลังคน งบประมาณในการดูแลให้คงสภาพธรรมชาติ
เราพร้อมจะปล่อยให้ที่สวยๆ ข้างบน พังไปอีกที่ ใช่หรือไม่
ถ้าไม่ใช่ ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะทำต่อไป ต้องกล้าๆ ออกแบบการท่องเที่ยวหลังจากมีกระเช้ามาให้เห็นเต็มๆ และต้องรับผิดชอบโดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ ภายใต้งบประมาณ กำลังคน ระเบียบและกฏหมายอุทยาน จะออกแบบอย่างไร ผู้รับผิดชอบอย่างกรมอุทยานเป็นคนวางรูปแบบ จะเอาอย่างไร เปิดเผยแล้วมารับฟังความเห็นกันได้ไหม
ระดับที่ 3 ถ้ามีคนขึ้นไปมากๆ จริงๆ แล้ว เราพร้อมจะเปลี่ยนพื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นธรรมชาติ ไปรองรับการบริการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวข้างบนในอนาคตไปเลยไหม
หากนโยบายวันข้างหน้าจะเอาอย่างนั้น เช่น ยกเลิกการเป็นอุทยานแห่งชาติ หรือประกาศเป็นโซนบริการหมดไปเลยไหม นี่คือเรื่องที่ต้องตัดสินใจตามกระเช้ามาในระดับท้ายสุด
ถ้าอยากให้เป็นอย่างนี้ ลองเปิดออกแบบมาให้หมด แล้วนำมาให้ดู รับฟังความเห็นกันให้จะๆ เลย ใส่ลงในรายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย
แต่ปัญหาคือ กระเช้าจะเข้า EIA ในฝ่ายของการสร้างทางผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นหนึ่ง ไม่น่าจะครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ หลังกระเช้า สผ. และกรมอุทยาน ต้องชัดนะครับว่าจะศึกษามาถึงขั้นนี้ไหม
รัฐบาลนี้ควรต้องตอบครับ ทั้งสามประเด็นไล่กันมา ก่อนตัดสินใจ ผมรอฟังอยู่ ก่อนตัดสินใจขึ้นกระเช้า ไปทำลายภูกระดึงเดิมๆ ด้วยกัน
สรุปปัญหาใหญ่ของโครงการกระเช้าภูกระดึง
1. อพท. และ ท้องถิ่น อยากทำ แต่พื้นที่ภูกระดึงเป็นอุทยานแห่งชาติ อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานฯ (ไม่เกี่ยวกับ อพท.) มีกฏหมายอุทยานแห่งชาติกำกับดูแล การกระทำใดๆ ต้องดำเนินงานโดยพนักงานเจ้าหน้าที่
2. กรมอุทยานฯ เอง มีอำนาจอนุญาต ให้สร้างหรือไม่ เพราะถ้าทำก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ แต่อาจอ้างว่าเพื่อการทัศนศึกษาก็พอได้ แต่ต้องดำเนินการภายใต้กฏหมายอุทยาน
3. วันนี้กรมอุทยาน ไม่ใช่เจ้าของโครงการและไม่มีส่วนในการออกแบบการจัดการกระเช้า และการจัดการรูปแบบการท่องเที่ยวภายหลังมีกระเช้า ว่าจะจัดการนักท่องเที่ยวอย่างไร
4. การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ศึกษาแต่ตัวกระเช้า ไม่ได้ศึกษาผลกระทบจากรูปแบบการท่องเที่ยวแบบใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่างฝ่ายก็มโนกันไปโดยเจ้าของพื้นที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เพราะต้องเป็นคนรับช่วงดูแลหลังจากมีกระเช้า และกองทัพทัวร์
5. สงสัยว่า ทำไมไม่ออกแบบรูปแบบการท่องเที่ยวภายหลังมีกระเช้า ให้เรียบร้อยกรมอุทยานจะรับดำเนินการต่อหรือไม่ บุคลากร งบประมาณ ข้อกฏหมายต่างๆ จะทำอย่างไร แผนแม่บทที่จะต้องโซนนิ่งพื้นที่อย่างไรยังไม่มี
มโนกันตามแต่ที่อยากได้ บนพื้นที่รับผิดชอบ ตามกฏหมายของคนอื่น
เป็นปัญหาใหญ่ไหม หรือว่าไม่เป็น
ภูกระดึงถ้าทำกระเช้าภูกระดึง จะมีสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์หลายประการ ประการแรกคือ ธุรกิจที่สัมพันธ์กับอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน อาคารพาณิชย์ ที่มีคนครอบครองอยู่รอบๆ ภูเขาภูกระดึง และเส้นทางสู่ภูกระดึง จะคึกคักทั้งการเพิ่มมูลค่า การหมุนเวียนของเม็ดเงินต่างๆ ในการขยายกิจการเพื่อรับการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้น และหมุนเวียนมาเยือนเพื่อขึ้นลงกระเช้าไปที่ราบกว้างใหญ่บนยอดเขา ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากใช้สองเท้าเดิน

ประการที่สองคือ ทำให้คนที่คิดว่าตัวเองขึ้นไม่ไหว ไม่มีเวลา และไม่กล้าขึ้น รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ และร่างกายอื่นๆ มีโอกาสขึ้นไปได้ และกระเช้าไฟฟ้าอาจจะช่วยนำคนเจ็บป่วย บาดเจ็บ ขยะ และขนส่งข้าวปลาอาหาร เครื่องใช้ขึ้นไปง่ายขึ้น

นี่เป็นเหตุผลง่ายๆ ไม่ซับซ้อน และไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

ดังนั้นเรื่องแบบนี้คงไม่ต้องมาตั้งเป็นเรื่องศึกษาข้อดี ข้อเสีย และมาทำเป็นอยากถกแถลงอะไรกัน มันเรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ไม่โต้แย้งอะไรด้วยหรอกครับ และอยากให้ยอมรับกันมาตรงๆ ก่อนว่ากระเช้ามีเป้าหมาย ประการแรกมากกว่าประการที่สอง มีเป้าเรื่องแรกเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องที่สองเป็นข้ออ้าง ผลพลอยได้
ใช่ไหมครับ

การสร้างกระเช้าภูกระดึง มีโจทย์ที่ ไม่มีใครคิดจะตอบ สามข้อ สามระดับ

ระดับที่ 1 ภูกระดึงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาที่เป็น Trekking trail ที่ดีที่สุดของประเทศ
เมื่อประเมินจากระยะทางที่ไม่ไกลมาก แทบไม่มีอันตรายอะไรถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท การจัดการที่ลงตัว มีค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวไม่แพง รวมถึงเมื่อขึ้นไปแล้วก็มีที่สวยๆ ให้ไปเดินเที่ยวมากมาย เรียกว่าคุ้มค่าเดินขึ้น และเดินเที่ยว สิ่งต่างๆ ที่ว่ามาทำให้ภูเขาลูกนี้ทำหน้าที่มอบความรักธรรมชาติ ความซึมซับความงามทั้งจากธรรมชาติ และมิตรภาพระหว่างทาง รวมถึงการเรียนรู้ที่บังเกิดขึ้นมากมายระหว่างความอดทนเดินขึ้น สถานที่แบบนี้ในประเทศไทยมีที่เดียวคือ “ภูกระดึง” ส่วนที่อื่นๆ ก็มีถนนขึ้นถึง หรือ เดินไกลเกินไป เดินไปถึงแล้วก็ไม่มีอะไรให้ดูมากนัก

ดังนั้นเมื่อมีกระเช้า ความท้าทายให้ไปถึงเรื่องที่ว่ามาย่อมสู้ความสบายเย้ายวนของการขึ้นกระเช้าไม่ได้ มีคนเดินขึ้นก็คงมีน้อยกว่าน้อย พวกที่จะเลือกเดินก็เป็นคนที่รักธรรมชาติมากมายอยู่แล้ว คนที่ขึ้นกระเช้าไปก็ไม่ได้ซึมซับอะไร ขึ้นไปก็เหมือนขับรถขึ้นภูเรือ ดอยอินทนนท์ หรือภูเขาอื่นๆ ที่กลับมาก็ไม่มีความหมายอะไร ภูกระดึงทำหน้าที่นี้ให้ประเทศไทยมากว่าห้าสิบปี ตั้งแต่รุ่นปู่ จนถึงปัจจุบัน การมีกระเช้าหมายถึงเราเลิกใช้ฟังก์ชั่นนี้ของภูกระดึงแล้ว นี่คือ เรื่องที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจจะเลือกทิ้งคุณค่าเรื่องนี้หรือไม่

ระดับที่ 2 จากผลการศึกษาและการออกแบบระบบกระเช้า คาดว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย (เช่นตัดต้นไม้ไม่กี่ต้น) แต่ผลที่ตามมาหลังจากมีกระเช้ายังไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เช่นเมื่อคนจำนวนมากขึ้นไปข้างบนแล้วจะต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมแน่ๆ เช่นอาคารกลางแหล่งธรรมชาติ ที่สำคัญคือ ถนนหนทางข้างบนที่ต้องรองรับผู้มาเยือนที่ไม่เตรียมตัวไป “เดิน” และไม่พร้อมจะรับรู้ทั้งนั้นว่าทำไมไม่มีรถวิ่งไปชมที่ท่องเที่ยวที่ห่างจากสถานีกระเช้าหลายกิโลเมตรในแต่ละที่ รวมถึงการจำกัดคนค้างแรม การจัดการขยะ ต่างๆ ภายใต้สถานภาพความเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย กำลังคน งบประมาณในการดูแลให้คงสภาพธรรมชาติ

เราพร้อมจะปล่อยให้ที่สวยๆ ข้างบน พังไปอีกที่ ใช่หรือไม่

ถ้าไม่ใช่ ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะทำต่อไป ต้องกล้าๆ ออกแบบการท่องเที่ยวหลังจากมีกระเช้ามาให้เห็นเต็มๆ และต้องรับผิดชอบโดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ ภายใต้งบประมาณ กำลังคน ระเบียบและกฏหมายอุทยาน จะออกแบบอย่างไร ผู้รับผิดชอบอย่างกรมอุทยานเป็นคนวางรูปแบบ จะเอาอย่างไร เปิดเผยแล้วมารับฟังความเห็นกันได้ไหม

ระดับที่ 3 ถ้ามีคนขึ้นไปมากๆ จริงๆ แล้ว เราพร้อมจะเปลี่ยนพื้นที่อนุรักษ์ที่เป็นธรรมชาติ ไปรองรับการบริการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวข้างบนในอนาคตไปเลยไหม
หากนโยบายวันข้างหน้าจะเอาอย่างนั้น เช่น ยกเลิกการเป็นอุทยานแห่งชาติ หรือประกาศเป็นโซนบริการหมดไปเลยไหม นี่คือเรื่องที่ต้องตัดสินใจตามกระเช้ามาในระดับท้ายสุด

ถ้าอยากให้เป็นอย่างนี้ ลองเปิดออกแบบมาให้หมด แล้วนำมาให้ดู รับฟังความเห็นกันให้จะๆ เลย ใส่ลงในรายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย

แต่ปัญหาคือ กระเช้าจะเข้า EIA ในฝ่ายของการสร้างทางผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นหนึ่ง ไม่น่าจะครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ หลังกระเช้า สผ. และกรมอุทยาน ต้องชัดนะครับว่าจะศึกษามาถึงขั้นนี้ไหม

รัฐบาลนี้ควรต้องตอบครับ ทั้งสามประเด็นไล่กันมา ก่อนตัดสินใจ ผมรอฟังอยู่ ก่อนตัดสินใจขึ้นกระเช้า ไปทำลายภูกระดึงเดิมๆ ด้วยกัน

ภูกระดึง

สรุปปัญหาใหญ่ของโครงการกระเช้าภูกระดึง
1. อพท. และ ท้องถิ่น อยากทำ แต่พื้นที่ภูกระดึงเป็นอุทยานแห่งชาติ อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานฯ (ไม่เกี่ยวกับ อพท.) มีกฏหมายอุทยานแห่งชาติกำกับดูแล การกระทำใดๆ ต้องดำเนินงานโดยพนักงานเจ้าหน้าที่

2. กรมอุทยานฯ เอง มีอำนาจอนุญาต ให้สร้างหรือไม่ เพราะถ้าทำก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ แต่อาจอ้างว่าเพื่อการทัศนศึกษาก็พอได้ แต่ต้องดำเนินการภายใต้กฏหมายอุทยาน

3. วันนี้กรมอุทยาน ไม่ใช่เจ้าของโครงการและไม่มีส่วนในการออกแบบการจัดการกระเช้า และการจัดการรูปแบบการท่องเที่ยวภายหลังมีกระเช้า ว่าจะจัดการนักท่องเที่ยวอย่างไร

4. การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ศึกษาแต่ตัวกระเช้า ไม่ได้ศึกษาผลกระทบจากรูปแบบการท่องเที่ยวแบบใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่างฝ่ายก็มโนกันไปโดยเจ้าของพื้นที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เพราะต้องเป็นคนรับช่วงดูแลหลังจากมีกระเช้า และกองทัพทัวร์

5. สงสัยว่า ทำไมไม่ออกแบบรูปแบบการท่องเที่ยวภายหลังมีกระเช้า ให้เรียบร้อยกรมอุทยานจะรับดำเนินการต่อหรือไม่ บุคลากร งบประมาณ ข้อกฏหมายต่างๆ จะทำอย่างไร แผนแม่บทที่จะต้องโซนนิ่งพื้นที่อย่างไรยังไม่มี
มโนกันตามแต่ที่อยากได้ บนพื้นที่รับผิดชอบ ตามกฏหมายของคนอื่น

เป็นปัญหาใหญ่ไหม หรือว่าไม่เป็น
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง