• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ย้ายเสือห้วยขาแข้งไปเติมให้เขาใหญ่ ความคิดที่เป็นไปได้จริง ?

ย้ายเสือห้วยขาแข้งไปเติมให้เขาใหญ่ ความคิดที่เป็นไปได้จริง ?

อีเมล พิมพ์ PDF

เสือโคร่ง3 กุมภาพันธ์ 2559 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าขณะนี้ในพื้นที่เขาใหญ่ไม่พบเสือโคร่งเป็นเวลานานแล้ว โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในพื้นที่ป่า ก็ไม่พบเสือโคร่งแม้แต่ตัวเดียว และหน่วยลาดตระเวน ก็ไม่พบร่องรอยตีนเสือโคร่งเช่นกัน


รมว. ทรัพยากรธรรมชาติฯ อธิบายว่าสาเหตุที่ไม่พบเสือโคร่งนี้อาจเป็นเพราะสภาพพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ซึ่งแต่ก่อนก็พบปัญหาการล่าเสือโคร่ง รวมทั้งมีชุมชนเข้ามา จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เสือโคร่งในพื้นที่เขาใหญ่ลดจำนวนลง

จากกรณีดังกล่าว รมว. ทรัพยากรธรรมชาติฯ ให้ความเห็นว่าอาจต้องนำเสือโคร่งจากห้วยขาแข้งมาปล่อยในจำนวนที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลในระบบห่วงโซ่อาหาร และโครงสร้างในระบบนิเวศทั้งหมด ซึ่งเสือโคร่งจะกินสัตว์กินพืช จำพวกสัตว์กีบ เช่น กวาง ก็จะทำให้สามารถควบคุมสัตว์กีบมีปริมาณที่พอดีได้ พร้อมย้ำว่าจะหามาตรการที่รอบด้านสำหรับการดำเนินการกิจกรรมนี้

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“ส่วนข้อกังวลที่น่าเป็นห่วงคือ ในบริเวณโดยรอบพื้นที่เขาใหญ่มีชุมชนอาศัยอยู่  อย่างไรก็ตามแนวทางนี้กรมอุทยานฯ รวมทั้งนักวิชาการด้านสัตว์ป่า จะต้องศึกษาความเป็นไปได้ให้รอบด้านที่สุด และมีมาตรการที่ต้องมั่นใจพอ จึงจะสามารถนำเสือโคร่งจากห้วยขาแข้งมาปล่อยที่พื้นที่เขาใหญ่ได้”

ด้านนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า การนำเสือโคร่งห้วยขาแข้งมาปล่อยที่เขาใหญ่เป็นเรื่องดีต่อระบบนิเวศ จะทำให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงานให้หนัก เพราะการดูแลเสือถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ การตายของเสือ 1 ตัวเป็นเรื่องใหญ่พอๆ กับช้างตาย 1 ตัว ซึ่งเดิมทีในพื้นที่เขาใหญ่เคยมีเสือโคร่งอาศัยอยู่ แต่หายไปประมาณ 10 ปีแล้ว ขณะนี้มีแต่หมาใน ที่เป็นสัตว์ที่คอยควบคุมปริมาณสัตว์ในพื้นที่ซึ่งเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ

“เสือโคร่งถือเป็นสัตว์ผู้ล่าที่แข็งแรงที่สุดในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งการนำเสือโคร่งมาปล่อยในเขาใหญ่ก็จะส่งผลให้มีความสมบูรณ์ตามระบบนิเวศ แต่อย่างไรก็ตามนักวิชาการจะต้องมาดูความพร้อม ทั้งประเมินผลกระทบ ในเรื่องของพื้นที่ เหยื่อของเสือในป่าว่าเพียงพอหรือไม่ พื้นที่ที่จะปล่อยเสือ และเนื่องจากอุทยานฯ เขาใหญ่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แม้ว่าตามธรรมชาติของเสือจะไม่ออกมากินคน ยกเว้นเสือแก่ กับเสือป่วย จึงต้องศึกษาให้รอบด้าน ซึ่งตนเห็นด้วยกับ พล.อ.สุรศักดิ์ ที่จะทำให้ระบบนิเวศมีความหลากหลายมากขึ้น” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กล่าว

ปัจจุบันประเทศไทยมีเสือโคร่งประมาณ 250 ตัว ประชากรส่วนใหญ่อยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและโดยรอบอย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติคลองลาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งกล่าวได้ว่ากลุ่มป่าตะวันตกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของเสือโคร่ง ส่วนกลุ่มป่าอื่นแทบไม่มีรายงาน (ทับลาน แก่งกระจาน ภูเขียว มีประมาณ 2-4 ตัว)

เสือโคร่ง

ล่าสุด 13 กุมภาพันธ์ 2559 นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผู้อำนวยการอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ออกมากล่าวถึงแนวทางการเพิ่มประชากรเสือโคร่งเพื่อให้เป็นไปตามที่ประเทศไทยเคยลงนามในอนุสัญญาเซนต์ปีเตอร์เบิร์กว่าจะทำเพิ่มประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2565 โดยผู้อำนวยการอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า กำลังศึกษาแนวทางเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งอยู่ 2 วิธี คือ

วิธีแรก การเอาเสือที่เลี้ยงในกรงมาฝึกพฤติกรรมการล่าแล้วปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ อย่างกรณีเสือของวัดป่าหลวงตามหาบัว ที่มีประมาณ 10 กว่าตัวและเป็นสายพันธุ์พวกนี้สามารถเลี้ยงในกรงแล้วหาสายพันธุ์อื่นมาผสมให้ได้ลูก แล้วนำลูกไปฝึกการล่าเพื่อให้ดำรงชีวิตตามธรรมชาติได้ ก่อนปล่อยคืนสู่ป่า

วิธีที่สอง คือกำลังศึกษาแนวคิดการนำเสือจากที่หนึ่งมาปล่อยอีกที่หนึ่ง ซึ่งไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้ในแหล่งเดียว จึงต้องนำเสือจากที่หนึ่งไปปล่อยอีกที่หนึ่ง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเพาะพันธุ์

ผู้อำนวยการอนุรักษ์สัตว์ป่า บอกว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์เสือโดยใช้ทั้งสองวิธีคือประเทศอินเดีย ส่วนหนึ่งเพราะมีกฎหมายที่เข้มงวด ต่างจากไทยที่มีกฎหมายล้าหลังทำให้คนที่ถูกจับไม่โดนลงโทษ

จากความเห็นดังกล่าวของ รมว. ทรัพยากรธรรมชาติฯ ภาณุเดช เกิดมะเล เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร แสดงความเห็นว่า การย้ายเสือโคร่งจากป่าห้วยขาแข้งไปเขาใหญ่อาจทำได้ แต่ต้องคำนึงถึงความพร้อมเป็นสำคัญ

“สิ่งที่ต้องคิดให้มากกว่านี้คือความพร้อมในการรองรับเสือโคร่งของเขาใหญ่มีมากแค่ไหน เนื่องจากตัวพื้นที่มีคนเที่ยวป่าเดินกันจนพรุน และการป้องกันการล่าจากพราน การดูแลป่าของเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่าน้อยมาก ถ้าพื้นที่ไม่พร้อม เสือก็หายไปอีกตามเคย”

เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรมองว่า การที่ทำให้เสือโคร่งกลับคืนสู่ป่าเขาใหญ่ได้นั้น สิ่งที่ควรทำคือการฟื้นฟู ดูแลพื้นที่ที่ยังมีเสืออยู่ในกลุ่มป่าโดยรอบจนเสือเพิ่มจำนวนประชากรและขยายไปยังเขาใหญ่ได้เอง คล้ายกับกรณีเสือโคร่งจากห้วยขาแข้งกระจายไปป่าโดยรอบ แต่เรื่องนี้อาจต้องช่วยเรื่องการแก้ปัญหาผสมพันธุ์กันเองในเครือญาติ และดูเรื่องแหล่งอาหารด้วย

ภาณุเดช เกิดมะลิ
ภาณุเดช เกิดมะเล เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวเพิ่มเติมว่า ป่าตะวันตกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการกระจายพันธุ์เสือโคร่งได้อีกมาก เพราะมีพื้นที่รองรับ รัฐควรเริ่มจากการดูแลให้เสือโคร่งให้ขยายและกระจายพันธุ์เองตามธรรมชาติก่อน และเอาจริงกับการจัดการพื้นที่ให้ดีกว่านี้ พร้อมศึกษาวิจัยทำข้อมูลเสือที่อยู่ในประเทศมากกว่านี้ ซึ่งในปัจจุบันข้อมูลเรื่องเสือโคร่งที่ชัดเจนที่สุดคือที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและป่าโดยรอบเท่านั้นที่มีงานวิจัยอย่างเข้มข้นส่วนกลุ่มป่าอื่นๆ ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องปริมาณ ซึ่งการทำฐานข้อมูลให้ชัดเจนจะเป็นประโยชน์สำหรับการนำมาใช้วางแผนเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งในอนาคต

“เราจะสามารถเพิ่มประชากรเสือโคร่งได้ตามเป้าหมายที่ไปรับปากนานาชาติเขาไว้ที่หัวหินได้หรือไม่ ก็อยู่ที่ความเอาจริงเอาจังของรัฐ และคนในประเทศไทยทุกคนเห็นตรงกัน วันนี้คุณยังพัฒนาอย่างไร้ทิศทางด้วยการทำลายป่า ทั้งเขื่อน เหมืองแร่ และถนนผ่านป่า ผมว่า 50% คงเป็นแค่ฝันไป”

หมายเหตุ : จากการประเมินสถาน ภาพเสือโคร่งของไทย พบว่าระดับความชุกชุมของเสือใน 18 กลุ่มป่า 4 อันดับแรกคือ กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าแก่งกระจาน กลุ่มป่าดงพญาเย็น กลุ่มป่าฮาลาบาลา  เนื่องจากยังเป็นป่าสมบูรณ์และมีเหยื่อเพียงพอให้กับเสือ ขณะที่ป่าทางภาคเหนือ เช่น ที่ดอยเชียงดาว ถือมีความเสี่ยงสุดที่เสือโคร่งจะหมดจากป่า เหตุผลเพราะชาวบ้านนำสัตว์เลี้ยงเช่น วัว ควายขึ้นไปเลี้ยงบนเขาสูง อีกทั้งเสือยังชอบอาศัยในป่าแนวราบมากกว่าพื้นที่ลาดชัน จึงเสี่ยงต่อการถูกล่าได้ง่าย

อ้างอิง
'บิ๊กเต่า'ตื่นเสือโคร่งเขาใหญ่สูญพันธุ์ เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/politics/377313
เพาะเสือโคร่งคืนป่าธรรมชาติ เนชั่น ทีวี http://www.nationtv.tv/main/content/social/378489156/
ไทยผู้นำรักษาเสือโลก ผู้เชี่ยวชาญชี้"ห้วยขาแข้ง"สมบูรณ์พบมากถึง 40 ตัว มติชน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1278323464&grpid=no
ภาพเสือโคร่งจาก Recovery of Tiger & Other threatened Wildlife in The Western Forest Complex 2005-2013
เรียบเรียงโดย เอกวิทย์ เตระดิษฐ์

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง