• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ ธรรมชาติมาหานคร : เมืองสามน้ำ...นิเวศแม่กลอง

ธรรมชาติมาหานคร : เมืองสามน้ำ...นิเวศแม่กลอง

อีเมล พิมพ์ PDF

แม่กลองผมกำลังยืนอยู่กับทะเลกับน้ำที่คุณสุรจิต ชิรเวทย์บอกว่าเป็นเพศหญิงที่บางครั้งก็นุ่มนวลบางครั้งก็รุนแรงแล้วเข้าใจยาก ถึงจะเข้าใจยากแต่ก็มีพลังมากและเอาชนะสิ่งที่เข้มแข็งได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าน้ำไหลไปได้ทั่ว มีคุณูปการ มีความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงจากน้ำเค็มและสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนี้ที่เรียกว่าระบบนิเวศไปสัมพันธ์กับน้ำจืด น้ำกร่อยและตะกอน ไปจนถึงต้นน้ำที่ห่างออกไปนับหมื่นนับพันกิโลเมตร อย่างแม่กลองนี่สัมพันธ์ไปถึงอุ้มผาง


และเรายังเข้าใจได้อีกว่า ในวันนี้สิ่งที่ปรากฎอยู่ในน้ำในชีวิตของคน ถ้าเป็นฤดูกาลจะสัมพันธ์กับพระอาทิตย์แต่ในช่วงของแต่ละวันแต่ละเดือนจะสัมพันธ์กับจันทรคติหรือดวงจันทร์ที่มีอิทธิพลกับเหตุการณ์น้ำขึ้นน้ำลง แล้วก็ไปสัมพันธ์กับวิถีชีวิตชาวประมงที่ออกเรือไปตามน้ำลงกลับบ้านมาตามน้ำขึ้น วิถีชีวิตต่างๆ เหล่านี้ยังเห็นได้ที่เมืองแม่กลอง หรือเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งพื้นที่จังหวัดที่เล็กที่สุดในเมืองไทยแต่ยังเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญที่สุด แล้วยังเก็บระบบนิเวศและภูมิปัญญาของผู้คน วิถีชีวิตของผู้คนให้อยู่ในแผ่นดินเล็กๆ แต่มองออกไปเป็นทะเลที่กว้างใหญ่ เป็นแม่น้ำสายที่สำคัญที่สุดในทางระบบนิเวศที่ไหลไปเติมลงอ่าวก.ไก่ที่ใหญ่โตมหาศาลและผลิตอาหารให้คนไทยทั้งประเทศ

ผมกำลังจะมาเรียนรู้สิ่งที่สมุทรสงครามเก็บตัวอย่างระบบนิเวศและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ และยังสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศไทย
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน เมืองสามน้ำ...นิเวศแม่กลอง ตอน 1

ผมเดินทางออกมาจากสวน ออกมาจากระบบนิเวศสามน้ำ ซึ่งเป็นน้ำกร่อย ที่คุณสุรจิต ชิรเวทย์พาเข้าไปดูชุมชนต้มน้ำตาล เราเคยเห็นแต่ข่าวคราวว่ามีน้ำตาลปี๊ป น้ำตาลปึกมาจากแถวสมุทรสงคราม อัมพวา และมีเตาต้มน้ำตาลสวยๆ แต่วันนี้เราได้รู้ว่า จริงๆ แล้วชีวิตของน้ำตาลปี๊ปได้เปลี่ยนไปแล้ว น้ำตาลแท้ๆ ก็หายไป ที่หายไปไม่ใช่เพราะระบบนิเวศหาย ระบบนิเวศยังดีอยู่ แต่เพราะคนไม่ทำน้ำตาลแล้ว คนปล่อยให้ต้นมะพร้าวขึ้นสูงจนไม่มีใครขึ้นไปเก็บได้ แล้วละทิ้งการทำน้ำตาลปี๊ปที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย ซึ่งเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

แม่กลอง

คนมาเที่ยวสมุทรสงคราม มาที่นี่ตรงพื้นที่น้ำกร่อย ไม่มีใครไม่เคยไปตลาดน้ำอัมพวา เมื่อก่อนก็มาดูชุมชนต้มน้ำตาล มาดูวิถีชีวิตริมน้ำ มาดูการขนส่งสินค้าทางลำกระโดง มาดูสินค้าที่เป็นของพื้นถิ่นอย่างน้ำตาลปี๊ป มากินขนม มากินอาหารที่มาจากทะเล และระบบนิเวศน้ำจืดที่สวนผลไม้อีกฝั่ง

แต่ว่าวันนี้ตลาดน้ำอัมพวา ก็คราคร่ำไปด้วยผู้คน และไม่มีของท้องถิ่นขาย มีแต่กาแฟสด เบียร์สด ที่พักแบบูติกโฮเต็ล ถ้าของเหล่านี้เข้ามาอิงแอบอาศัยกับสิ่งของดั้งเดิมก็ยังพออยู่กันได้ แต่ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวมาก็ไม่มีใครสนใจเรื่องของสวนมะพร้าวที่อยู่บนระบบนิเวศน้ำกร่อย ไม่สนใจฝีไม้ลายมือของวัฒนธรรมอาหาร ไม่สนใจรสนิยมที่จะต้องกินอาหารจากเกลือทะเลผสมกับน้ำตาลปี๊ป เรากลับมากินอาหารเหมือนที่เรากินที่กรุงเทพฯ เหมือนที่เรากินที่เมืองใหญ่ ช้อปปิ้งร้านสะดวกซื้อ และไปซื้อของที่ผลิตอยู่ที่บ้านตัวเอง ไม่มีอะไรเสียหายหรอกครับ ทุกพื้นที่ก็เป็นแบบนี้ เพียงแต่ว่าเมืองที่อิงอาศัยกับระบบนิเวศแล้วมีจุดขายในระบบนิเวศแบบนี้ ท้องถิ่นแบบนี้ ฝีไม้ลายมือแบบนี้ มีความอุดมสมบูรณ์แบบนี้จนคนมาท่องเที่ยว แล้วก็ใช้ความเคยชินแบบเดิมๆ คือการเอาของที่ตัวเองรู้จักดี เอามาแทนที่ของดีๆ ที่เขามีอยู่ อย่างหากพูดกันตรงๆ มันก็ดูจะเป็นการไร้รสนิยมเมื่อมาเทียบกับฝีมือการทำน้ำตาลปี๊ปที่ผมเคยเห็นมา

ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน เมืองสามน้ำ...นิเวศแม่กลอง ตอน 2

ผมใช้เวลาอยู่ในพื้นที่สมุทรสงครามสัก 20 - 30 กิโลเมตร จากพื้นที่น้ำจืดไปยังพื้นที่น้ำกร่อย ที่เป็นส่วนผสมของพื้นที่น้ำจืดจากคลองของแม่กลองที่ไหลไปประสานกับน้ำขึ้นของอ่าวไทยหรือ่าวรูปตัวก.ไก่ แต่พื้นที่เพียงเท่าที่กลับมีเรื่องราวมากมายให้เรียนรู้กับคำอธิบายที่น่ามหัศจรรย์อย่างยิ่งโดยคุณสุรจิต ชิรเวทย์ เขาเป็นคนสุพรรณบุรีที่มาโตอยู่ที่เมืองแม่กลอง และใช้ชีวิตในการเรียนรู้และรักษาเมืองแม่กลองเอาไว้

แม่กลอง

การคุยกับคุณสุรจิต ชิรเวทย์ทำให้ผมรู้สึกว่าพรมแดนของความรู้มันไม่จำกัดอยู่ที่เราเรียนอะไรมา คุณสุรจิตอธิบายให้เรารู้ถึงดิน ฟ้า อากาศ ให้เราเรียนรู้ถึงรากความเป็นมา พอคุยกันรู้สึกถึงเรื่องการบูรณาการความรู้ ผสมผสานกับสิ่งที่เราได้เห็นและเกิดขึ้นจริง และนี่ไม่ใช่การเรียนรู้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้เพื่อที่จะปกป้องรักษา เปิดรับการพัฒนาที่พอเหมาะพอควรเข้ามาในพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็ใส่อุดมคติ ใส่สุนทรียภาพ ใส่ศิลปะและใส่ความตั้งอกตั้งใจในการที่จะรักษาสิ่งดีๆ ไว้ให้กับจังหวัดสมุทรสงคราม

ผมมองสมุทรสงครามเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่งดงาม แต่ผ่านการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ มาหลายครั้ง แต่ก็ดำรงรักษาวิถีชีวิตอันเรียบง่ายงดงาม แต่ว่าวันนี้ภายในเองก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงจากเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนไป การพัฒนาใหม่หลายโครงการที่จะเข้ามาในปีนี้ และอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของแม่กลองให้เปลี่ยนไปตลอดกาลเหมือนกับพื้นที่อื่นๆ ที่เขาเคยมีวิถีชีวิตสงบงดงามและมีวัฒนธรรมมหัศจรรย์เช่นที่นี่ แต่ก็ถูกสิ่งที่เรียกว่าโลกาภิวัฒน์หรือการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป

ไม่อยากบอกว่าให้รับมาดูสมุทรสงคราม หรือไม่อยากบอกให้ชาวสมุทรสงครามต้องรักษาตรงนี้ไว้นานๆ ผมคิดว่าวันนี้สมุทรสงครามยังเป็นบทเรียน และยังเป็นตัวแบบต้นแบบที่ดีของการพัฒนาที่อยู่บนวิถีของความพอดีพอเพียง และทำอย่างไรจะขยายวิธีคิดของสมุทรสงครามไปทั่วทั้งประเทศไทย ฟื้นฟูสิ่งที่สูญเสียไปทั้งเรื่องของธรรมชาติและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเหมาะสม ค่อยๆ ฟื้นฟูเรื่องแบบนี้กลับมา

ยังดีที่วันนี้สมุทรสงครามยังเป็นตัวอย่างดีๆ ให้เราชม

ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน เมืองสามน้ำ...นิเวศแม่กลอง ตอน 3
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานครทุกตอนทาง www.newtv.co.th/mahanakhon

 

 

รับข่าวสาร