• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

ผู้เฒ่าไม้เท้าลำไผ่

อีเมล พิมพ์ PDF

ศศิน เฉลิมลาภครูคีตติ้ง ที่แสดงโดยคุณโรบิน วิลเลียมส์ ในภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจในการเปิดใจเรียนรู้โลกและชีวิต เรื่อง Dead Poet Society เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เป็นคนในจินตนาการที่อยู่ในใจผมตลอดกาล ผมไม่คิดว่าจะมีครูที่มีพลังในการสอนชีวิตกับนักเรียนแบบนี้จริงๆในโลก แต่นั่นเป็นความคิดที่เกิดขึ้นก่อนพบกับอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ที่แม้ผมจะไม่ได้เป็นลูกศิษย์ในห้องเรียนของอาจารย์แม้แต่วิชาเดียว แต่นับเป็นซือแป๋คนสำคัญที่สุดของผมในการทำงานอนุรักษ์ธรรมชาติ


อาจารย์ผมชอบฮัมเพลงสองเฒ่าผู้ยิ่งใหญ่ของคาราบาว ที่ว่า “ผู้เฒ่าไม้ถือไม้เท้าลำไผ่ นั่งทอดถอนใจอยู่ใต้ต้นดอกจาน ฝันถึงเมล็ดพืชที่หว่านเป็นกิจการของเกษตรกร” อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ ถือไม้ไผ่ที่เป็นไม้เท้าเดินไปไหนต่อไหนเดินเขี่ยใบไม้หลังห้องพักที่มุมตึกพลางฮัมเพลงต่อในท่อนโปรดของแกว่า “ เฝ้าดูมดหนูแมลง จะมากลั่นแกล้งกัดกิจพืชไร่ .....” แล้วผมก็มักจะถือโอกาสคุยกับอาจารย์เพื่อเก็บรับความรู้ที่ไม่มีในห้องเรียนต่างๆ นานาเรื่องแนวทางการทำงานอนุรักษ์ธรรมชาติเรื่องต่างๆ

ผมจำบรรยากาศการสนทนาระหว่างเราได้อย่างดีหากผมโชคดี เดินผ่านหลังห้องอาจารย์ แล้วเจออาจารย์นั่งอยู่ในห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีเพียงบานหน้าต่างและเหล็กดัดมองเห็นคนนั่งอยู่ภายในห้องพักเก่าๆ ที่อาคารภาควิชาพฤกษศาสตร์ ชั้นล่าง ก่อนที่จะสุดทางเดินหักมุมไปยังตึกโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าการเดินไปกินข้าวบนเส้นทางนี้เป็นความหวังที่จะได้ทักทายอาจารย์เฒ่าที่มุมตึกหากพอดีเจอ เพราะสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่นั่นไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่โทรศัพท์เบอร์ส่วนตัวที่แยกเฉพาะไปตามห้องพักอาจารย์เหมือนสมัยนี้

การได้สนทนากับผู้เฒ่าไม้เท้าลำไผ่ท่านนี้ถือเป็นความรื่นรมย์ผสมกับความตื่นเต้นที่จะได้รับความรู้ ความคิดใหม่ๆ จากอาจารย์เสมอๆ เมื่อย้อนเวลาไปเมื่อเกือบราวยี่สิบปีที่แล้ว

เพื่อนผมที่เรียนอยู่ภาควิชานี้แนะนำให้ผมไปคุยกับอาจารย์ท่านนี้สมัยที่ผมรับผิดชอบฝ่ายวิชาการในกิจกรรมค่ายนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ให้น้องๆ ปี 1 เพื่อเสริมแนวคิดพื้นฐานวิทยาศาสตร์ให้น้องใหม่ที่มีความสนใจ

วิทยาศาสตร์ คืออะไร ? นั่นคือ คำถามแรก ที่ผมได้ยินอาจารย์ถามผม ไอ้เราก็ตอบไปแบบ การศึกษาบนหลักเหตุผล การทดลอง ความจริงแท้ของธรรมชาติ...ว่ากันไป บลาๆๆ

อาจารย์ยงยุทธ มองหน้า แล้วบอกว่า Science is the way of life แล้วเปรียบเทียบอีกประโยคให้ฟังว่า Tecnology is the havest of life”

ผมไม่ได้ถามความหมาย แต่มันค่อยๆ ขยายความอยู่ในสมองไม่หยุดมาหลายปี....จนถึงทุกวันนี้แม่ผ่านมายี่สิบกว่าปี

จริงอยู่มันมิใช่นิยามอะไรที่โต้แย้งไม่ได้ แต่เป็นความหมายเชิงปรัชญาที่ต้องตีความ ที่ต่างคนก็คิดกันต่างๆ ได้ แต่วิธีสอนให้คิด ให้แย้ง ยั่วให้อยากรู้ อยากแลกเปลี่ยน นี่คือวิธีการสอนของอาจารย์ไม่ว่าจะในห้องเรียนหรือ นอกห้องเรียน แทบจะไม่เคยเป็นอาจารย์บรรยายอะไรก่อนจะตั้งคำถามเลย

Way of life บนความหมายของวิทยาศาสตร์ นอกจาก การอยู่บนโลกที่กระบวนการเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ทับซ้อนกันบนปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆนานา คงต้องอยู่บนความเป็นเหตุเป็นผลจากการศึกาวิจัยความจริงจากการเรียนรู้และทดลอง ที่สำคัญคือต้องเชื่อมโยงปัจจัยต่างๆเชื่อมร้อยต่อกันเป็นสติปัญญาในการตัดสินใจดำเนินชีวิตในแต่ละสถานการณ์ และรู้เท่ากันการเก็บเกี่ยวความสุข ความสะดวกสบายที่มาจากเทคโนโลยี่อย่างรู้เท่าทัน

จำได้แม่นยำว่าผมได้รับความรู้และวิธีคิดจากอาจารย์มากมายหลายเรื่อง ทั้งเรื่องความแตกต่างของต้นน้ำป่าบ้านเราที่มาจากป่า และต้นน้ำประเทศฝรั่งที่มาจากหิมะ โยงไปหาความสำคัญที่ต้องรักษาป่าต้นน้ำ ปัญหาในการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนต่างๆ ที่เชื่อมโยงมาถึงความแตกต่างของความต้องการพลังงานไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา

อาจารย์สอนผมให้ใช้วิธีตั้งคำถามให้คิดในการสื่อความหมายธรรมชาติ และเทคนิคต่างๆ ในแต่ละช่วงเวลาในการสื่อสารกับผู้เรียน ซึ่งทุกอย่างเป็นรากฐานในการทำงานสื่อความหมายธรรมชาติมาใช้จนถึงปัจจุบัน

จำได้ดีถึงหลักการอนุรักษ์ หรือการทำงานเพื่อรักษาธรรมชาติ ที่อาจารย์แนะว่าการทำงานอนุรักษ์ไม่ใช่การที่จะไปต่อต้านโน่นนี่เสียทุกเรื่อง เราแรงไปก็จะมีแรงตอบมา ถ้าหาวิธี “หน่วง” ไว้ได้ก็จะดี หน่วงไว้ให้สมดุลของระบบนิเวศพอจะปรับตัวทัน และรักษาบางอย่างที่สำคัญเอาไว้ได้

ศศิน เฉลิมลาภ

อาจารย์ยงยุทธ เคยสอนผมในชั้นเรียนอยู่ครั้งเดียว จำได้ว่าในวิชา Environmental Management ที่ อาจารย์ใหญ่ทางสิ่งแวดล้อมอย่าง ดร.สุรพล สุดดารา เป็นเจ้าของรายวิชา วันนั้นอาจารย์ เชิญอาจารย์ยงยุทธ มาสอนเราเรื่อง “ระบบสิ่งแวดล้อม”

อาจารย์วาดรูปภูเขาลูกหนึ่งแล้วให้เราอภิปรายกันว่า ส่วนไหนของภูเขาทำหน้าที่อะไร และบริเวณไหนคือบริเวณที่สำคัญที่สุดในการอนุรักษ์ เราคิดกันบนพื้นฐานวิชาการต่างๆ นานา จนในที่สุดอาจารย์ก็เฉลยว่า บริเวณยอดเขาที่ความลาดชันสูงมีความสำคัญต่อพื้นที่อื่นๆ มากที่สุด เนื่องจากหากมีผลกระทบในบริเวณยอดเขาที่ความลาดชันสูงก็จะส่งผลกระทบจากการชะล้างพังทลายของตะกอนดินกระทบไปถึงพื้นที่อื่นๆทั้งหมด จากนั้นอาจารย์ ให้ผมไปวาดภาพตัดขวางของบึงน้ำ และขอบตลิ่ง เพื่อเปรียบเทียบว่าความสำคัญของแต่ละระบบไม่เหมือนกัน ในทางตรงกันข้าม พื้นที่กลางบึ่งเป็นระบบนิเวศที่โดดเด่น และเป็นหัวใจของแหล่งน้ำ และแหล่งอาหารทุกอย่าง หากพื้นที่กลางบึง เสียไปทุกอย่างโดยรอบจะได้รับผลกระทบ จากความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อาหาร ไม่ใช่จากความสัมพันธ์ทางกายภาพดังเช่นภูเขา

หลักคิดเรื่องที่อาจารย์ยงยุทธสอนผม ได้นำมาใช้ในการวางแผนอนุรักษ์พื้นที่ต่างๆ ที่ผมทำงานเกี่ยวข้องมายี่สิบปี จนถึงปัจจุบันเช่นกัน

ความโชคดีอย่างที่สุดของผมคือ มีโอกาสเดินขึ้นภูกระดึงไปกับอาจารย์ ความรู้สารพัดตั้งแต่เริ่มขึ้นรถ ไปจนเริ่มขึ้นเขา จนกระทั่งลงเขา แต่ก็ไม่เท่าบรรยากาศแห่งมิตรภาพ และการสื่อสารทั้งภาษาพูด การแสดงออก ทักษะในการปีนเขาเข้าป่าเดินตามหาปรากฏการณ์แห่งฟ้าดิน

อาจารย์ทำให้ผมติดนิสัยอ่านป้ายสื่อความหมาย ของพื้นที่ต่างๆ ก่อนจะเข้าไปสัมผัสเส้นทาง และเปิดการสังเกตให้เห็นรหัสธรรมชาติที่แสดงบนวิถีชีวิต และลักษณะรูปร่างของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง รายละเอียดทั้งหลายไม่ได้มาจากความรู้ของอาจารย์ แต่มาจากการระดมความคิดและการอภิปรายบนพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกันของผู้ร่วมทริป ที่ได้มีโอกาสนำความรู้มาบูรณาการเป็นสติปัญญาร่วมกัน

แต่ความรู้ต่างๆ ที่อาจารย์สอนบนภูเขายอดตัดแสนสวย ยังไม่ทำให้ผมประทับใจเท่าลีลาจอมยุทธ์ ที่ใช้ไม้เท้าไม้ไผ่อันหนึ่งกระโดดลงเขาไปตามก้อนหินด้วยความเร็วเหนือธรรมดา

นั่นแสดงถึงทักษะ ในการใช้ชีวิต เดินเขาเข้าป่าของอาจารย์

ไม่แปลกใจเลยที่ หลายคนเคยสัมผัสตัวตนอาจารย์ ในฐานะนักแบดมินตันชั้นเยี่ยม และนักว่ายน้ำที่แข็งแรงยิ่ง

นั่นยังมินับวิธีการเดินทางของอาจารย์ ที่เคยทำงานเก็บเงินไม่กี่ร้อยบาทซื้อชิ้นส่วนจักรยานมาประกอบเต็มคัน และขี่ไปเที่ยวปีนัง ไปกลับจากกรุงเทพในวัยหนุ่ม รวมถึงการไปไหนมาไหนด้วยพาหนะนี้เสมอๆ

ในระหว่างที่เรียนรู้เรื่องต่างๆ จากอาจารย์ยงยุทธ หนังที่คุณโรบิน วิลเลียมส์ ก็มักจะเป็นหนังที่เสริมแรงบันดาลใจไปอย่างคู่ขนานกันในช่วงที่ผมหลุดจากวัยรุ่นเข้าสู่วัยทำงานอีกหลายเรื่อง

เมื่อผมทราบข่าวการเสียชีวิตของอาจารย์ยงยุทธ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมาผมค่อยๆ ลำดับความคิดความรู้ที่อาจารย์ให้กับผม มันช่างลึกล้ำไพศาลและมีอิทธิพลกับวิถีชีวิตที่ทำอยู่ในทุกวี่วันเหลือเกิน โดยเฉพาะเรื่องการเรียนรู้ในเต็มศักยภาพของมนุษย์

ผมเดินลอยๆ เข้าไปกราบเท้าร่างที่ไร้ชีวิตของอาจารย์ รับขันน้ำลอยดอกไม้มารดน้ำที่มือบวมแดงข้างนั้น บนสำนึกที่ชัดแจ้งต่อบุญคุณทางปัญญาจากอาจารย์ต่อลูกศิษย์ และส่งความคิดถึงอาจารย์ให้กลับสู่ธรรมชาติ และวัฏจักรดินน้ำลมไฟ ตามการแปรรูปของพลังงาน ดังที่อาจารย์เคยสอนผมครับ และตั้งใจจะทบทวนความรู้ มาเล่าให้คนที่ไม่ได้เรียนกับอาจารย์ เป็นการปฏิบัติบูชาเรื่องต่อไป

อีกสามวันต่อมาเราก็ได้ข่าวการเสียชีวิตของคุณโรบิน วิลเลียมส์

ในจินตนาการ ผมเห็นอาจารย์ยงยุทธ และโรบิน วิลเลียมส์ กำลังคุยกันเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจอยู่ในมิติที่ทับซ้อนกาลเวลากับเราอยู่ในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง

คอลัมน์ ไฟป่า นิตยสาร a day

 

 

รับข่าวสาร