• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ The Last Hero ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร

The Last Hero ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อสองปีก่อน ผมจำได้ว่ารายการสารคดีของช่องไทยพีบีเอสมาสัมภาษณ์เรื่องราวชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร เนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปี การเสียชีวิตของท่าน ผมพูดไปได้ไม่นานก็ขอพักสักครู่ เมื่อกลั้นน้ำตาไม่อยู่
ผมอาจโชคดีกว่าหลายคน ที่มีโอกาสรู้จักพี่สืบ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แม้อายุจะห่างกันสิบกว่าปี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนสารคดีกับข้าราชการกรมป่าไม้ค่อนข้างแน่นแฟ้นจนหลายครั้งพี่สืบผู้เป็นคนไม่ค่อยพูด กลับเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนต่างวัยฟัง
หลังสัมภาษณ์เสร็จ น้องๆ ผู้ผลิตรายการเล่าให้ฟังว่า หลายครั้งที่ไปคุยกับผู้เคยแวดล้อมคุณสืบ บางคนน้ำตาไหล น้องๆ แปลกใจมากว่าพี่สืบตายไปยี่สิบกว่าปีแล้ว ทำไมคนจึงอาลัยกันจนถึงทุกวันนี้
ผมเชื่อว่าการตายของ สืบ นาคะเสถียร คงสะเทือนใจคนจำนวนมาก เพราะในชีวิตจริง คงมีหลายคนที่ยอมสละชีวิตเพื่อผู้คนที่รัก หรือเพื่อผู้คนในสังคม แต่คงมีไม่กี่คนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องรักษาผืนป่าและสัตว์ป่า สุดท้ายยอมฆ่าตัวตายเพื่อบอกให้โลกรับรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับปัญหาในป่าห้วยขาแข้ง
ในสมัยที่ สืบ นาคะเสถียร มีชีวิตอยู่ ทุกครั้งที่แกขึ้นเวทีอภิปราย แกจะขึ้นต้นด้วยคำพูดว่า “ผมขอพูดในฐานะตัวแทนของสัตว์ป่า” และคนที่รู้จักแกดีจะทราบว่าแกไม่ได้ดราม่าเพื่อให้ตัวเองเด่น แต่แกพูดจากใจจริง
เมื่อวันที่ 1 กันยายน เฟซบุ๊กของผมได้เผยแพร่ภาพถ่ายภาพหนึ่งและมีคำบรรยายว่า
“1 กันยายนที่ผ่านมา สืบ นาคะเสถียร ยิงตัวตายที่บ้านพักในห้วยขาแข้ง ภาพที่เห็นนี้ ผมถ่ายไว้เมื่อปี พ.ศ. 2529 ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน ตอนนั้นคุณสืบเป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่า มีภารกิจในการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่าที่กำลังจะถูกน้ำท่วม
วันหนึ่งขณะแล่นเรือช่วยชีวิตสัตว์ เราเห็นงูจงอางยาวร่วมสองเมตรว่ายน้ำกลางอ่างเก็บน้ำ พี่สืบบอกเราต้องไปช่วยชีวิต เพราะงูคงว่ายไม่ถึงฝั่ง พอพวกเราเอาสวิงช้อนงูจากน้ำขึ้นมาอยู่บนเรือ งูนอนนิ่งอยู่ในสวิงแต่ละคนมองหน้ากันว่าใครจะจับงูใส่ลงถุงเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะหากถูกกัดคงตายแน่ เรือห่างจากโรงพยาบาลไม่ต่ำหว่า 7-8 ชั่วโมง
ทันใดพี่สืบเดินไปคว้าคองูและเอาลงถุง ดังที่เห็นในภาพท่ามกลางความแปลกใจของลูกน้องในเรือ ผมถ่ายภาพได้ทันที ก่อนจะถามพี่สืบว่า พี่คงจับงูบ่อยนะ แกบอกผมว่า พี่ก็เพิ่งจับงูเป็นครั้งแรก
นั่นคือนิสัยแก ทำงานจริง มุ่งมั่นในการช่วยชีวิตสัตว์จริงจัง แต่หากคาดว่าจะเกิดอันตรายกับลูกน้อง แกนำหน้า เสี่ยงชีวิตเอง ลูกน้องจึงรักแกมาก
อีกครั้งหนึ่งปลายปี 2532 พี่สืบชวนผมไปกินข้าวเล่าว่า ได้รับคำสั่งให้ไปเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สมัยนั้นแทบไม่มีใครรู้จัก แต่ดันสอบทุนไปเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยลอนดอนได้ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่คงเลือกเรียนต่อเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตราชการ แต่แกเลือกไปห้วยขาแข้งอันอุดมไปด้วยปัญหาตัดไม้ ล่าสัตว์ แกรู้ว่าป่าที่นั่นคือหัวใจของป่าด้านตะวันตกในเมืองไทย สืบ นาคะเสถียร เลือกไปอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องป่าและสัตว์ป่าแทนพวกเราทุกคน
หลายเดือนต่อมา เมื่อแกทุ่มเทอย่างเต็มที่ทั้งหาย วาจา ใจ ในการทำงานเพื่อรักษาธรรมชาติ แต่แทบไร้ผล แกสิ้นหวังกับระบบราชการไทย สิ้นหวังกับผู้ใหญ่ที่ไม่สนใจ หนทางอันเหลืออยู่มีไม่กี่ทาง และเช้าวันที่ 1 กันยายน 2533 แกได้เลือกแล้วเสียงปืนนัดนั้นยังคงดังก้องมาจนถึงวันนี้
ไม่นานนัก มีผู้ร่วมแสดงความเห็นและไว้อาลัยการจากไปของพี่สืบหลายร้อยข้อความ และมีการแชร์ข้อความหรือสเตตัสนี้ กระจายไปสู่แหล่งต่างๆ จนคาดว่าน่าจะมีผู้อ่านข้อความนี้แสนกว่าคนภายในเวลาไม่กี่วัน
ผมสนิทกับพี่สืบตั้งแต่เมื่อครั้งไปช่วยสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน และหลังจากนั้นเราก็ยังติดต่อกันเป็นระยะ ในฐานะเพื่อนร่วมอุดมคติผู้สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม หวงแผนผืนป่าและสัตว์ป่าเหมือนกัน
ครั้งหนึ่งเราไปสำรวจป่าห้วยขาแข้ง บริเวณเขาบันได ไปตามลำห้วยขาแข้ง พบนกยูงหลายคัว ผู้รู้สึกได้ว่าพี่สืบอารมณ์ดีทุกครั้งที่เห็นสัตว์ป่า พอตกดึกแกเครียดขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเสียงปืนล่าสัตว์ดังไม่ไกลจากที่พัก ผมจำได้ว่า แกจะเดินออกไปสูบบุหรี่ระบายความรู้สึกภายในอย่างเงียบๆ
พี่สืบรักสัตว์มาก จนทุกครั้งที่มีอภิปรายบนเวที มักจะเริ่มต้นคำพูดจากหัวใจว่า “วันนี้ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่าทุกตัว เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้”
เราเจอกันหลายครั้ง เมื่อมีปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะกรณีสร้างเขื่อนน้ำโจน พี่สืบทราบดีว่าการสร้างเขื่อนเป็นต้นตอปัญหาการทำลายป่าและสัตว์ป่า และต้องเสียพื้นที่ป่าหลายแสนไร่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สืบเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ ที่กล้าออกมาปกป้องป่าไม้โดยไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อมารับตำแหน่งที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขาจึงทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อแก้ปัญหาการล่าสัตว์ ทำลายป่า แต่สุดท้ายระบบราชการและความไม่ใส่ใจของผู้มีอำนาจในสังคมกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ
สุดท้าย สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจฆ่าตัวตาย
แน่นอว่า ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ มีแต่การอนุมานจากคนรุ่นหลังซึ่งผมเชื่อว่า หากจะเข้าใจเรื่องนี้ ต้องรู้จักนิสัยใจคอของคุณสืบทั้งชีวิตก่อนว่า เขาเป็นคนนิสัยแบบใด สืบเป็นคนจริงจังกับทุกอย่าง เป็นคนสมบูรณ์แบบ เป็นคนละเอียด ทำอะไรต้องดีเกินร้อย
สืบเป็นคนมีศักดิ์ศรี ประเภทเดียวกับนักรบซามูไร หากทำงานไม่ได้เต็มที่ ไปตายดีกว่า
หากรู้จักสืบ จะเห็นว่าเขารักลูกน้องมากกว่าตัวเอง และทนไม่ได้ที่เห็นลูกน้องตายหรือบาดเจ็บไปต่อหน้า
สืบเป็นคนเครียดมากกับการทำงานที่ต้องรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา
เมื่อปัญหาตัดไม้และล่าสัตว์ในป่าห้วยขาแข้งรุนแรงมากขึ้นทุกวัน โดยที่เขาซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดไม่สามารถทำอะไรได้ ลูกน้องก็โดนยิงแทบทุกวัน เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนมีอำนาจทุกฝ่าย ไม่มีใครสนใจความสำคัญของป่าห้วยขาแข้ง
ส่งสุดท้ายที่ทำได้คือ ทำรายงานทางวิชาการเสนอยูเนสโก แสดงความสมบูรณ์ของป่าห้วยขาแข้ง เพื่อยกป่าแห่งนี้ให้เป็นมรดกโลก ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นวิธีสุดท้ายในการดูแลผืนป่าแห่งนี้ เขาทำรายงานนี้เสร็จเพียงไม่กี่วันก่อนจะฆ่าตัวตาย
หลังจากนั้นป่าห้วยขาแข้งก็ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจริงๆ
เขาวางแผนฆ่าตัวตายหลายวันล่วงหน้า การพูดจาบางอย่างกับคนใกล้ชิดอย่างเป็นนัย และจดหมายฆ่าตัวตายสามสี่ฉบับชัดเจน
สาเหตุการฆ่าตัวตายเรื่องอื่นไม่มีเลย ไม่มีปัญหาครอบครัว ไม่มีปัญหาทางการเงิน เพราะทุกคนรู้ดีว่าเขาใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนทำงานดูแลรักษาป่าห้วยขาแข้ง
สืบเป็นคนเครียดมาก แต่ไม่ค่อยพูด และทุ่มเททำงานที่ตัวเองรับผิดชอบ เอาชีวิตเข้าแลกกับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับป่าและสัตว์ป่าในห้วยขาแข้งที่มนุษย์ทั่วไปไม่ทำ เมื่อทำได้ไม่ประสบผลสำเร็จแล้วเขาจึงละอายใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ผมเชื่อว่าพี่สืบคงไม่รู้หรอกว่า การตายของเขาจะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากน้อยเพียงใด เพียงแต่เขามีความเป็นลูกผู้ชายในวิถีของเขา ที่ทำอะไรได้ไม่สำเร็จก็เอาชีวิตเข้าแลก
หลายปีที่ผ่านมา มีคนสงสัยกันว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้คุณสืบฆ่าตัวตาย และกลายเป็นวีรบุรุษในใจผู้คนมากถึงทุกวันนี้
หนังสือเล็กๆ เล่มนี้อาจจะพอให้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้บ้าง
คัดลอกจาก คำนำหนังสือ The Last Hero ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร เขียน วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ จัดพิมพ์โดย a book Publishing (หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป)
The Last Hero ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร เมื่อสองปีก่อน ผมจำได้ว่ารายการสารคดีของช่องไทยพีบีเอสมาสัมภาษณ์เรื่องราวชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร เนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปี การเสียชีวิตของท่าน ผมพูดไปได้ไม่นานก็ขอพักสักครู่ เมื่อกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ผมอาจโชคดีกว่าหลายคน ที่มีโอกาสรู้จักพี่สืบ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แม้อายุจะห่างกันสิบกว่าปี แต่ความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนสารคดีกับข้าราชการกรมป่าไม้ค่อนข้างแน่นแฟ้นจนหลายครั้งพี่สืบผู้เป็นคนไม่ค่อยพูด กลับเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนต่างวัยฟัง

หลังสัมภาษณ์เสร็จ น้องๆ ผู้ผลิตรายการเล่าให้ฟังว่า หลายครั้งที่ไปคุยกับผู้เคยแวดล้อมคุณสืบ บางคนน้ำตาไหล น้องๆ แปลกใจมากว่าพี่สืบตายไปยี่สิบกว่าปีแล้ว ทำไมคนจึงอาลัยกันจนถึงทุกวันนี้

ผมเชื่อว่าการตายของ สืบ นาคะเสถียร คงสะเทือนใจคนจำนวนมาก เพราะในชีวิตจริง คงมีหลายคนที่ยอมสละชีวิตเพื่อผู้คนที่รัก หรือเพื่อผู้คนในสังคม แต่คงมีไม่กี่คนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องรักษาผืนป่าและสัตว์ป่า สุดท้ายยอมฆ่าตัวตายเพื่อบอกให้โลกรับรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับปัญหาในป่าห้วยขาแข้ง

ในสมัยที่ สืบ นาคะเสถียร มีชีวิตอยู่ ทุกครั้งที่แกขึ้นเวทีอภิปราย แกจะขึ้นต้นด้วยคำพูดว่า “ผมขอพูดในฐานะตัวแทนของสัตว์ป่า” และคนที่รู้จักแกดีจะทราบว่าแกไม่ได้ดราม่าเพื่อให้ตัวเองเด่น แต่แกพูดจากใจจริง

เมื่อวันที่ 1 กันยายน เฟซบุ๊กของผมได้เผยแพร่ภาพถ่ายภาพหนึ่งและมีคำบรรยายว่า

“1 กันยายนที่ผ่านมา สืบ นาคะเสถียร ยิงตัวตายที่บ้านพักในห้วยขาแข้ง ภาพที่เห็นนี้ ผมถ่ายไว้เมื่อปี พ.ศ. 2529 ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน ตอนนั้นคุณสืบเป็นหัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่า มีภารกิจในการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ป่าที่กำลังจะถูกน้ำท่วม

วันหนึ่งขณะแล่นเรือช่วยชีวิตสัตว์ เราเห็นงูจงอางยาวร่วมสองเมตรว่ายน้ำกลางอ่างเก็บน้ำ พี่สืบบอกเราต้องไปช่วยชีวิต เพราะงูคงว่ายไม่ถึงฝั่ง พอพวกเราเอาสวิงช้อนงูจากน้ำขึ้นมาอยู่บนเรือ งูนอนนิ่งอยู่ในสวิงแต่ละคนมองหน้ากันว่าใครจะจับงูใส่ลงถุงเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะหากถูกกัดคงตายแน่ เรือห่างจากโรงพยาบาลไม่ต่ำหว่า 7-8 ชั่วโมง

ทันใดพี่สืบเดินไปคว้าคองูและเอาลงถุง ดังที่เห็นในภาพท่ามกลางความแปลกใจของลูกน้องในเรือ ผมถ่ายภาพได้ทันที ก่อนจะถามพี่สืบว่า พี่คงจับงูบ่อยนะ แกบอกผมว่า พี่ก็เพิ่งจับงูเป็นครั้งแรก

นั่นคือนิสัยแก ทำงานจริง มุ่งมั่นในการช่วยชีวิตสัตว์จริงจัง แต่หากคาดว่าจะเกิดอันตรายกับลูกน้อง แกนำหน้า เสี่ยงชีวิตเอง ลูกน้องจึงรักแกมาก

อีกครั้งหนึ่งปลายปี 2532 พี่สืบชวนผมไปกินข้าวเล่าว่า ได้รับคำสั่งให้ไปเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สมัยนั้นแทบไม่มีใครรู้จัก แต่ดันสอบทุนไปเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยลอนดอนได้ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่คงเลือกเรียนต่อเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตราชการ แต่แกเลือกไปห้วยขาแข้งอันอุดมไปด้วยปัญหาตัดไม้ ล่าสัตว์ แกรู้ว่าป่าที่นั่นคือหัวใจของป่าด้านตะวันตกในเมืองไทย สืบ นาคะเสถียร เลือกไปอยู่แนวหน้าเพื่อปกป้องป่าและสัตว์ป่าแทนพวกเราทุกคน

หลายเดือนต่อมา เมื่อแกทุ่มเทอย่างเต็มที่ทั้งหาย วาจา ใจ ในการทำงานเพื่อรักษาธรรมชาติ แต่แทบไร้ผล แกสิ้นหวังกับระบบราชการไทย สิ้นหวังกับผู้ใหญ่ที่ไม่สนใจ หนทางอันเหลืออยู่มีไม่กี่ทาง และเช้าวันที่ 1 กันยายน 2533 แกได้เลือกแล้วเสียงปืนนัดนั้นยังคงดังก้องมาจนถึงวันนี้

สืบ นาคะเสถียร วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ไม่นานนัก มีผู้ร่วมแสดงความเห็นและไว้อาลัยการจากไปของพี่สืบหลายร้อยข้อความ และมีการแชร์ข้อความหรือสเตตัสนี้ กระจายไปสู่แหล่งต่างๆ จนคาดว่าน่าจะมีผู้อ่านข้อความนี้แสนกว่าคนภายในเวลาไม่กี่วัน
ผมสนิทกับพี่สืบตั้งแต่เมื่อครั้งไปช่วยสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน และหลังจากนั้นเราก็ยังติดต่อกันเป็นระยะ ในฐานะเพื่อนร่วมอุดมคติผู้สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม หวงแผนผืนป่าและสัตว์ป่าเหมือนกัน
ครั้งหนึ่งเราไปสำรวจป่าห้วยขาแข้ง บริเวณเขาบันได ไปตามลำห้วยขาแข้ง พบนกยูงหลายคัว ผู้รู้สึกได้ว่าพี่สืบอารมณ์ดีทุกครั้งที่เห็นสัตว์ป่า พอตกดึกแกเครียดขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินเสียงปืนล่าสัตว์ดังไม่ไกลจากที่พัก ผมจำได้ว่า แกจะเดินออกไปสูบบุหรี่ระบายความรู้สึกภายในอย่างเงียบๆ
พี่สืบรักสัตว์มาก จนทุกครั้งที่มีอภิปรายบนเวที มักจะเริ่มต้นคำพูดจากหัวใจว่า “วันนี้ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่าทุกตัว เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้”
เราเจอกันหลายครั้ง เมื่อมีปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะกรณีสร้างเขื่อนน้ำโจน พี่สืบทราบดีว่าการสร้างเขื่อนเป็นต้นตอปัญหาการทำลายป่าและสัตว์ป่า และต้องเสียพื้นที่ป่าหลายแสนไร่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สืบเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ ที่กล้าออกมาปกป้องป่าไม้โดยไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจในสมัยนั้น ต่อมาเมื่อมารับตำแหน่งที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขาจึงทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อแก้ปัญหาการล่าสัตว์ ทำลายป่า แต่สุดท้ายระบบราชการและความไม่ใส่ใจของผู้มีอำนาจในสังคมกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ
สุดท้าย สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจฆ่าตัวตาย
แน่นอว่า ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ มีแต่การอนุมานจากคนรุ่นหลังซึ่งผมเชื่อว่า หากจะเข้าใจเรื่องนี้ ต้องรู้จักนิสัยใจคอของคุณสืบทั้งชีวิตก่อนว่า เขาเป็นคนนิสัยแบบใด สืบเป็นคนจริงจังกับทุกอย่าง เป็นคนสมบูรณ์แบบ เป็นคนละเอียด ทำอะไรต้องดีเกินร้อย
สืบเป็นคนมีศักดิ์ศรี ประเภทเดียวกับนักรบซามูไร หากทำงานไม่ได้เต็มที่ ไปตายดีกว่า
หากรู้จักสืบ จะเห็นว่าเขารักลูกน้องมากกว่าตัวเอง และทนไม่ได้ที่เห็นลูกน้องตายหรือบาดเจ็บไปต่อหน้า
สืบเป็นคนเครียดมากกับการทำงานที่ต้องรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา
เมื่อปัญหาตัดไม้และล่าสัตว์ในป่าห้วยขาแข้งรุนแรงมากขึ้นทุกวัน โดยที่เขาซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดไม่สามารถทำอะไรได้ ลูกน้องก็โดนยิงแทบทุกวัน เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนมีอำนาจทุกฝ่าย ไม่มีใครสนใจความสำคัญของป่าห้วยขาแข้ง
ส่งสุดท้ายที่ทำได้คือ ทำรายงานทางวิชาการเสนอยูเนสโก แสดงความสมบูรณ์ของป่าห้วยขาแข้ง เพื่อยกป่าแห่งนี้ให้เป็นมรดกโลก ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นวิธีสุดท้ายในการดูแลผืนป่าแห่งนี้ เขาทำรายงานนี้เสร็จเพียงไม่กี่วันก่อนจะฆ่าตัวตาย
หลังจากนั้นป่าห้วยขาแข้งก็ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจริงๆ
เขาวางแผนฆ่าตัวตายหลายวันล่วงหน้า การพูดจาบางอย่างกับคนใกล้ชิดอย่างเป็นนัย และจดหมายฆ่าตัวตายสามสี่ฉบับชัดเจน
สาเหตุการฆ่าตัวตายเรื่องอื่นไม่มีเลย ไม่มีปัญหาครอบครัว ไม่มีปัญหาทางการเงิน เพราะทุกคนรู้ดีว่าเขาใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนทำงานดูแลรักษาป่าห้วยขาแข้ง
สืบเป็นคนเครียดมาก แต่ไม่ค่อยพูด และทุ่มเททำงานที่ตัวเองรับผิดชอบ เอาชีวิตเข้าแลกกับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับป่าและสัตว์ป่าในห้วยขาแข้งที่มนุษย์ทั่วไปไม่ทำ เมื่อทำได้ไม่ประสบผลสำเร็จแล้วเขาจึงละอายใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ผมเชื่อว่าพี่สืบคงไม่รู้หรอกว่า การตายของเขาจะสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากน้อยเพียงใด เพียงแต่เขามีความเป็นลูกผู้ชายในวิถีของเขา ที่ทำอะไรได้ไม่สำเร็จก็เอาชีวิตเข้าแลก
หลายปีที่ผ่านมา มีคนสงสัยกันว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้คุณสืบฆ่าตัวตาย และกลายเป็นวีรบุรุษในใจผู้คนมากถึงทุกวันนี้
หนังสือเล็กๆ เล่มนี้อาจจะพอให้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้บ้าง

คัดลอกจาก คำนำหนังสือ The Last Hero ชีวิตและความตายของ สืบ นาคะเสถียร เขียน วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ จัดพิมพ์โดย a book Publishing (หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป)
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง