• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ Chad Scott หนุ่มอเมริกันที่หลงรักปะการังเกาะเต่า

Chad Scott หนุ่มอเมริกันที่หลงรักปะการังเกาะเต่า

อีเมล พิมพ์ PDF

chad scottผมรู้จัก Chad Scott ที่เกาะเต่าเมื่อราวๆ ไม่กี่เดือนที่แล้ว ตามคำชวนของเพื่อนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ชื่อ อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เป้าหมายหลักของการเดินทางคือการไปดูอาสาสมัครจากโรงเรียนสอนดำน้ำแห่งหนึ่งร่วมกันวางทุ่นสำหรับผูกเรือสปีดโบท และเรือหางยาวที่พานักท่องเที่ยวไปดำน้ำดูปะการัง


มีข้อมูลว่ากันว่าเกาะเต่าที่มีพื้นที่แค่ 21 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้ แต่เป็นที่ตั้งของธุรกิจโรงเรียนสอนดำน้ำลึก (Scuba Diving) ที่มีมากเป็นอันดับสองของโลก (อันดับหนึ่งคือที่ชายฝั่ง Great barrier reef ออสเตรเลีย) และเป็นเกาะที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทามาปีละหลายแสนคน

เกาะเต่า

แน่นอนว่าประเมินมูลค่าเม็ดเงินที่มาใช้จ่ายในเกาะและระหว่างทางในประเทศไทยน่าจะนับเป็นปีละหมื่นล้านแสนล้านในระดับนั้น

แต่รายได้และธุรกิจก็สัมพันธ์กับการดำรงคงอยู่ของแนวปะการัง คุณภาพน้ำใส และการจัดการที่ดีบนเกาะเต่าโดยตรง เกาะเล็กๆ ที่มีสถานะภาพเป็นตำบล ขึ้นกับอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่เกาะทั้งหมดว่ากันว่าเป็นที่ราชพัสดุ ไม่มีโฉนดที่ดิน แต่ก็มีชุมชนประมงมาบุกเบิกตั้งถิ่นฐานมานมนาน จนกลายเป็นตำบล บนยอดเขายังมีป่าเหลืออยู่มาก แต่ก็มีรีสอร์ตสวยๆ แทรกอยู่อย่างน่าเกลียดพอให้สะดุดตา ส่วนสถานะภาพป่าไม้ ไม่ได้มีหน่วยงานใดๆ รับผิดชอบตามกฎหมายไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ  เช่นเดียวกับแนวปะการังรอบเกาะ ก็ไม่มีหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการดูแลรักษา

ในวันที่สถานการณ์ปะการรังทั่วประเทศแม้แต่ในเกาะที่เป็นอุทยานแห่งชาติเข้าขั้นวิกฤติ จากการท่องเที่ยว และการฟอกขาวตามปรากฏการณ์เอลนิโญใหญ่เมื่อหลายปีผ่านมาผมก็อยากรู้ว่าเกาะสวยที่ไม่มีหน่วยราชการดูแลทรัพยากรนี้มีสภาพเป็นอย่างไร

เช้าวันฟ้าใส ที่ชั้นสองของอาคารไม้เท่ๆ ตามสไตล์รีสอร์ตริมทะเล ผมพบครู Chad หนุ่มอเมริกันหน้าตาดี กำลังฉายภาพอธิบายสภาพการวางทุ่นใต้น้ำให้คนหนุ่มสาวชาวต่างชาติสักสิบคนฟัง นักเรียนที่วัยไม่ต่างจากครูมีหมอนสามเหลี่ยม และเบาะนอนแทนโต๊ะเก้าอี้โรงเรียน ทุกคนนั่งนอนเอกเขนก กันตามสบาย เหยียดแข้งขา บางคนนอนราบฟังเหมือนมาพักผ่อนมากกว่าการเรียน แต่ในมือทุกคนไม่มีอุปกรณ์สื่อสาร หลายคนมีสมุดโน้ตจดคำบรรยาย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือสายตาทุกคนจรดจ้องไปที่การบรรยายราบๆ เรียบๆ ของครูสอนดำน้ำชาวอเมริกันคนนั้นเหมือเด็กนักเรียนห้องคิงในโรงเรียนฟังอาจารย์สอนยังไงอย่างนั้น

chad scott

อาจารย์ศักดิ์อนันต์ อธิบายให้ผมฟังว่าโรงเรียนสอนดำน้ำของ Chad เป็นโรงเรียนที่ไม่เหมือนที่อื่นๆ ที่ไม่ได้สอนเฉพาะวิธีการดำน้ำด้วยถังอากาศอย่างไรให้ปลอดภัย แต่สอนเรื่องการดำน้ำเพื่อสำรวจและติดตามประเมินผลข้อมูลระบบนิเวศของแนวปะการัง นักเรียนที่มาเรียนจะได้ประกาศนียบัตรเรื่องวิธีการศึกษาวิจัยปะการังกันเลยทีเดียว ไม่แปลกที่นักเรียนของครู Chad ที่สภาพภายนอกไม่ต่างจากฝรั่งแบคแพ็คเกอร์แถวถนนข้าวสาร บางคนมีรอยสักทั่วตัว แต่บางคนอาจจะมีดีกรีเป็นนักชีววิทยาระดับมาสเตอร์ดีกรี ที่มาเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์จากสนามระบบนิเวศปะการังของเกาะเต่าด้วยซ้ำ

ปะการัง เกาะเต่า

ไม่นานจากการบรรยายเรื่องประเภทต่างๆ ของทุ่นที่ใช้งานที่เกาะเต่าตลอดจนปัญหาในการวางทุ่น ที่หากผูกกับก้อนปะการังยักษ์ ก็อาจจะถูกเรือใหญ่กระชากหลุดไปทั้งก้อน หรือ การใช้ก้อนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เครนยักษ์เรือใหญ่ใส่มา กว่าจะวางได้ก็ยากเย็นและทับทำลายปะการังไปเสียเอง

Chad อธิบายงานที่จะช่วยกันทำวันนี้ว่า เขาจะใช้แผ่นปูนที่เป็นฐานและแกนสามชิ้นลงไปประกบกันในน้ำ ต้องใช้นักประดาน้ำช่วยกันทำงานประกบและผูกไว้ด้วยเชือก ก่อนที่จะต้องลำเลียงแผ่นฝาถังส้วมคอนกรีตธรรมดาๆที่มีรูพอดีตรงกลางวางซ้อนกันลงในแกนอีกสิบห้าแผ่น ผูกเชือกและลูกลอยให้ระยะพอดีที่จะผูกคล้องเรือเล็ก ก็เป็นอันว่าจะได้ทุ่นขนาด 2 ตันที่คำนวณแล้วว่าใช้ได้ดีสำหรับเรือขนาดเล็ก ผมดีใจมากเมื่อทราบข้อมูลว่าคนออกแบบ และคำนวณทุ่นนี้เป็นวิศวกรโยธาชาวไทย ที่เป็นนักท่องเที่ยวที่ชอบดำน้ำ อาสามาออกแบบให้ฟรีๆ และไม่มีลิขสิทธิ์ ช่วยกันเพื่ออนุรักษ์แนวปะการังที่เขารัก

เกาะเต่ามีข้อตกลงกันในเรื่องการจอดเรือชัดเจนว่าลูกลอยสีอะไรสำหรับเรือขนาดไหน แต่ก็นั่นแหล่ะยังมีเรือต่างถิ่นที่มาจากเกาะสมุย พะงัน และที่เกาะเต่าเอง  ที่ไม่เคารพกติกา เอาเรือใหญ่มาผูกจนหลุดไปก็มีบ้าง เป็นธรรมดา

นักเรียนกุลีกุจอลุกขึ้นเมื่อ Chad แจ้งให้ทราบว่ารถที่ขนวัสดุอุปกรณ์มาถึงแล้ว ผมลองไปยกแผ่นคอนกรีตกลมที่ปกติใช้ปิดถังส้วมตามบ้านกับอาจารย์ศักดิ์อนันต์สองคน หนักแทบจะยกไม่ขึ้น แต่หนุ่มสาวฝั่งสองคนยกกันลอย จากรถ ลงบันไดไปที่แพที่เตรียมไว้ เป็นภาพที่ผมประทับใจติดตา ระหว่างนั้น Chadแจ้งให้เราทราบว่า ลูกเต่า ในบ่ออนุบาลที่โรงเรียน โตพอที่จะไปปล่อยที่ทะเลได้แล้ว 1 ตัว จะถือโอกาสนี้ให้ผมได้เป็นคนปล่อยมันลงทะเลด้วย

เกาะเต่า
.
Chad Scott

เต่าวัยรุ่นถูกจับใส่กระมัง และมีผ้าเปียกน้ำทะเลคลุมไว้ พร้อมเดินทางไปกับเรา แผ่นคอนกรีตรูปตัวที 1 แผ่น และแท่งคอนกรีตยาวรูปตัวแอล ความยาวเท่าๆ กันสองชิ้นถูกยกไปวางเป็นชิ้นสุดท้าย ก่อนที่อาสาสมัครของ Chad จะนั่งเรือหางยาว ลากแพฝ่าคลื่นออกไป ผมลุยน้ำกระโดดขึ้นเรือตามไปอย่างตื่นเต้นขณะที่อาจารย์ศักดิ์อนันต์ เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำลงไปสังเกตการณ์การทำงาน แกโยนชุดหน้ากาก และสน็อกเกอลิ่ง มาให้ผมชุดหนึ่ง บอกให้ว่ายวนๆ ดูบนผิวน้ำ

วันนั้นน้ำที่เกาะเต่าใสพอที่จะมองจากผิวน้ำลงไปเห็นการทำงานในความลึกสี่ห้าเมตรได้สบายๆ เรือเล็กพานักประดาน้ำ ไปเปลี่ยนชุดดำน้ำ นักประดาน้ำหนุ่มสาวสิบกว่าคนพร้อมใจกันกระโดดลงน้ำไปรอบกะไดลงเรือ เพื่อทำภารกิจแรกในการดูเต่าที่ผมจะปล่อยจากกระไดนี้ Chad ยกเต่าขึ้นจากกาละมังส่งให้ผม และบอกวิธีให้จับกระดอง และใช้นิ้วประคองที่คางของมันไว้ด้วย ก่อนค่อยๆปล่อยมันลงทะเล ผมจับเต่าทะเลตัวย่อมๆ ไว้อย่างสั่นๆ และค่อยๆ วางมันลงพื้นน้ำใส เต่าทะเลพร้อมแล้วที่จะออกผจญภัย นักดำน้ำ มุดน้ำไปดูเต่าว่าจะไปทางไหน อย่างตื่นเต้น เต่าน้อยว่ายไปติดที่เชือกเรือแบบตื่นๆ ผมรีบหยิบเชือกออกจากคอมัน เต่าว่ายน้ำออกไป ทีมอาสาสมัครพยุงตัวที่ผิวน้ำส่งเต่าไปจนสุดตา ก่อนที่จะขึ้นเรือมาติดตั้งถังออกซิเจน พร้อมจะปฏิบัติภารกิจในการวางทุ่นต่อไป

จำได้แม่นว่าเช้านั้นน้ำใสพอสมควร แสงแดดที่ทำท่าว่าจะไม่แรงตามช่วงเวลาใกล้เข้าฤดูฝน ก็เร่งความร้อน ความเข้มแสงจนจนกลายเป็นสายวันร้อนตามปกติ นั่นหมายถึงการทำงานวันนี้ปลอดโปร่งทั้งจากฝน และทัศนวิสัยใต้น้ำที่ขุ่นมัว ครู Chad หนุ่มอเมริกันอธิบายทบทวนการทำงานวางทุ่นให้กับทีมงานอยู่ไม่นาน ก็พร้อมที่จะลงปฏิบัติการ เสียง ฟืดๆๆ จากถังอัดอากาศอยู่รอบตัวผม บนเรือลำใหญ่ที่มีอุปกรณ์การดำน้ำแบบ Scuba เรียงรายอยู่สองกราบเรือ นักประดาน้ำหนุ่มสาวต่างชาติ ชุลมุนกับการประกอบเครื่องมือต่างๆอย่างคล่องแคล่ว ดูก็รู้อยู่แล้วว่าคนบนเรือที่ผมมาดูเขาทำงานครั้งนี้ล้วนเป็นมืออาชีพในการดำน้ำทีเดียว

แพขนวัสดุลอยห่างจากเรือที่ผมอยู่ราวๆ ห้าสิบเมตร เสียงกระโดดลงน้ำตูมๆ ตามๆ กันจากนักดำน้ำต่างชาติ ที่จมหายไปจากเรือพ้นสายตาของผม

เกาะเต่า ปะการัง

เมื่อผมสวมหน้ากากดำน้ำพร้อมท่อหายใจเรียบร้อย ก็โดดน้ำว่ายลอยบนผิวน้ำตามหาพวกเขาไปในทิศทางที่แพขนแผ่นปูนลอยอยู่ ก่อนก้มหน้าลงน้ำ ภาพที่เห็นคือครู Chad และเพื่อนอีกสองคนจะอยู่บนแพนั้น และคงทำหน้าที่ยกแผ่นปูนส่งลงน้ำให้ทีมงานใต้น้ำ ระยะห้าสิบเมตรที่ผมว่ายลอยตัวไปหาพวกเขา พบก้อนปะการังในสภาพดีบ้างโดนทำลายไปบ้าง มีปลาสีสันสวยงามว่ายอยู่ทั่วไป แล้วผมก็เห็นภาพที่หน้าตื่นตาตื่นใจ

ภาพที่ผมเห็นคือใต้น้ำลึกลงไปจากผิวน้ำสักสี่เมตร เป้นกลุ่มนักดำน้ำว่ายวนเวียนกันอยู่ที่ก้นทะเล สภาพพื้นที่ตรงนั้นเป็นลานโล่งที่มีเศษปะการังแตกหักอยู่เต็มเป็นลานเรียบ ฟองอากาศจากถังดำน้ำด้านใต้ของแต่ละคนลอยขึ้นเป็นระยะๆ หากอยู่ใต้ผมพอดี จะเห็นเป็นฟองอากาศเหมือลูกโป่งใสที่ค่อยๆใหญ่ขึ้น ลอยขึ้นมาก่อน ในแนวตรงดิ่งขึ้นมา มีพรายฟองเล็กๆผุดตามขึ้นมานับร้อยๆพันๆ ฟอง ออกมาจากนักดำน้ำที่ทำงานชุลมุนกันอยู่โดยผมไม่ทราบขั้นตอนว่าเขากำลังทำอะไร

ปะการัง

ผมตัดสินใจ มุดน้ำดำลงไปดูด้านใต้กับเขา ตามศัพท์การดำน้ำเขาเรียกการดำน้ำตัวเปล่าแบบผมลงไปใต้น้ำในระดับที่ท่อหายใจมุดไปใต้น้ำนี้ว่า Free dive เมื่อลงไปในระดับลุกสักสองเมตร ความกดอากาศในความลึกขนาดนั้นทำให้ผมหูอื้อไปหมด อาจารย์ศักดิ์อนันต์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ชวนผมมาเกาะเต่า เคยสอนผมให้ปรับความดันภายในหูเราโดยการบีบจมูกที่มียางหน้ากากดำน้ำครอบอยู่ให้แน่น แล้วหายใจออกแรงๆจนลมออกหู และก็ได้ผลจริงๆ อาการหูอื้นบรรเทาไปมาก

ผมรีบแหวกน้ำลงไปด้วยแรงแขนขา เพื่อลงไปในระดับเดียวกับนักดำน้ำถังจนรู้ว่าขั้นตอนที่พวกเขาทำอยู่คือการเก็บปะการังเห็ดก้อนขนาดครึ่งฟุตถึงใหญ่กว่านั้นที่เป็นปะการังที่ไม่มีส่วนติดกับพื้นออกไปวางที่อื่นๆ เพื่อมิให้การวางทุ่นทับมัน นอกจากปะการังเห็ดแล้วผมไม่พบสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ มากนักบนลานเศษแตกหักของปะการรังเขากวาง

ลมหายใจในปอดของผมใกล้หมดแล้ว ระยะที่ขึ้นไปถึงผิวน้ำค่อนข้างจะไกลมากสำหรับมือสมัครเล่นอย่างผม เมื่อทะลึ่งขึ้นถึงครึ่งทางของการลอยตัวในระยะเพียงสามเมตร ลมสะสมของผมหมดลง พลังอึดสุดท้ายที่ผมถีบน้ำขึ้นไปส่งให้ขึ้นถึงผิวน้ำ แต่น้ำทะเลในท่อหายใจที่บรรจุเต็มตลอดเวลาที่ Free dive ลงไปก็เข้าปากจมูกของผมไปพอสมควร ตามวิธีการดำน้ำแบบสน็อคเกอริ่ง ผมต้องพ่นน้ำในท่อหายใจให้พุพ้นออกไปจากท่อให้หมด ช่วยไม่ได้ว่าบางทีก็ต้องแบ่งมันกินเข้าไปบ้าง เมื่อตั้งสติปรับร่างกายให้ลอยเป็นปกติบนผิวน้ำใสได้ ผมค่อยๆว่ายมองเหมือนนกบินมองบรรยากาศน่าตื่นเต้นเบื้องล่างต่อ

อาจารย์ศักดิ์อนันต์ เพื่อนผม ดำนิ่งอยู่ห่างจากวงของกลุ่มนักดำน้ำ มือจับกล้องถ่ายภาพใต้น้ำขนาดค่อนข้างใหญ่ไว้มั่นคง ในระดับแทบจะติดกับพื้นทะเล มีนักดำน้ำอีกสองคนกับก้องถ่ายใต้น้ำขนาดเล็กที่เรียกกันว่ากล้องโกโปร อีกสองคนบันทึกภาพให้ทีมอาสาสมัคร นักดำน้ำร่างใหญ่หกเจ็ดคนคนรอรับแผ่นปูนอยู่ขอบแพ แผ่นปูนรูปตัว T แผ่นใหญ่ถูกหย่อนเชือกลงมาจากแพก่อน นักดำน้ำสี่คนเข้าไปช่วยกันประคองวางลงบนพื้น ก่อนที่แผ่นที่สองและสามที่เป็นแผ่นปูนรูปตัว L จะถูกส่งลงตามมาด้วยการหย่อนเชือกคล้องปะคองแรงลงมาเช่นกัน

ปะการัง

เมื่อฐานทุ่นสามชิ้นลงมาครบ นักดำน้ำส่งสัญญาณกันในการยกแผ่นปูนที่หนักอื้งใต้น้ำขึ้นมาประกบกัน โดยขนาดของแผ่นปูนที่จำกัดทำให้นักดำน้ำเพียงสี่ห้าคนเท่านั้นที่จะมีพื้นที่ในการทำงาน เมื่อประกบกันได้  นักดำน้ำที่เตรียมเชือกไว้ก็แหวกว่ายไปร้อยเชือกในรู และมัดมันไว้ด้วยกัน ด้วยความแรงของกระแสน้ำที่แรงพอสมควร แผ่นปูนเคลื่อนไปมา การทำงานที่พูดคุยกันไม่ได้ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เวลาผ่านไปราวๆยี่สิบนาที ฐานทุ่นก็เสร็จเรียบร้อย โดยที่ต้องมีการแก้เชือกผูกกันใหม่อยู่สองรอบทีเดียว

แผ่นคอนกรีตกลมที่มีรูตรงกลาง หรือฝาถังส้วมธรรมดานี่แหล่ะ ถูกส่งตามลงมา เพื่อวางให้รูตรงกลางสวมลงไปตามแกนฐานที่ประกอบไว้แล้ว ผมคิดเอาว่านี่คงเป็นงานง่ายๆที่สวมลงมาเดี๋ยวเดียวก็เสร็จตามจำนวนแผ่นปูนกลม 15 แผ่น ก่อนที่จะผูกเชือกไปยังทุ่นลอยเหนือผิวน้ำ คงไม่ใช่ผมคนเดียวที่คาดการผิด มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับขนาดของแกนฐานทุ่นที่ขนาดไม่พอดีกับรูของแผ่นปูนกลมที่เตรียมมา มันอาจจะเกิดจากขนาดที่ไม่เผื่อไว้บ้างหากการประกบชิ้นส่วนเคลื่อนจากกันไม่พอดี หรือจากขนาดรูของแผ่นกลมที่ไม่มาตรฐาน เมื่อสวมลงไปบนแกนได้แล้วแต่ไม่สามารถใส่ลงไปให้สุดถึงฐานรากได้

นักดำน้ำทุลักทุเลในการกดแผ่นปูนลงไปด้วยการดำน้ำกระแทกมัน มนุษย์กบสาวร่างใหญ่สองคนตัดสินใจใช้เท้าเหยียบกระแทก ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผล แผ่นปูนค่อยๆครูดแกนลงไปได้สำเร็จ

ปัญหาของวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้ทดสอบก่อนยังเป็นปัญหาต่อไปแผ่นที่สองก็ไม่ค่อยพอดีเช่นกัน การกระแทกของแรงฝรั่งทำให้แผ่นปูนร้าว แต่เนื่องจากมีเหล็กเส้นยึดไว้จึงยังสามารถอัดมันลงไปสุดถึงแผ่นแรกได้

ครู Chad ไม่ได้ใส่ชุดดำน้ำ จึงสวมหน้ากาก Free dive ลงมาดู กลับขึ้นไปบนแพ แผ่นปูนแผ่นที่สามถูกหย่อนลงมา ครู Chad ดำตัวเปล่าลงมาพร้อมใช้ค้อนตอกๆ ลงรอบรูที่จะสวมแกน ปรากกว่าได้ผลดี แผ่นปูนกระแทกลงไปได้ค้วยกำลังมือเท้าของฝรั่งร่างใหญ่สี่คน ผมสังเกตว่าครู Chad สามารถอึดดำน้ำอยู่ได้นานมาก

ปะการัง

เวลาผ่านไปราวๆ ชั่วโมงกว่าๆ แผ่นปูนกลม 15 แผ่นถูกเสียบเรียงทับกันบนแกนแข็งแรง มีน้ำหนักราวๆ 2 ตัน วางมั่นคงอยู่บนลานปะการังเศษแตกหัก เชือกยาวถูกผูกกับทุ่นลอยอยู่บนผิวน้ำ

ทุ่นลูกนี้สามารถใช้กับเรือสปีดโบด และเรือหางยาวที่พานักท่องเที่ยวมาดำน้ำได้สบาย

อาสาสมัครนักดำน้า ทยอยขึ้นปีนกลับขึ้นเรือ เสียงพูดคุยกันดังขึ้นหลังจากร่วมกันสื่อสารในความเงียบใต้น้ำอยู่กว่าชั่วโมง

ผมเชื่อสายตาของผม ว่าทุกคนมีความสุขอย่างยิ่งกับภารกิจที่เพิ่งทำเสร็จร่วมกัน

ร่วมส่งใจช่วยครู Chad Scott ที่กำลังต่อสู้กับลูคีเมีย ที่ รพ.จุฬา ใครมีเพื่อนกรุ๊บเลือด A RHnegative เตรียมไว้บริจาคช่วยครู Chad กันครับ

Chad Scott

(ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารสารคดี พ.ย. และ ธ.ค. 2558)

 

 

รับข่าวสาร