• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ [สัมภาษณ์] บุคคล(ไม่)ธรรมดา : “ผมทำงานให้พี่สืบ” ศศิน เฉลิมลาภ

[สัมภาษณ์] บุคคล(ไม่)ธรรมดา : “ผมทำงานให้พี่สืบ” ศศิน เฉลิมลาภ

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อชายหนุ่มวัย 45 ปี ในตำแหน่ง ‘เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร’ ตัดสินใจออกเดินเท้ากว่า 300 กิโลเมตร จากลำน้ำแม่วงก์สู่กรุงเทพมหานคร เพื่อคัดค้านรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ในการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ชื่อของ 'ศศิน เฉลิมลาภ'ก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างและสร้างกระแสอนุรักษ์ป่าได้มากมายเป็นประวัติการณ์ ภาพชายหนุ่มใส่แว่นกลม ผมยุ่ง สวมหมวกยับยู่ยี่ เริ่มเป็นที่คุ้นตาของคนในประเทศ ในฐานะผู้สืบทอดเจตนารมณ์ สืบ นาคะเสถียร’ นักอนุรักษ์ตัวยงที่คนไทยรู้จักดี ‘บุคคล(ไม่)ธรรมดา’ ฉบับนี้ จึงขอชวนคุณไปทำความรู้จักกับผู้ชายที่ปวารณาว่า “ผมทำงานให้พี่สืบ”
ศศินเริ่มต้นพูดคุยและอธิบายถึงความเป็นมาของ ‘มูลนิธิสืบนาคะเสถียร’ ที่หลายคนยังเข้าใจผิด “คนส่วนมากจะรู้ว่ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร ก่อตั้งเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของสืบ นาคะเสถียร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ยิงตัวตายที่ห้วยขาแข้ง ทุกคนชอบพี่สืบ แต่ไม่เคยรู้เลยว่า ที่มูลนิธิมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วย แถมหลายคนยังเข้าใจผิดว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ คือข้าราชการกรมป่าไม้ และมีสำนักงานอยู่ที่ห้วยขาแข้ง ซึ่งในความเป็นจริง มูลนิธิสืบฯ ตั้งอยู่แถวโบ๊เบ๊นี่เอง (หัวเราะ) มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ก่อตั้งมา 24 ปีแล้ว ทำหน้าที่ผลักดันเชิงนโยบายแก้ไขปัญหางานอนุรักษ์ในส่วนที่ราชการทำไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้มีหน้าที่ไปจับคนตัดไม้นะฮะ เพราะถ้าไปจับจริง เขาคงยิงสวนมาแน่ๆ (หัวเราะ)”
ศรัทธา ‘สืบ นาคะเสถียร’ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเจอ
ในช่วงที่เรียนวิชาธรณีวิทยาตอนปี 4 ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์พาไปสำรวจหินที่บ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี อยู่ ๆ ศศินก็เกิดความรู้สึกอยากไปห้วยขาแข้งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “ตอนนั้นประมาณปี 2532 - 2533 เป็นช่วงที่พี่สืบกำลังเขียนรายงานขอให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลก ผมก็อยากจะไปดูมรดกโลก ที่นี้บ้านไร่กับห้วยขาแข้งห่างกันประมาณร้อยกว่ากิโล ผมก็บังคับอาจารย์ให้พาไป พอไปถึงก็พบว่าไม่มีอะไรเลย เจอแต่บ้านพักป่าไม้เก่า ๆ แถมไม่เจอพี่สืบด้วย (หัวเราะขำ) ตอนนั้นพี่สืบเขาดังแล้วจากเหตุการณ์ช่วยชีวิตสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจ ‘สืบ นาคะเสถียร’ มากกว่าสิ่งใดคือ บทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายที่ตีพิมพ์ในนิตยสารสารคดี พี่สืบให้สัมภาษณ์กับอาจารย์สุรพล ดวงแข พอพี่สืบยิงตัวตายที่ห้วยขาแข้ง ผมก็เลยอินกับสืบ นาคะเสถียร ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเจอตัว และไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนเลย”
จากอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนตัดสินใจก้าวสู่องค์กรพัฒนาเอกชน
ก่อนหน้าที่จะเข้ามาทำงานให้มูลนิธิสืบฯ เต็มตัวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ศศินเคยเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิตประมาณ 13 ปี และอาจารย์รตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เจ้าของฉายา ‘นางสิงห์เฝ้าป่า’ ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ชักชวนให้มาทำงานกับมูลนิธิสืบฯ ศศินย้อนอดีตให้ฟังว่า “ตอนนั้นผมไปสำรวจปัญหาสารตะกั่วที่ห้วยคลิตี้ ทองผาภูมิ กาญจนบุรี เลยรู้จักกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ อยู่บ้าง พอมูลนิธิสืบฯ ได้โครงการใหญ่เรื่องการจัดการคนกับป่า แล้วต้องการผู้จัดการโครงการ (Project Management) เขาก็เลยติดต่อมา ช่วงนั้นผมเองกำลังอยากเปลี่ยนงาน เลยตัดสินใจรับเพราะอยากทำงานกับมูลนิธิของฮีโร่ที่ตัวเองศรัทธา พอเริ่มทำงานก็เจอเรื่องใหญ่เลย คือเรื่องความขัดแย้ง เพราะก่อนหน้านี้ กรมป่าไม้ไม่รู้จักไร่หมุนเวียน คือชาวกะเหรี่ยงเขาทำไร่ข้าวบนภูเขา แล้วเกิดการกัดเซาะของหน้าดิน เขาก็หมุนเวียนเปลี่ยนที่ทำ ปล่อยหน้าดินเก่าไว้ให้ต้นไผ่ขึ้น ให้อินทรีวัตถุมันทับถม แล้วเขาก็กลับมาทำใหม่ ซึ่งมันไปคล้ายกับการปลูกยาเสพติดทางภาคเหนือที่ทำไร่ขยายไปเรื่อย อย่างที่เราเรียกกันว่า ไร่เลื่อนลอย ผมต้องไปสร้างความรู้ความเข้าใจกับข้าราชการให้แยกระหว่างไร่เลื่อนลอยกับไร่หมุนเวียน โดยการลงพื้นที่จริง แม้จะไม่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ดีขึ้นมาก”
บุคคล(ไม่)ธรรมดา  : ณ ชล
ภาพ : หนึ่ง กฤชพล
All magazine มีนาคม 2557
อ่านบทสัมภาษณ์ ฉบับเต็มได้ที่ บุคคล(ไม่)ธรรมดา : “ผมทำงานให้พี่สืบ” ศศิน เฉลิมลาภ
ศศิน เฉลิมลาภเมื่อชายหนุ่มวัย 45 ปี ในตำแหน่ง ‘เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร’ ตัดสินใจออกเดินเท้ากว่า 300 กิโลเมตร จากลำน้ำแม่วงก์สู่กรุงเทพมหานคร เพื่อคัดค้านรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ในการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ชื่อของ 'ศศิน เฉลิมลาภ'ก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างและสร้างกระแสอนุรักษ์ป่าได้มากมายเป็นประวัติการณ์ ภาพชายหนุ่มใส่แว่นกลม ผมยุ่ง สวมหมวกยับยู่ยี่ เริ่มเป็นที่คุ้นตาของคนในประเทศ ในฐานะผู้สืบทอดเจตนารมณ์ สืบ นาคะเสถียร’ นักอนุรักษ์ตัวยงที่คนไทยรู้จักดี ‘บุคคล(ไม่)ธรรมดา’ ฉบับนี้ จึงขอชวนคุณไปทำความรู้จักกับผู้ชายที่ปวารณาว่า “ผมทำงานให้พี่สืบ”

ศศินเริ่มต้นพูดคุยและอธิบายถึงความเป็นมาของ ‘มูลนิธิสืบนาคะเสถียร’ ที่หลายคนยังเข้าใจผิด “คนส่วนมากจะรู้ว่ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร ก่อตั้งเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของสืบ นาคะเสถียร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ยิงตัวตายที่ห้วยขาแข้ง ทุกคนชอบพี่สืบ แต่ไม่เคยรู้เลยว่า ที่มูลนิธิมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วย แถมหลายคนยังเข้าใจผิดว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ คือข้าราชการกรมป่าไม้ และมีสำนักงานอยู่ที่ห้วยขาแข้ง ซึ่งในความเป็นจริง มูลนิธิสืบฯ ตั้งอยู่แถวโบ๊เบ๊นี่เอง (หัวเราะ) มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ก่อตั้งมา 24 ปีแล้ว ทำหน้าที่ผลักดันเชิงนโยบายแก้ไขปัญหางานอนุรักษ์ในส่วนที่ราชการทำไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้มีหน้าที่ไปจับคนตัดไม้นะฮะ เพราะถ้าไปจับจริง เขาคงยิงสวนมาแน่ๆ (หัวเราะ)”
ศรัทธา ‘สืบ นาคะเสถียร’ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเจอ
ในช่วงที่เรียนวิชาธรณีวิทยาตอนปี 4 ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์พาไปสำรวจหินที่บ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี อยู่ ๆ ศศินก็เกิดความรู้สึกอยากไปห้วยขาแข้งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “ตอนนั้นประมาณปี 2532 - 2533 เป็นช่วงที่พี่สืบกำลังเขียนรายงานขอให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลก ผมก็อยากจะไปดูมรดกโลก ที่นี้บ้านไร่กับห้วยขาแข้งห่างกันประมาณร้อยกว่ากิโล ผมก็บังคับอาจารย์ให้พาไป พอไปถึงก็พบว่าไม่มีอะไรเลย เจอแต่บ้านพักป่าไม้เก่า ๆ แถมไม่เจอพี่สืบด้วย (หัวเราะขำ) ตอนนั้นพี่สืบเขาดังแล้วจากเหตุการณ์ช่วยชีวิตสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจ ‘สืบ นาคะเสถียร’ มากกว่าสิ่งใดคือ บทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายที่ตีพิมพ์ในนิตยสารสารคดี พี่สืบให้สัมภาษณ์กับอาจารย์สุรพล ดวงแข พอพี่สืบยิงตัวตายที่ห้วยขาแข้ง ผมก็เลยอินกับสืบ นาคะเสถียร ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเจอตัว และไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อนเลย”

จากอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนตัดสินใจก้าวสู่องค์กรพัฒนาเอกชน
ก่อนหน้าที่จะเข้ามาทำงานให้มูลนิธิสืบฯ เต็มตัวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ศศินเคยเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิตประมาณ 13 ปี และอาจารย์รตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เจ้าของฉายา ‘นางสิงห์เฝ้าป่า’ ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ชักชวนให้มาทำงานกับมูลนิธิสืบฯ ศศินย้อนอดีตให้ฟังว่า “ตอนนั้นผมไปสำรวจปัญหาสารตะกั่วที่ห้วยคลิตี้ ทองผาภูมิ กาญจนบุรี เลยรู้จักกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ อยู่บ้าง พอมูลนิธิสืบฯ ได้โครงการใหญ่เรื่องการจัดการคนกับป่า แล้วต้องการผู้จัดการโครงการ (Project Management) เขาก็เลยติดต่อมา ช่วงนั้นผมเองกำลังอยากเปลี่ยนงาน เลยตัดสินใจรับเพราะอยากทำงานกับมูลนิธิของฮีโร่ที่ตัวเองศรัทธา พอเริ่มทำงานก็เจอเรื่องใหญ่เลย คือเรื่องความขัดแย้ง เพราะก่อนหน้านี้ กรมป่าไม้ไม่รู้จักไร่หมุนเวียน คือชาวกะเหรี่ยงเขาทำไร่ข้าวบนภูเขา แล้วเกิดการกัดเซาะของหน้าดิน เขาก็หมุนเวียนเปลี่ยนที่ทำ ปล่อยหน้าดินเก่าไว้ให้ต้นไผ่ขึ้น ให้อินทรีวัตถุมันทับถม แล้วเขาก็กลับมาทำใหม่ ซึ่งมันไปคล้ายกับการปลูกยาเสพติดทางภาคเหนือที่ทำไร่ขยายไปเรื่อย อย่างที่เราเรียกกันว่า ไร่เลื่อนลอย ผมต้องไปสร้างความรู้ความเข้าใจกับข้าราชการให้แยกระหว่างไร่เลื่อนลอยกับไร่หมุนเวียน โดยการลงพื้นที่จริง แม้จะไม่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ดีขึ้นมาก”

ศศิน เฉลิมลาภ

บุคคล(ไม่)ธรรมดา  : ณ ชล
ภาพ : หนึ่ง กฤชพล
All magazine มีนาคม 2557
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง