• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 'พิทักษ์ป่า' - มากกว่าความเห็นใจคือความเข้าใจ

'พิทักษ์ป่า' - มากกว่าความเห็นใจคือความเข้าใจ

อีเมล พิมพ์ PDF
พิทักษ์ป่าในช่วงหลายปีให้หลัง ประเทศไทยเกิดนโยบายสนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ โดยสถานที่ท่องเที่ยวอย่างอุทยานแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถึงแม้ไม่มีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มผู้รักธรรมชาติ แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบถึงเบื้องหลังของผู้ทำงาน ที่ทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจเพื่อรักษาป่าเอาไว้ให้คนไทยได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจไปอีกแสนนาน
ในช่วงหลายปีให้หลัง ประเทศไทยเกิดนโยบายสนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ โดยสถานที่ท่องเที่ยวอย่างอุทยานแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถึงแม้ไม่มีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มผู้รักธรรมชาติ แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบถึงเบื้องหลังของผู้ทำงาน ที่ทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจเพื่อรักษาป่าเอาไว้ให้คนไทยได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจไปอีกแสนนาน
ตลอดเวลา 7 วัน 24 ชั่วโมง ที่พวกเขา เหล่า “ผู้พิทักษ์ป่า” ทำงาน ไม่มีหยุดพัก แต่ทว่า คุณภาพชีวิตของทั้งตัวเขาเองและทั้งครอบครัวกลับถูกมองข้ามมาตลอด หลายสิบปีมานี้ จากเวทีเสวนา “เสียงจากผู้พิทักษ์ป่า” ภายในงานรำลึก 25 ปี สืบ นาคะเสถียร ทำให้ทราบว่า ชีวิตของพวกเขามีแนวโน้มในการทำงานทั้งที่ดีขึ้นและแย่ลง
“ต่อให้ยุคสมัยเปลี่ยนไปแค่ไหน เราก็ยังทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงที่เราออกลาดตระเวน 7 วันเราก็ทำงานกัน 24 ชั่วโมง เพราะการกระทำผิดมันเกิดขึ้นไม่เลือกเวลา การทำงานหนักเป็นเรื่องปกติของคนทำงานในป่าอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เรารักที่จะทำงานด้านนี้ เราก็ไม่รู้สึกลำบากอะไรหรอกครับ เห็นพวกเรานอนเปลกลางป่ากัน มันไม่ได้หนักหนาอะไรเลย เพราะเรารักงานของเราอยู่แล้ว” คุณเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาติ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก เริ่มต้นเวทีเสวนาเป็นท่านแรก
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภายในพื้นที่ทำงาน จากประสบการณ์ของ ‘ประวุธ เปรมปรีดิ์’ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ก็ยังมีความเสี่ยงไม่ลดน้อยลงเลย ไม่ว่าจะเกิดจากคน ในพื้นที่ที่รายล้อมด้วยพื้นที่ชุมชน เช่นในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งมีพื้นที่ชุมชนอยู่รอบเขตฯ ส่งผลให้มีการปะทะระหว่างผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าหรือหาของป่าอยู่บ่อยครั้ง หรือจากสัตว์ป่าที่พวกเขามีหน้าที่ต้องรักษาดูแลเองก็ดี โดยเฉพาะจากช้างซึ่งกลายเป็นปัญหาหลักระหว่างคนกับสัตว์มาหลายปีแล้ว
“ผมทำงานที่สลักพระมา 12 ปี มีเหตุปะทะ 2 ครั้ง แต่มีเหตุเผชิญหน้ากับช้าง 5 ครั้ง ห้าครั้งนะครับที่ผมเกือบเสียชีวิตเพราะช้าง มีทั้งจากงานวิชาการที่พวกผมไปวางแปลงเก็บข้อมูล มันก็ต้องมุด ต้องเดินไปเรื่อยๆ บ้างก็เกิดขึ้นตอนออกลาดตระเวน” ประวุธ เปรมปรีดิ์ บอกล่าประสบการณ์การทำงานที่มีความเสี่ยงเกิดขึ้นตลอดเวลา
ปัญหาเกี่ยวกับความไม่เพียงพอของอุปกรณ์ทั้งสำหรับการทำงานและการออกลาดตระเวนก็ยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ความล้าหลังของอาวุธในการออกลาดตระเวน ขณะที่กลุ่มพรานล่าสัตว์มีอาวุธทันสมัยครบมือ จำพวกอาก้า สามารถบรรจุได้สูงสุดถึง 75 นัด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากลับมีแค่ปืนลูกซองยิงได้ 5 นัดต่อการบรรจุตลับลูกปืนหนึ่งครั้ง หรือความไม่เพียงพอของจำนวนวิทยุสื่อสารที่ก่อให้เกิดความล่าช้าในการติดต่อ เนื่องจากในป่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อได้คือการติดต่อผ่านสัญญาณวิทยุเท่านั้น
นอกจากนั้น ปัญหาหลักอีกหนึ่งอย่างที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือสวัสดิการที่เหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากล่าวว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการความเห็นใจหรือความสงสาร แต่พวกเขาต้องการความเข้าใจในการทำงานซึ่งควรจะดำเนินไปในทิศทางเดียวกันกับลักษณะการทำงานที่มีความเสี่ยงสูง
จากประสบการณ์การปะทะกับผู้ร้ายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาติ เล่าให้ฟังว่าพวกเขาต้องเสียเพื่อนร่วมงานไปถึง 3 คน จากการปะทะครั้งนั้น สองในสามเป็นพนักงานราชการและได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินสองล้านกว่าบาท จากกรมอุทยานฯ คิดเป็น 80% และจากมูลนิธิอื่นๆ อีก 20% อันได้แก่จาก มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและมูลนิธิแรงเยอร์ แต่ขณะเดียวกันอีกหนึ่งคนที่ต้องสละชีวิตไปเป็นพนักงานจ้างเหมา กลับได้รับเงินทุนช่วยเหลือเพียงสองแสนบาท ทว่าไม่มีสิทธิอย่างอื่นอะไรเลย ในขณะที่การบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พนักงานราชการไม่สามารถเบิกจากประกันสังคมได้เนื่องจากประกันสังคมระบุว่าต้องเป็นความช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่านั้น ทว่า เจ้าหน้าที่พนักงานจ้างเหมาไม่มีสิทธิอะไรเลยแม้กระทั่งประกันสังคม
“พูดถึงสวัสดิการของพนักงานลูกจ้างรายวัน พวกเขาทำงานหนักกว่าพวกเราสามคนที่นั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ขณะเดียวกันการตอบแทนจากภาครัฐกลับไม่ได้ดูแลเขาดีเท่าที่ควร ความที่เขาไม่มีสวัสดิการดูแลอะไร ความเสี่ยงของพวกเขาจึงมากกว่าพวกผม” คุณสาคร สืบสาย ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวัสดิภาพพนักงานป่าไม้ “บางท่านที่ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมธรรมชาติตามอุทยานคงทราบว่ามันสวยงามมันน่าอยู่  ขณะเดียวกันก็ไม่ได้สะดวกสบายมากนัก แต่นั่นท่านเข้าไปเพียงไม่กี่วัน แต่พวกเขาต้องอยู่เฝ้าดูแลเป็นเวลาหลายเดือนหรือบางคนก็หลายปี ถ้าสะท้อนถึงผู้บังคับบัญชาได้ ผมก็อยากให้เข้ามาดูแลในส่วนของประกันชีวิตประกันสุขภาพของพวกเขา ทหารที่เสียชีวิตจากการปะทะการลาดตระเวน ครอบครัวยังได้รับการดูแลหรือส่งเสียบุตรธิดาเข้าเรียนและเข้ามารับราชการ แต่ทำไมป่าไม้ไม่มีแบบนั้นบ้าง อย่างน้อยได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการก็ยังดี จะได้เป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราอย่างมาก”
ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนงานของพวกเขาจะไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควรแต่ทั้งคุณประวุธและคุณสาครต่างก็บอกว่าอย่างน้อยก็มีบางสิ่งที่ดีขึ้นขณะที่บางส่วนก็ยังเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข
“ถ้าเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อนตอนที่ผมบรรจุใหม่ๆ ก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาดีขึ้น แต่ถ้าถามว่างานยังหนักอยู่ไหม งานก็ยังหนักอยู่เหมือนเดิม” คุณสาคร สืบสาย กล่าว แต่ถึงกระนั้น ปัญหาเรื่องสวัสดิการของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าตำแหน่งพนักงานจ้างเหมา (TOR) ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปีแล้วก็ตาม “ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนผมว่าดีขึ้นในส่วนของการบรรจุเจ้าหน้าที่ที่ทำงานครบ 5 ปีสามารถสอบเข้ามาเป็นพนักงานราชการได้ แต่ในส่วนที่ยังไม่มีสวัสดิการก็คือเจ้าหน้าที่พนักงานจ้างเหมาที่พวกเขาไม่ได้มีสวัสดิการอะไรถ้าเทียบกับพนักงานราชการที่มีประกันสังคม แต่ก็ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากมูลนิธิต่างๆที่มอบความสนับสนุนมาให้แต่ก็เฉพาะตอนที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแล้วเท่านั้น 40 กว่าปีมานี้เราสูญเสียเพื่อนร่วมงานไปไม่ต่ำกว่า 100 คน ขณะที่หากเป็นข้าราชการในกรณีที่เสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินก้อน ขณะที่หากเขาเป็นพนักงานจ้างเหมาพวกเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย”
ดังนั้น จะดีกว่าไหมหากพวกเขาได้รับการเชิดชูวีรกรรมในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้รับการสนับสนุนการทำงานให้บุคคลผู้มีใจรักและเสียสละความสุขสบายส่วนตัวในการดูแลเป็นผู้พิทักษ์รักษาป่าเมืองไทยแทนเราชาวไทยอีกหลายสิบล้านคนในช่วงหลายปีให้หลัง ประเทศไทยเกิดนโยบายสนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ โดยสถานที่ท่องเที่ยวอย่างอุทยานแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถึงแม้ไม่มีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มผู้รักธรรมชาติ แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบถึงเบื้องหลังของผู้ทำงาน ที่ทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจเพื่อรักษาป่าเอาไว้ให้คนไทยได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจไปอีกแสนนาน
ตลอดเวลา 7 วัน 24 ชั่วโมง ที่พวกเขา เหล่า “ผู้พิทักษ์ป่า” ทำงาน ไม่มีหยุดพัก แต่ทว่า คุณภาพชีวิตของทั้งตัวเขาเองและทั้งครอบครัวกลับถูกมองข้ามมาตลอด หลายสิบปีมานี้ จากเวทีเสวนา “เสียงจากผู้พิทักษ์ป่า” ภายในงานรำลึก 25 ปี สืบ นาคะเสถียร ทำให้ทราบว่า ชีวิตของพวกเขามีแนวโน้มในการทำงานทั้งที่ดีขึ้นและแย่ลง
“ต่อให้ยุคสมัยเปลี่ยนไปแค่ไหน เราก็ยังทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงที่เราออกลาดตระเวน 7 วันเราก็ทำงานกัน 24 ชั่วโมง เพราะการกระทำผิดมันเกิดขึ้นไม่เลือกเวลา การทำงานหนักเป็นเรื่องปกติของคนทำงานในป่าอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เรารักที่จะทำงานด้านนี้ เราก็ไม่รู้สึกลำบากอะไรหรอกครับ เห็นพวกเรานอนเปลกลางป่ากัน มันไม่ได้หนักหนาอะไรเลย เพราะเรารักงานของเราอยู่แล้ว” คุณเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาติ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก เริ่มต้นเวทีเสวนาเป็นท่านแรก
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภายในพื้นที่ทำงาน จากประสบการณ์ของ ‘ประวุธ เปรมปรีดิ์’ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ก็ยังมีความเสี่ยงไม่ลดน้อยลงเลย ไม่ว่าจะเกิดจากคน ในพื้นที่ที่รายล้อมด้วยพื้นที่ชุมชน เช่นในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งมีพื้นที่ชุมชนอยู่รอบเขตฯ ส่งผลให้มีการปะทะระหว่างผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าหรือหาของป่าอยู่บ่อยครั้ง หรือจากสัตว์ป่าที่พวกเขามีหน้าที่ต้องรักษาดูแลเองก็ดี โดยเฉพาะจากช้างซึ่งกลายเป็นปัญหาหลักระหว่างคนกับสัตว์มาหลายปีแล้ว
“ผมทำงานที่สลักพระมา 12 ปี มีเหตุปะทะ 2 ครั้ง แต่มีเหตุเผชิญหน้ากับช้าง 5 ครั้ง ห้าครั้งนะครับที่ผมเกือบเสียชีวิตเพราะช้าง มีทั้งจากงานวิชาการที่พวกผมไปวางแปลงเก็บข้อมูล มันก็ต้องมุด ต้องเดินไปเรื่อยๆ บ้างก็เกิดขึ้นตอนออกลาดตระเวน” ประวุธ เปรมปรีดิ์ บอกล่าประสบการณ์การทำงานที่มีความเสี่ยงเกิดขึ้นตลอดเวลา
ปัญหาเกี่ยวกับความไม่เพียงพอของอุปกรณ์ทั้งสำหรับการทำงานและการออกลาดตระเวนก็ยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ความล้าหลังของอาวุธในการออกลาดตระเวน ขณะที่กลุ่มพรานล่าสัตว์มีอาวุธทันสมัยครบมือ จำพวกอาก้า สามารถบรรจุได้สูงสุดถึง 75 นัด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากลับมีแค่ปืนลูกซองยิงได้ 5 นัดต่อการบรรจุตลับลูกปืนหนึ่งครั้ง หรือความไม่เพียงพอของจำนวนวิทยุสื่อสารที่ก่อให้เกิดความล่าช้าในการติดต่อ เนื่องจากในป่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อได้คือการติดต่อผ่านสัญญาณวิทยุเท่านั้น
นอกจากนั้น ปัญหาหลักอีกหนึ่งอย่างที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือสวัสดิการที่เหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากล่าวว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการความเห็นใจหรือความสงสาร แต่พวกเขาต้องการความเข้าใจในการทำงานซึ่งควรจะดำเนินไปในทิศทางเดียวกันกับลักษณะการทำงานที่มีความเสี่ยงสูง
จากประสบการณ์การปะทะกับผู้ร้ายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาติ เล่าให้ฟังว่าพวกเขาต้องเสียเพื่อนร่วมงานไปถึง 3 คน จากการปะทะครั้งนั้น สองในสามเป็นพนักงานราชการและได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินสองล้านกว่าบาท จากกรมอุทยานฯ คิดเป็น 80% และจากมูลนิธิอื่นๆ อีก 20% อันได้แก่จาก มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและมูลนิธิแรงเยอร์ แต่ขณะเดียวกันอีกหนึ่งคนที่ต้องสละชีวิตไปเป็นพนักงานจ้างเหมา กลับได้รับเงินทุนช่วยเหลือเพียงสองแสนบาท ทว่าไม่มีสิทธิอย่างอื่นอะไรเลย ในขณะที่การบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พนักงานราชการไม่สามารถเบิกจากประกันสังคมได้เนื่องจากประกันสังคมระบุว่าต้องเป็นความช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่านั้น ทว่า เจ้าหน้าที่พนักงานจ้างเหมาไม่มีสิทธิอะไรเลยแม้กระทั่งประกันสังคม
“พูดถึงสวัสดิการของพนักงานลูกจ้างรายวัน พวกเขาทำงานหนักกว่าพวกเราสามคนที่นั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ขณะเดียวกันการตอบแทนจากภาครัฐกลับไม่ได้ดูแลเขาดีเท่าที่ควร ความที่เขาไม่มีสวัสดิการดูแลอะไร ความเสี่ยงของพวกเขาจึงมากกว่าพวกผม” คุณสาคร สืบสาย ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวัสดิภาพพนักงานป่าไม้ “บางท่านที่ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมธรรมชาติตามอุทยานคงทราบว่ามันสวยงามมันน่าอยู่  ขณะเดียวกันก็ไม่ได้สะดวกสบายมากนัก แต่นั่นท่านเข้าไปเพียงไม่กี่วัน แต่พวกเขาต้องอยู่เฝ้าดูแลเป็นเวลาหลายเดือนหรือบางคนก็หลายปี ถ้าสะท้อนถึงผู้บังคับบัญชาได้ ผมก็อยากให้เข้ามาดูแลในส่วนของประกันชีวิตประกันสุขภาพของพวกเขา ทหารที่เสียชีวิตจากการปะทะการลาดตระเวน ครอบครัวยังได้รับการดูแลหรือส่งเสียบุตรธิดาเข้าเรียนและเข้ามารับราชการ แต่ทำไมป่าไม้ไม่มีแบบนั้นบ้าง อย่างน้อยได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการก็ยังดี จะได้เป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราอย่างมาก”
ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนงานของพวกเขาจะไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควรแต่ทั้งคุณประวุธและคุณสาครต่างก็บอกว่าอย่างน้อยก็มีบางสิ่งที่ดีขึ้นขณะที่บางส่วนก็ยังเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข
“ถ้าเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อนตอนที่ผมบรรจุใหม่ๆ ก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาดีขึ้น แต่ถ้าถามว่างานยังหนักอยู่ไหม งานก็ยังหนักอยู่เหมือนเดิม” คุณสาคร สืบสาย กล่าว แต่ถึงกระนั้น ปัญหาเรื่องสวัสดิการของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าตำแหน่งพนักงานจ้างเหมา (TOR) ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปีแล้วก็ตาม “ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนผมว่าดีขึ้นในส่วนของการบรรจุเจ้าหน้าที่ที่ทำงานครบ 5 ปีสามารถสอบเข้ามาเป็นพนักงานราชการได้ แต่ในส่วนที่ยังไม่มีสวัสดิการก็คือเจ้าหน้าที่พนักงานจ้างเหมาที่พวกเขาไม่ได้มีสวัสดิการอะไรถ้าเทียบกับพนักงานราชการที่มีประกันสังคม แต่ก็ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากมูลนิธิต่างๆที่มอบความสนับสนุนมาให้แต่ก็เฉพาะตอนที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแล้วเท่านั้น 40 กว่าปีมานี้เราสูญเสียเพื่อนร่วมงานไปไม่ต่ำกว่า 100 คน ขณะที่หากเป็นข้าราชการในกรณีที่เสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินก้อน ขณะที่หากเขาเป็นพนักงานจ้างเหมาพวกเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย”
ดังนั้น จะดีกว่าไหมหากพวกเขาได้รับการเชิดชูวีรกรรมในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้รับการสนับสนุนการทำงานให้บุคคลผู้มีใจรักและเสียสละความสุขสบายส่วนตัวในการดูแลเป็นผู้พิทักษ์รักษาป่าเมืองไทยแทนเราชาวไทยอีกหลายสิบล้านคนตลอดเวลา 7 วัน 24 ชั่วโมง ที่พวกเขา เหล่า “ผู้พิทักษ์ป่า” ทำงาน ไม่มีหยุดพัก แต่ทว่า คุณภาพชีวิตของทั้งตัวเขาเองและทั้งครอบครัวกลับถูกมองข้ามมาตลอด หลายสิบปีมานี้ จากเวทีเสวนา “เสียงจากผู้พิทักษ์ป่า” ภายในงานรำลึก 25 ปี สืบ นาคะเสถียร ทำให้ทราบว่า ชีวิตของพวกเขามีแนวโน้มในการทำงานทั้งที่ดีขึ้นและแย่ลง
“ต่อให้ยุคสมัยเปลี่ยนไปแค่ไหน เราก็ยังทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงที่เราออกลาดตระเวน 7 วันเราก็ทำงานกัน 24 ชั่วโมง เพราะการกระทำผิดมันเกิดขึ้นไม่เลือกเวลา การทำงานหนักเป็นเรื่องปกติของคนทำงานในป่าอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่เรารักที่จะทำงานด้านนี้ เราก็ไม่รู้สึกลำบากอะไรหรอกครับ เห็นพวกเรานอนเปลกลางป่ากัน มันไม่ได้หนักหนาอะไรเลย เพราะเรารักงานของเราอยู่แล้ว” คุณเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาติ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก เริ่มต้นเวทีเสวนาเป็นท่านแรก
เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาติ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภายในพื้นที่ทำงาน จากประสบการณ์ของ ‘ประวุธ เปรมปรีดิ์’ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ก็ยังมีความเสี่ยงไม่ลดน้อยลงเลย ไม่ว่าจะเกิดจากคน ในพื้นที่ที่รายล้อมด้วยพื้นที่ชุมชน เช่นในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งมีพื้นที่ชุมชนอยู่รอบเขตฯ ส่งผลให้มีการปะทะระหว่างผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าหรือหาของป่าอยู่บ่อยครั้ง หรือจากสัตว์ป่าที่พวกเขามีหน้าที่ต้องรักษาดูแลเองก็ดี โดยเฉพาะจากช้างซึ่งกลายเป็นปัญหาหลักระหว่างคนกับสัตว์มาหลายปีแล้ว
“ผมทำงานที่สลักพระมา 12 ปี มีเหตุปะทะ 2 ครั้ง แต่มีเหตุเผชิญหน้ากับช้าง 5 ครั้ง ห้าครั้งนะครับที่ผมเกือบเสียชีวิตเพราะช้าง มีทั้งจากงานวิชาการที่พวกผมไปวางแปลงเก็บข้อมูล มันก็ต้องมุด ต้องเดินไปเรื่อยๆ บ้างก็เกิดขึ้นตอนออกลาดตระเวน” ประวุธ เปรมปรีดิ์ บอกล่าประสบการณ์การทำงานที่มีความเสี่ยงเกิดขึ้นตลอดเวลา
ประวุธ
ประวุธ เปรมปรีดิ์ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ปัญหาเกี่ยวกับความไม่เพียงพอของอุปกรณ์ทั้งสำหรับการทำงานและการออกลาดตระเวนก็ยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ความล้าหลังของอาวุธในการออกลาดตระเวน ขณะที่กลุ่มพรานล่าสัตว์มีอาวุธทันสมัยครบมือ จำพวกอาก้า สามารถบรรจุได้สูงสุดถึง 75 นัด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากลับมีแค่ปืนลูกซองยิงได้ 5 นัดต่อการบรรจุตลับลูกปืนหนึ่งครั้ง หรือความไม่เพียงพอของจำนวนวิทยุสื่อสารที่ก่อให้เกิดความล่าช้าในการติดต่อ เนื่องจากในป่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อได้คือการติดต่อผ่านสัญญาณวิทยุเท่านั้น
นอกจากนั้น ปัญหาหลักอีกหนึ่งอย่างที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือสวัสดิการที่เหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากล่าวว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการความเห็นใจหรือความสงสาร แต่พวกเขาต้องการความเข้าใจในการทำงานซึ่งควรจะดำเนินไปในทิศทางเดียวกันกับลักษณะการทำงานที่มีความเสี่ยงสูง
จากประสบการณ์การปะทะกับผู้ร้ายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาติ เล่าให้ฟังว่าพวกเขาต้องเสียเพื่อนร่วมงานไปถึง 3 คน จากการปะทะครั้งนั้น สองในสามเป็นพนักงานราชการและได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินสองล้านกว่าบาท จากกรมอุทยานฯ คิดเป็น 80% และจากมูลนิธิอื่นๆ อีก 20% อันได้แก่จาก มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและมูลนิธิแรงเยอร์ แต่ขณะเดียวกันอีกหนึ่งคนที่ต้องสละชีวิตไปเป็นพนักงานจ้างเหมา กลับได้รับเงินทุนช่วยเหลือเพียงสองแสนบาท ทว่าไม่มีสิทธิอย่างอื่นอะไรเลย ในขณะที่การบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พนักงานราชการไม่สามารถเบิกจากประกันสังคมได้เนื่องจากประกันสังคมระบุว่าต้องเป็นความช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่านั้น ทว่า เจ้าหน้าที่พนักงานจ้างเหมาไม่มีสิทธิอะไรเลยแม้กระทั่งประกันสังคม
สาคร
สาคร สืบสาย ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

“พูดถึงสวัสดิการของพนักงานลูกจ้างรายวัน พวกเขาทำงานหนักกว่าพวกเราสามคนที่นั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ขณะเดียวกันการตอบแทนจากภาครัฐกลับไม่ได้ดูแลเขาดีเท่าที่ควร ความที่เขาไม่มีสวัสดิการดูแลอะไร ความเสี่ยงของพวกเขาจึงมากกว่าพวกผม” คุณสาคร สืบสาย ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวัสดิภาพพนักงานป่าไม้

“บางท่านที่ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมธรรมชาติตามอุทยานคงทราบว่ามันสวยงามมันน่าอยู่  ขณะเดียวกันก็ไม่ได้สะดวกสบายมากนัก แต่นั่นท่านเข้าไปเพียงไม่กี่วัน แต่พวกเขาต้องอยู่เฝ้าดูแลเป็นเวลาหลายเดือนหรือบางคนก็หลายปี ถ้าสะท้อนถึงผู้บังคับบัญชาได้ ผมก็อยากให้เข้ามาดูแลในส่วนของประกันชีวิตประกันสุขภาพของพวกเขา ทหารที่เสียชีวิตจากการปะทะการลาดตระเวน ครอบครัวยังได้รับการดูแลหรือส่งเสียบุตรธิดาเข้าเรียนและเข้ามารับราชการ แต่ทำไมป่าไม้ไม่มีแบบนั้นบ้าง อย่างน้อยได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการก็ยังดี จะได้เป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราอย่างมาก”
ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนงานของพวกเขาจะไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควรแต่ทั้งคุณประวุธและคุณสาครต่างก็บอกว่าอย่างน้อยก็มีบางสิ่งที่ดีขึ้นขณะที่บางส่วนก็ยังเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข
เวทีผู้พิทักษ์ป่า
“ถ้าเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อนตอนที่ผมบรรจุใหม่ๆ ก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาดีขึ้น แต่ถ้าถามว่างานยังหนักอยู่ไหม งานก็ยังหนักอยู่เหมือนเดิม” คุณสาคร สืบสาย กล่าว แต่ถึงกระนั้น ปัญหาเรื่องสวัสดิการของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าตำแหน่งพนักงานจ้างเหมา (TOR) ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปีแล้วก็ตาม “ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนผมว่าดีขึ้นในส่วนของการบรรจุเจ้าหน้าที่ที่ทำงานครบ 5 ปีสามารถสอบเข้ามาเป็นพนักงานราชการได้ แต่ในส่วนที่ยังไม่มีสวัสดิการก็คือเจ้าหน้าที่พนักงานจ้างเหมาที่พวกเขาไม่ได้มีสวัสดิการอะไรถ้าเทียบกับพนักงานราชการที่มีประกันสังคม แต่ก็ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากมูลนิธิต่างๆที่มอบความสนับสนุนมาให้แต่ก็เฉพาะตอนที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแล้วเท่านั้น 40 กว่าปีมานี้เราสูญเสียเพื่อนร่วมงานไปไม่ต่ำกว่า 100 คน ขณะที่หากเป็นข้าราชการในกรณีที่เสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินก้อน ขณะที่หากเขาเป็นพนักงานจ้างเหมาพวกเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย”
ดังนั้น จะดีกว่าไหมหากพวกเขาได้รับการเชิดชูวีรกรรมในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้รับการสนับสนุนการทำงานให้บุคคลผู้มีใจรักและเสียสละความสุขสบายส่วนตัวในการดูแลเป็นผู้พิทักษ์รักษาป่าเมืองไทยแทนเราชาวไทยอีกหลายสิบล้านคน
พิทักษ์ป่า
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง