• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

สถานะ ศศิน เฉลิมลาภ Status on Walking

อีเมล พิมพ์ PDF
ผมใช้แผนที่ทางหลวงเป็นเล่มมาตราส่วน 1:500,000 วัดระยะทางด้วยไม้บรรทัด เหมือนที่เคยทำเมื่อก่อนมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์กูเกิ้ลที่วัดระยะทางได้ ค่อยๆ ไล่ไปตามส่วนโค้งของถนนจากกรุงเทพฯ ขึ้นตามถนนสายพหลโยธินไปออกสายเอเชียถึงแยกเข้าจังหวัดอุทัยธานี ก่อนแยกไปตามถนนเล็ก ๆ เพื่อค่อย ๆ คิดเส้นทาง และคำนวณระยะทางว่าหากต้องเดินเท้าไปบนเส้นทางรถที่ขับไม่เกินสี่ชั่วโมงถึงเป้าหมายที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ หน่วยแม่เรวา ที่ ต. แม่เล่ย์ อ. แม่วงก์ จ. นครสวรรค์ ใช้เครื่องคิดเลขโบราณค่อยๆ บวกระยะทีละระยะ ตามจุดหักโค้งถนนอย่างละเอียด โดยแอบเผื่อระยะทางโค้งไว้พอสมควร ปัดเศษทศนิยมให้มากไว้เพื่อการเดินทางที่ไม่พลาดว่าในแต่ละวันอาจจะต้องเดินยาวกว่าที่คาด
ตัวเลข 388 กิโลเมตร จากรุงเทพฯ ถึงเป้าหมายปรากฏขึ้นจากการคำนวณครั้งนั้น ผมลองคิดว่าถ้าเดินสิบวัน วันละ 38.8 กิโลเมตร ถ้าเดินได้ชั่วโมงละ 4 กิโลเมตร เหมือนเมื่อครั้งที่รู้มาตอนเรียน รด. วันละ 10 ชั่วโมง ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าไปสิ้นสุดหกโมงเย็น พักกลางวัน 1 ชั่วโมง จะเดินได้ 10 ชั่วโมง ได้ทางประมาณ 40 กิโลเมตร นี่คือการประมาณการความเป็นไปได้เบื้องต้นของการเดินระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่ตำแหน่งสร้างเขื่อนแม่วงก์
พอได้ตัวเลขที่ว่า ก็อดไม่ได้ที่จะแพลมรำพึงลงบนสเตตัสบนเฟสบุ๊ก ว่าระยะทาง 388 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ไกลนัก... ตามประสายุคสมัยที่เราไม่คิดคนเดียว แต่ต้องคิดไกลกระจายบนโลกออนไลน์
นั่นคือสิ่งที่ผมได้ทำจริงหลังจากกลับจากทริปพาวิศวกรแหล่งน้ำจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ไปขอคำปรึกษาเรื่องข้อมูลต่าง ๆ ที่เรามีข้อสงสัยต่อรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแน่ใจมากขึ้นว่าการวิเคราะห์ข้อมูลความคุ้มค่าของเขื่อนแม่วงก์ มีปัญหาจริง ๆ อย่างที่เราคาดการณ์
ตัวเลขเบื้องต้นถูกนำมาปรับวางแผนร่วมกับน้อง ๆ ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และฟังคำแนะนำจากเพื่อนมิตร ปรับขบวนและเส้นทาง ผมไม่ได้คำนวณตัวเลขอะไรใหม่ ขอยึด 388 เป็นเลขหมาย และปรับการเดินเป็นสิบสามวัน เพื่อลงมาถึงจุดหมายให้ได้ในวันอาทิตย์เย็น ห้ามขาดห้ามเกิน ด้วยเหตุผลในเชิงยุทธศาสตร์
ต้องขอบคุณนักวิชาการ สายวิศวกรแหล่งน้ำ ที่รับฟังข้อมูลของผมเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อนโน้น ทั้งท่านประธานอนุกรรมการด้านแหล่งน้ำของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย อย่าง รศ.ดร. สุวัฒนา จิตตลดากร พร้อมทั้ง ผศ. ฑีฆาวุฒิ พุทธภิรมย์ รศ.ดร. คมสันต์ มาลีสี และ อ. สมฤทัย ทะสะดวก รวมถึงลูกศิษย์ระดับปริญญาโทที่ติดตามคณาจารย์ไปด้วยในวันนั้น ตลอดทริปที่ผม น้องบัว (อรยุพา สังขะมาน เจ้าหน้าที่วิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร) และพี่กิ้น (อดิศักดิ์ จันทวิชานุวงษ์ นักอนุรักษ์แห่งจังหวัดนครสวรรค์) ได้ตระเวนพานักวิชาการคณะนี้ไล่ขึ้นไปตามสายน้ำสะแกกรัง จุดบรรจบแควตากแดด ห้วยวังม้า ห้วยแม่วงก์ ที่เปลี่ยนชื่อไปตามเขตอำเภอและจังหวัด โดยที่คือสายน้ำเดียวกัน ทวนน้ำขึ้นไปถึงต้นน้ำแม่วงก์ ที่หน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา แล้วสอบถามข้อสงสัยของเราต่อนักวิชาการที่เราเชื่อถือว่าพวกเขาคงมีจิตใจเป็นกลางทางวิชาการที่จะให้ความเห็นที่เป็นจริงกับเรา
ตกค่ำ รศ.ดร. บัญชา ขวัญยืน ตามมาสมทบ อธิบายความเชื่อมโยงเรื่องราวการจัดการน้ำ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องนี้กันอย่างออกรสชาติจนดึกดื่น วันรุ่งขึ้นคณะเราพากันไปดูการจัดการน้ำระดับชุมชนที่หมู่บ้านธารมะยมเชิงเขาแม่กระทู้ รับฟังความรู้อันน่าตื่นใจจากปราชญ์ท้องถิ่น อย่างอาจารย์ณรงค์ แรงกสิกร อดีตครูและนักเลงโบราณผู้คร่ำหวอดในพื้นที่ป่าเขาและท้องทุ่งแม่วงก์ – ลาดยาว จากนั้นผมและอาจารย์บัญชาแยกจากคณะใหญ่ ตระเวนไปดูรายละเอียดการจัดการน้ำในพื้นที่ต่างๆ กันสองคน ได้รับความรู้และความมั่นใจมากมายว่า หากจะประท้วงขอดื้อแพ่งกับขั้นตอนการอนุมัติผ่านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการชุดนี้ คงมีเหตุผลเพียงพอ
ถึงวันนี้ในกระเป๋าสตางค์ของผม ยังเก็บบทวิเคราะห์ช่วงเวลาทางการเมืองของการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนั้นเข้าสภา และประมาณช่วงเวลาต่าง ๆ ของการเข้าและเสร็จจากคณะกรรมาธิการ ที่ผมตัดเก็บไว้เพื่อออกแบบช่วงเวลาเดินเท้ารณรงค์ประท้วงรายงาน EHIA (Environmental and Health Impact Assessment) เขื่อนแม่วงก์ ว่าจะมีช่วงเวลาที่พอทำได้โดยสื่อให้ความสนใจอยู่เลย
ปรากฏว่าพอเดินจริง ระยะ 388 กิโลเมตร คลาดเคลื่อนจากการเดินจริงที่ปรับเส้นทางมาลัดผ่านทางแพขนานยนต์ชัยนาท และการคำนวณระยะยาวเกินไปถึง 61 กิโลเมตร จากการลากระยะบนโปรแกรมแผนที่กูเกิ้ล 327 กิโลเมตรตามที่เราเดิน แต่ระยะทางที่คำนวณขาดไปคงไม่สำคัญเท่าเรื่องราวมากมายที่บรรจุเต็มความทรงจำมากมายเกินความคาดหมาย รวมถึงข้อมูลผู้คน และมิตรภาพที่ได้พบเจอรายทางที่ไม่สามารถจะบรรยายขอบคุณได้หมดสิ้น
หากมิได้บังเอิญโพสต์เก็บไว้ในเฟสบุ๊ก และหนังสือเล่มนี้!!!
เป็นช่วงเวลาที่ผมจะไม่ลืมตลอดไป ชั่วชีวิตไม่ว่ากระบวนการต่อสู้สันติอหิงสาของเราในครั้งนี้จะปรากฏผลเป็นเช่นไร
ผมเชื่อว่าความทรงจำเปี่ยมคุณค่านี้จะไม่อยู่ที่ผมคนเดียว
แต่จะอยู่กับผู้คนร่วมเหตุการณ์ไม่ว่าจะเดินด้วยในช่วงไหน ใกล้ไกลเพียงใด
ไม่สำคัญเท่ากับวันข้างหน้าที่เราจะร่วมเดินกันไปในขนาดหัวใจที่ใกล้ๆ กัน
ศศิน เฉลิมลาภผมใช้แผนที่ทางหลวงเป็นเล่มมาตราส่วน 1:500,000 วัดระยะทางด้วยไม้บรรทัด เหมือนที่เคยทำเมื่อก่อนมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์กูเกิ้ลที่วัดระยะทางได้ ค่อยๆ ไล่ไปตามส่วนโค้งของถนนจากกรุงเทพฯ ขึ้นตามถนนสายพหลโยธินไปออกสายเอเชียถึงแยกเข้าจังหวัดอุทัยธานี ก่อนแยกไปตามถนนเล็ก ๆ เพื่อค่อย ๆ คิดเส้นทาง และคำนวณระยะทางว่าหากต้องเดินเท้าไปบนเส้นทางรถที่ขับไม่เกินสี่ชั่วโมงถึงเป้าหมายที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ หน่วยแม่เรวา ที่ ต. แม่เล่ย์ อ. แม่วงก์ จ. นครสวรรค์ ใช้เครื่องคิดเลขโบราณค่อยๆ บวกระยะทีละระยะ ตามจุดหักโค้งถนนอย่างละเอียด โดยแอบเผื่อระยะทางโค้งไว้พอสมควร ปัดเศษทศนิยมให้มากไว้เพื่อการเดินทางที่ไม่พลาดว่าในแต่ละวันอาจจะต้องเดินยาวกว่าที่คาด

ตัวเลข 388 กิโลเมตร จากรุงเทพฯ ถึงเป้าหมายปรากฏขึ้นจากการคำนวณครั้งนั้น ผมลองคิดว่าถ้าเดินสิบวัน วันละ 38.8 กิโลเมตร ถ้าเดินได้ชั่วโมงละ 4 กิโลเมตร เหมือนเมื่อครั้งที่รู้มาตอนเรียน รด. วันละ 10 ชั่วโมง ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าไปสิ้นสุดหกโมงเย็น พักกลางวัน 1 ชั่วโมง จะเดินได้ 10 ชั่วโมง ได้ทางประมาณ 40 กิโลเมตร นี่คือการประมาณการความเป็นไปได้เบื้องต้นของการเดินระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่ตำแหน่งสร้างเขื่อนแม่วงก์

พอได้ตัวเลขที่ว่า ก็อดไม่ได้ที่จะแพลมรำพึงลงบนสเตตัสบนเฟสบุ๊ก ว่าระยะทาง 388 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ไกลนัก... ตามประสายุคสมัยที่เราไม่คิดคนเดียว แต่ต้องคิดไกลกระจายบนโลกออนไลน์

ศศิน เฉลิมลาภ

นั่นคือสิ่งที่ผมได้ทำจริงหลังจากกลับจากทริปพาวิศวกรแหล่งน้ำจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ไปขอคำปรึกษาเรื่องข้อมูลต่าง ๆ ที่เรามีข้อสงสัยต่อรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแน่ใจมากขึ้นว่าการวิเคราะห์ข้อมูลความคุ้มค่าของเขื่อนแม่วงก์ มีปัญหาจริง ๆ อย่างที่เราคาดการณ์

ตัวเลขเบื้องต้นถูกนำมาปรับวางแผนร่วมกับน้อง ๆ ที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และฟังคำแนะนำจากเพื่อนมิตร ปรับขบวนและเส้นทาง ผมไม่ได้คำนวณตัวเลขอะไรใหม่ ขอยึด 388 เป็นเลขหมาย และปรับการเดินเป็นสิบสามวัน เพื่อลงมาถึงจุดหมายให้ได้ในวันอาทิตย์เย็น ห้ามขาดห้ามเกิน ด้วยเหตุผลในเชิงยุทธศาสตร์

ศศิน เฉลิมลาภ

ต้องขอบคุณนักวิชาการ สายวิศวกรแหล่งน้ำ ที่รับฟังข้อมูลของผมเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อนโน้น ทั้งท่านประธานอนุกรรมการด้านแหล่งน้ำของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย อย่าง รศ.ดร. สุวัฒนา จิตตลดากร พร้อมทั้ง ผศ. ฑีฆาวุฒิ พุทธภิรมย์ รศ.ดร. คมสันต์ มาลีสี และ อ. สมฤทัย ทะสะดวก รวมถึงลูกศิษย์ระดับปริญญาโทที่ติดตามคณาจารย์ไปด้วยในวันนั้น ตลอดทริปที่ผม น้องบัว (อรยุพา สังขะมาน เจ้าหน้าที่วิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร) และพี่กิ้น (อดิศักดิ์ จันทวิชานุวงษ์ นักอนุรักษ์แห่งจังหวัดนครสวรรค์) ได้ตระเวนพานักวิชาการคณะนี้ไล่ขึ้นไปตามสายน้ำสะแกกรัง จุดบรรจบแควตากแดด ห้วยวังม้า ห้วยแม่วงก์ ที่เปลี่ยนชื่อไปตามเขตอำเภอและจังหวัด โดยที่คือสายน้ำเดียวกัน ทวนน้ำขึ้นไปถึงต้นน้ำแม่วงก์ ที่หน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา แล้วสอบถามข้อสงสัยของเราต่อนักวิชาการที่เราเชื่อถือว่าพวกเขาคงมีจิตใจเป็นกลางทางวิชาการที่จะให้ความเห็นที่เป็นจริงกับเรา

ศศิน เฉลิมลาภ

ตกค่ำ รศ.ดร. บัญชา ขวัญยืน ตามมาสมทบ อธิบายความเชื่อมโยงเรื่องราวการจัดการน้ำ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องนี้กันอย่างออกรสชาติจนดึกดื่น วันรุ่งขึ้นคณะเราพากันไปดูการจัดการน้ำระดับชุมชนที่หมู่บ้านธารมะยมเชิงเขาแม่กระทู้ รับฟังความรู้อันน่าตื่นใจจากปราชญ์ท้องถิ่น อย่างอาจารย์ณรงค์ แรงกสิกร อดีตครูและนักเลงโบราณผู้คร่ำหวอดในพื้นที่ป่าเขาและท้องทุ่งแม่วงก์ – ลาดยาว จากนั้นผมและอาจารย์บัญชาแยกจากคณะใหญ่ ตระเวนไปดูรายละเอียดการจัดการน้ำในพื้นที่ต่างๆ กันสองคน ได้รับความรู้และความมั่นใจมากมายว่า หากจะประท้วงขอดื้อแพ่งกับขั้นตอนการอนุมัติผ่านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการชุดนี้ คงมีเหตุผลเพียงพอ

ถึงวันนี้ในกระเป๋าสตางค์ของผม ยังเก็บบทวิเคราะห์ช่วงเวลาทางการเมืองของการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนั้นเข้าสภา และประมาณช่วงเวลาต่าง ๆ ของการเข้าและเสร็จจากคณะกรรมาธิการ ที่ผมตัดเก็บไว้เพื่อออกแบบช่วงเวลาเดินเท้ารณรงค์ประท้วงรายงาน EHIA (Environmental and Health Impact Assessment) เขื่อนแม่วงก์ ว่าจะมีช่วงเวลาที่พอทำได้โดยสื่อให้ความสนใจอยู่เลย

ศศิน เฉลิมลาภ

ปรากฏว่าพอเดินจริง ระยะ 388 กิโลเมตร คลาดเคลื่อนจากการเดินจริงที่ปรับเส้นทางมาลัดผ่านทางแพขนานยนต์ชัยนาท และการคำนวณระยะยาวเกินไปถึง 61 กิโลเมตร จากการลากระยะบนโปรแกรมแผนที่กูเกิ้ล 327 กิโลเมตรตามที่เราเดิน แต่ระยะทางที่คำนวณขาดไปคงไม่สำคัญเท่าเรื่องราวมากมายที่บรรจุเต็มความทรงจำมากมายเกินความคาดหมาย รวมถึงข้อมูลผู้คน และมิตรภาพที่ได้พบเจอรายทางที่ไม่สามารถจะบรรยายขอบคุณได้หมดสิ้น

หากมิได้บังเอิญโพสต์เก็บไว้ในเฟสบุ๊ก และหนังสือเล่มนี้!!!

เป็นช่วงเวลาที่ผมจะไม่ลืมตลอดไป ชั่วชีวิตไม่ว่ากระบวนการต่อสู้สันติอหิงสาของเราในครั้งนี้จะปรากฏผลเป็นเช่นไร

ผมเชื่อว่าความทรงจำเปี่ยมคุณค่านี้จะไม่อยู่ที่ผมคนเดียว

แต่จะอยู่กับผู้คนร่วมเหตุการณ์ไม่ว่าจะเดินด้วยในช่วงไหน ใกล้ไกลเพียงใด

ไม่สำคัญเท่ากับวันข้างหน้าที่เราจะร่วมเดินกันไปในขนาดหัวใจที่ใกล้ๆ กัน

ศศิน เฉลิมลาภ

จากเสมือนคำนำ หนังสือ สถานะเดินเท้า ศศิน เฉลิมลาภ รายละเอียดหนังสือ
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง