• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ 5 ข่าวเด่นสิ่งแวดล้อม ก.ย.57 - ส.ค. 58

5 ข่าวเด่นสิ่งแวดล้อม ก.ย.57 - ส.ค. 58

อีเมล พิมพ์ PDF

ข่าวสิ่งแวดล้อม1. ภัยแล้ง ปัญหาระดับชาติ ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากวันพืชมงคลซึ่งเป็นสัญญาณเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนฝนฟ้าจะไม่เป็นใจ ทั่วทั้งประเทศต้องตระหนกและหวั่นใจกับภาพรายงานข่าวประจำวันที่แสดงให้เห็นชัดว่าหลายจังหวัด กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง กลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดดูเหมือนจะเป็นเกษตรกรที่ต้องมองดูข้าวยืนต้นตาย เนื่องจากขาดแคลนน้ำ ขณะเดียวกันคนกรุงเทพก็ไม่รอดพ้นวิกฤติ อย่างน้อยแล้งครานี้ก็ได้กินน้ำเค็มปะแล่มๆ อยู่หลายวัน เพราะไม่มีปริมาณน้ำมากพอที่จะช่วยผลักดันน้ำเค็ม


“น้ำ” เป็นเรื่องส่วนรวม การให้ข้อมูลจากภาครัฐที่ถูกต้องครบถ้วนสู่ประชาชนอย่างเป็นเอกภาพจะทำให้เกิดการวางแผนที่มีประสิทธิภาพได้ แต่ช่วงที่ผ่านมาข่าวสารที่ประชาชนได้รับกลับทำให้สับสนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากนักวิชาการหลายสำนักออกมาให้ข้อมูลหลายชุดแบบหนังคนละม้วน จนเกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน กระทั่งมีข่าวว่าน้ำแพ็คถูกกว้านซื้อถังน้ำเกือบทุกขนาดขายดีจนเกือบหมดห้าง เพราะประชาชนไม่รู้จะเชื่อข้อมูลจากแหล่งใด ฉะนั้น ภาครัฐควรมีความชัดเจนในการประกาศมาตรการควบคุมการใช้น้ำทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมกันทั้ง ภาคเมือง อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การเกษตร และให้เกิดการบังคับใช้อย่างเข้มงวด ส่วนของภาคเกษตรกรรมถึงเวลาแล้วที่ควรเน้นนโยบายให้เกษตรกรหันมาใส่ใจในคุณภาพของผลผลิต มากกว่าปริมาณ เพราะการเน้นแต่ปริมาณจะทำให้เกิดการขยายพื้นที่การเพาะปลูกอย่างไม่รู้จบ นอกจากนี้ควรสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนโดยทั่วไปว่า “น้ำ” เป็นสิ่งที่จำเป็น และมีภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะขาดแคลนได้อยู่เสมอ แต่การผลักภาระให้รัฐแก้ไขปัญหาอย่างเดียวคงไม่สัมฤทธิ์ผล ถึงเวลาที่ภาคประชาชนต้องช่วยกันประหยัดน้ำ ใช้น้ำทุกหยดอย่างรู้คุณค่า การเตรียมตัวรับมือกับภัยแล้งที่อาจยาวนานไปถึงปีหน้า ภาคประชาชนจะต้องร่วมมืออย่างจริงจัง นี่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญเพื่อมองภาพในอนาคตอันใกล้ว่าเราจะบริหารจัดการอย่างไรกับ “ทรัพยากรน้ำ” สำหรับคนทั้งประเทศ

ภัยแล้ง
http://www.acnews.net/detailnews_eco.php?news_id=N255808855

2. การกลับมาอีกครั้งของ พ.ร.บ. เปิดป่า - ค้าสัตว์ ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ร่างพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และร่างพ.ร.บ. ส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า (เดิม คือ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่า) ถูกหยิบยกนำมาแก้ไขอีกครั้งหลังจากที่หลายปีก่อนหน้านี้ ได้มีความพยายามผลักดันร่างพ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับมาแล้วครั้งหนึ่ง และในครั้งนี้ยังคงเป็นไปในทิศทางเดิมคือ ได้เปลี่ยนแปลงหลักการและบิดเบือนเจตนารมณ์ในการคุ้มครอง อนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่า สามารถให้เข้าไปท่องเที่ยวได้ในทุกตารางนิ้วแม้แต่พื้นที่บริเวณนั้นจะถูกกำหนดไว้เป็นเขตหวงห้ามตามร่างพ.ร.บ.ใหม่ เปิดช่องให้ค้าสัตว์ป่าผ่านธุรกิจสวนสัตว์สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันสวนสัตว์สาธารณะยังไม่มีหลักเกณฑ์ในการขอจัดตั้งที่รัดกุมเลย

เปิดป่า ค้าสัตว์

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 องค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 21 องค์กร ได้ออกแถลงการณ์คัดค้าน ร่างพ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว เรียกร้องให้เพิกถอนการนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า พ.ศ. ... จากกระบวนการผลักดันที่นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายในโอกาสต่อไป โดยขอให้กลับไปใช้ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ดังเดิมไปก่อน และในโอกาสต่อไปขอเสนอให้ทำการยกร่าง “พ.ร.บ.สงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า” ใหม่ โดยขอให้เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมจากนักวิชาการ และองค์กรเอกชนด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างแท้จริง ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... ขอให้ พิจารณาแก้ไขตามประเด็นที่ได้แสดงความเป็นห่วงกังวลในแถลงการณ์ และได้ทำการส่งจม.แถลงการคัดค้าน ไปยัง รมต.กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คงต้องจับตารอดูกันต่อไปว่าผลจากการยื่นแถลงการณ์คัดค้านจะเป็นอย่างไร

3. โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่กับบทเรียนแม่เมาะ บทเรียนที่ผ่านมาของประเทศไทยจากการสร้างโรงไฟฟ้าในหลายพื้นที่พบว่าได้สร้างปัญหาให้แก่คนในพื้นที่โดยรอบ ถ้าจะเทียบเคียงให้เห็นภาพคงหนีไม่พ้นกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่แม่เมาะ เมื่อภาพความทุกข์ของคนในพื้นที่ถูกฉายออกมาให้เห็นมากกว่าภาพของความสุข ประชาชนต้องพ่นยาเพื่อขยายหลอดลม ภาพของการใส่สายออกซิเจนเมื่อเสร็จสิ้นจากภารกิจประจำวัน คงเป็น เรื่องที่ชินตาของคนในละแวกเดียวกัน เมื่อมาตรการลดผลกระทบ สิ่งแวดล้อมไม่ถูกปฏิบัติตามที่เขียนไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภาคประชาชนต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง คนแม่เมาะผู้ได้รับผลกระทบร่วมกันฟ้องกฟผ. ต่อศาลปกครองในการกระทำละเมิดอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ กำหนด ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กฟผ. ต้องจ่ายค่าชดเชยและแก้ไขมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้แก่ชาวแม่เมาะผู้ฟ้องคดี

แม่เมาะ
ภาพโดยเริงฤทธิ์-เริงชัย คงเมือง

ย้อนมาดูมาตรฐานในการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมของไทย การใช้ข้อมูลที่ถูกต้องจริงและเป็นปัจจุบันมากที่สุดจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลที่สุด แต่ที่ผ่านมาประชาชน เกิดความไม่ไว้วางใจ เพราะหลายโครงการที่มีปัญหาส่วนใหญ่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ตรงกับความเป็นจริงในพื้นที่ หรือมีการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการหลีกเลี่ยงให้ เป็นไปตามมาตรฐานในการตรวจสอบทางสิ่งแวดล้อม การไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของชุมชน การใช้วาทกรรมที่ชวนเชื่อจนเกินความพอดี การได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นจริง ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดของทุกฝ่าย เราจะยอมให้สิ่งที่เกิดขึ้น กับคนแม่เมาะต้องมาซ้ำรอยกับชาวกระบี่กระนั้นหรือ???

4. กระเช้าไฟฟ้าภูกะดึง... ความคุ้มค่า (?) ที่ต้องแลกกับธรรมชาติ ในขณะที่มีทั้งข้อสนับสนุนและข้อคัดค้านเรื่องการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้น ภูกระดึง จ.เลย มาอย่างยาวนานร่วม 30 ปี ขณะนี้ (ส.ค.2558) รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับแก้รายงานฯ ดังกล่าว เพื่อเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ ผู้ชำนาญการอีกครั้ง

ภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย วัตถุประสงค์ข้อแรกในการเลือกพื้นที่เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติคือ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้คงอยู่ตลอดไป ดังนั้นการใช้เรื่องท่องเที่ยวเป็นตัวนำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติจึงเกิดคำถามตามมาว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่? ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของภูกระดึง (Carrying Capacity) มีมากน้อยแค่ไหน? ถ้าต้องเปิดการท่องเที่ยวบนยอดภูกระดึงตลอดทั้งปีจะเกิดอะไรขึ้น!? สิ่งที่นักอนุรักษ์กังวลที่สุด คือ การบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์แบบบ้านเรา ผลกระทบที่เกิดจากการที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และธรรมชาติไม่มีสิทธิได้หยุดพักฟื้น เหมือนตอนที่ยังไม่มีกระเช้าจะเป็นอย่างไร ตัวอย่างมีให้เห็นมากมายหลายๆ พื้นที่เกิดผลกระทบมหาศาลจากการที่มีจำนวน นักท่องเที่ยวเข้าไปในพื้นที่มากเกินขีดความสามารถที่ธรรมชาติจะรองรับได้ รวมถึงปัญหาขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยวที่ยังไม่สามารถจัดการได้ เช่น กรณีเกาะตาชัยที่ส่งผลกระทบทั้งปะการัง หอย ปูฯ กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวมจนยากที่จะฟื้นฟูให้กลับคืนมาดังเดิมได้ หรือจะปล่อยให้ภูกระดึงต้องเสียหายเสื่อมโทรมก่อนแล้วค่อยคิดแก้ไข ???

5. ยุทธการทวงคืนผืนป่า เป้าหมายตัดฟันสวนยาง 5 ล้านไร่ หลังกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายตัดฟันสวนยางในพื้นที่ที่คาดว่าบุกรุกพื้นที่ป่า โดยกรมป่าไม้ให้ข้อมูลว่าขณะนี้มีพื้นที่ที่ถูก บุกรุกปลูกยางพารา เป็นจำนวนถึง 4,033,404 ไร่ มาตรการ เร่งด่วนในพื้นที่เป้าหมายมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ (1) พื้นที่ที่คดีเสร็จสิ้นแล้ว จะทำการรื้อถอนทันที และ (2) พื้นที่ที่ทำการบุกรุกใหม่ วางแผนนำร่อง 10 จังหวัด ทั้งนี้ กรมป่าไม้มีเป้าหมายที่จะทวงคืนผืนป่า 4.4 แสนไร่คืนให้ได้ทั้งหมดภายในปี 2558 โดยภายในเดือนพฤษภาคม จะคืนผืนป่าให้ได้ 40,000 ไร่ มิถุนายน 55,000 ไร่ กรกฎาคม 55,000 ไร่ สิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม อีกเดือนละ 50,000 ไร่

ข้อมูลจากกรมป่าไม้พบว่า พื้นที่ปลูกยางพาราในป่าสงวน แห่งชาติระหว่างปี 2552-2557 เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยต่อปีประมาณ 216,068 ไร่ ซึ่งในปี 2557 พบว่ามีการปลูกยางพาราทั่วประเทศมากถึง 4.4 ล้านไร่ มากที่สุดที่พบคือภาคใต้ รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ตามลำดับ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และระบบนิเวศ

ทวงคืนผืนป่า
http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378417212/

ดูเหมือนว่าปฏิบัติการนี้จะเรียกเสียงปรบมือจากประชาชนผู้เป็นกังวลกับสถานการณ์ป่าไม้บ้านเรา แต่ในทางกลับกันก็พบว่ามีชาวบ้านบางกลุ่มได้รับผลกระทบ แม้ว่าภาครัฐจะพยายามชี้แจงว่ามีมาตรการในการคัดกรองตรวจสอบระหว่างนายทุนกับชาวบ้านธรรมดาที่ใช้ผืนดินทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีวิต แต่เมื่อกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะแล้วเสร็จ ทำให้การคัดกรองคนเป็นไปได้ยากว่าใครคือนายทุนหรือชาวบ้านที่แท้จริงกันแน่ เมื่อภาครัฐเร่งทวงคืนผืนป่า ชาวบ้านหลายชุมชนต้องถูกตัดฟันสวนยางที่ลงทุนลงแรงไป ถูกจับกุม บางกระแสข่าวบอกว่าชาวบ้านบางคนถูกบังคับให้เซ็นยินยอมว่าเป็นผู้บุกรุกและส่งเรื่องฟ้องศาล

การบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายหน่วยงานภาครัฐ นโยบายดีแต่มี ผลกระทบถ้าไม่ทำอย่างรอบคอบรัดกุม สิ่งที่ต้องเร่งคือจัดทำพิกัดแผนที่ให้ชัดเจนว่าแปลงจับกุมอยู่ในบริเวณใด เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มาก่อน ไม่ให้เป็นเครื่องมือของนายทุนที่เข้ามาภายหลัง ทำความเข้าใจกับทั้งตัวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเองและคนที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายว่ามีความจำเป็นต้องตัด ฟันสวนยางในพื้นที่ลักษณะไหนและเพราะอะไร และมีมาตรการรองรับหรือมาตรการชดเชยที่เหมาะสมแล้วหรือไม่

รายงาน ชุด 5 ข่าวเด่นสิ่งแวดล้อม ก.ย.57 - ส.ค. 58 นำมาจากเอกสารรายงานสถานการณ์ป่าไม้ไทย 2558 นอกจากประเด็นทั้ง 5 แล้ว ยังมีประเด็นสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจอีกหลายประเด็น อาทิ สถานการณ์สัตว์ป่าเมืองไทยที่น่าสนใจ เรื่องการผลักดันวาฬบรูด้าและสัตว์ทะเลอื่นๆ เป็นสัตว์สงวน หรือประเด็นเรื่องหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเนื้อหาที่กล่าวมานี้ สามารถหาอ่านได้ใน รายงานสถานการณ์ป่าไม้ไทย 2558

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง