• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติการ คืนเสือโคร่ง ให้ผืนป่า “29 กรกฎาคม วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก”

ปฏิบัติการ คืนเสือโคร่ง ให้ผืนป่า “29 กรกฎาคม วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก”

อีเมล พิมพ์ PDF
ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 13 ประเทศทั่วโลก ที่เป็นถิ่นกำเนิด แหล่งพันธุกรรม และมีประชากรของเสือโคร่ง (Pantheratigris) สัตว์ผู้ล่าที่จัดอยู่ในลำดับสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร มีความสง่างามและเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่สำคัญที่สุดอาศัยอยู่ปัจจุบันมีเสือโคร่งทั่วโลกทั้งสิ้น 6 ชนิดพันธุ์ย่อย (subspecies) สำหรับประเทศไทย คือ เสือโคร่งอินโดจีน (Indochinese tiger : Pantheratigriscorbetti)
ปัจจุบันเสือโคร่งในประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามเช่นเดียวกับเสือโคร่งในประเทศอื่นๆ ทั้งการลดลงของพื้นที่ป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย จำนวนประชากรที่ลดลงอย่างมากจากการถูกล่าโดยตรงจากขบวนการค้าสัตว์ป่าที่ต้องการหนังที่มีความสวยงาม และอวัยวะส่วนต่างๆ โดยมีความเชื่อผิดๆว่าเป็นยาบำรุงกำลัง และจำนวนเหยื่อที่ลดลงจากการลักลอบล่าสัตว์ แต่จากความพยายามและการติดตามประเมินผล พบว่าเสือโคร่งสามารถกระจายพันธุ์ได้ในพื้นที่คุ้มครองที่มีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเดินลาดตระเวนอย่างเข้มข้นแต่ทั้งนี้ก็ยังคงพบการบุกรุกพื้นที่คุ้มครองทั้งอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก” ในการประชุมว่าด้วยเรื่องเสือโคร่งที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในพ.ศ. 2553 และประเทศไทยได้กำหนดให้มี “วันอนุรักษ์เสือโคร่งแห่งชาติ” ขึ้นในวันดังกล่าวด้วยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยประเทศไทยมีเป้าหมายหลักในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง ไปพร้อมกับการดูแลที่อยู่และเหยื่อของเสือให้อุดมสมบูรณ์ไปพร้อมๆกัน
เพื่อให้เห็นถึงความตระหนักในการอนุรักษ์เสือโคร่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม ระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง 2553-2565  เมื่อวันที่ 28-29 กรกฎาคม พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา โดยภายในงานได้มีการบรรยายพิเศษ “สถานการณ์และแผนการฟื้นฟูเสือโคร่งระดับโลก” โดย Dr. Himat Singh Negiซึ่งระบุว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรของเสือโคร่งมากที่สุด คือประมาณ 1,400 ตัว แต่ในปัจจุบันสามารถเพิ่มจำนวนเป็น 2,200 ตัวแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้เสือโคร่งได้หายไปจากอุทยานแห่งชาติในหลายพื้นที่ อินเดียจึงเร่งพัฒนาระบบในการควบคุมและป้องกัน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และมีการให้ทหารเข้ามาดูแล จึงทำให้สถานภาพของเสือโคร่งในประเทศอินเดียมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นและได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล
ส่วนในประเทศไทยนั้นสถานภาพของเสือโคร่งยังคงน่าเป็นห่วงจากปัญหาหลายๆด้านสมโภชน์ดวงจันทราศิริหัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ได้นำเสนอในส่วนของสถานภาพปัจจุบันของประชากรเสือโคร่งในประเทศไทย โดยกล่าวว่า “ในผืนป่าของประเทศไทย พบเสือโคร่งอาศัยอยู่มากที่สุด ในผืนป่าตะวันตก ตั้งแต่จังหวัดกาญจนบุรีลงไปถึงแก่งกระจาน โดยเฉพาะในห้วยขาแข้งพบเสือโคร่งประมาณ 70-80 ตัว สิ่งที่น่ายินดีคือในปัจจุบันพบว่า เสือเหล่านี้ได้มีการกระจายพันธุ์ไปยังอุทยานแห่งชาติแม่วงก์” ซึ่งทำให้ทราบว่าเมื่อประชากรของเสือเพิ่มมากขึ้น เสือกระจายพื้นที่หากินไปตามผืนป่าอื่นๆที่อยู่ต่อเนื่องกันในผืนป่าตะวันตก  ทั้งนี้เป็นผลมาจากการรักษาป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สำคัญเอาไว้ได้ โดยมี สมโภชน์ มณีรัตน์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี  ได้กล่าวเสริมในส่วนของการใช้ระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพที่มีประสิทธิภาพสูง หรือ Smart Patrol System ซึ่งหมายถึง ระบบลาดตระเวนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โปรแกรมนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย (WCS) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันรักษาป่า การจัดการพื้นที่ และการปราบปรามการกระทำผิด โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) การจัดเก็บ วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ การเดินลาดตระเวนสำรวจที่มีการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และมีระยะเวลาในการเดินแต่ละครั้งประมาณ 7-10 วัน ในพื้นที่อนุรักษ์เสือโคร่ง ทำให้มีประสิทธิภาพและจะทำให้ประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์เสือโคร่งมากยิ่งขึ้น
บุษบง กาญจนสาขา หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า  นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กล่าวถึงแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์เสือโคร่ง 2553-2556 อธิบายถึงการติดตามและทบทวนแผนฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งแห่งชาติ ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งในพื้นที่เป้าหมายให้เพิ่มมากขึ้น 50%ภายในปี 2565โดยมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ และขยายผลของรูปแบบกิจกรรมไปยังพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์อื่นๆ โดยมียุทธศาสตร์ที่ใช้ในการฟื้นฟูประชากร 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย  1.การเพิ่มศักยภาพและสร้างมาตรฐานในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด 2.การเสริมสร้างศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานวิจัยเสือโคร่ง3.การติดตามสถานภาพและระบบการจัดการข้อมูล  4.การศึกษาและการมีส่วนร่วมของชุมชน และ5.กลยุทธ์ในการจัดหาแหล่งทุนที่ยั่งยืนในการอนุรักษ์เสือโคร่ง   ซึ่งยุทธศาสตร์ทุกๆด้านล้วนเป็นการวางแผนที่นำมาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง ให้สามารถคงความอยู่รอดของสายพันธุ์สัตว์นักล่าที่สง่างามนี้เอาไว้ได้
ภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของสายพันธุ์ที่มีมากมาย ทำให้เสือโคร่งมีอนาคตที่ไม่แน่นอน ขณะที่ป่าอนุรักษ์ที่เปรียบเสมือนบ้านยังคงถูกทำลายลงทุกวันถ้าหากวันหนึ่ง เสือโคร่งจำต้องกลายเป็นสัตว์น่าล่าผู้ยิ่งใหญ่ในป่า ที่เหลือรู้จักแต่เพียงในภาพ หรือเรื่องราวเล่าขานถึง ดังนั้นอนาคตของเสือโคร่ง คงต้องอยู่ที่ความพยายามและความร่วมมือของทุกภาคส่วนจึงจะประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์เสือโคร่ง
เสือโคร่งประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 13 ประเทศทั่วโลก ที่เป็นถิ่นกำเนิด แหล่งพันธุกรรม และมีประชากรของเสือโคร่ง (Pantheratigris) สัตว์ผู้ล่าที่จัดอยู่ในลำดับสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร มีความสง่างามและเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่สำคัญที่สุดอาศัยอยู่ปัจจุบันมีเสือโคร่งทั่วโลกทั้งสิ้น 6 ชนิดพันธุ์ย่อย (subspecies) สำหรับประเทศไทย คือ เสือโคร่งอินโดจีน (Indochinese tiger : Pantheratigriscorbetti)

ปัจจุบันเสือโคร่งในประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามเช่นเดียวกับเสือโคร่งในประเทศอื่นๆ ทั้งการลดลงของพื้นที่ป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย จำนวนประชากรที่ลดลงอย่างมากจากการถูกล่า โดยตรงจากขบวนการค้าสัตว์ป่าที่ต้องการหนังที่มีความสวยงาม และอวัยวะส่วนต่างๆ โดยมีความเชื่อผิดๆว่าเป็นยาบำรุงกำลัง และจำนวนเหยื่อที่ลดลงจากการลักลอบล่าสัตว์ แต่จากความพยายามและการติดตามประเมินผล พบว่าเสือโคร่งสามารถกระจายพันธุ์ได้ในพื้นที่คุ้มครองที่มีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเดินลาดตระเวนอย่างเข้มข้นแต่ทั้งนี้ก็ยังคงพบการบุกรุกพื้นที่คุ้มครองทั้งอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
.
วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก” ในการประชุมว่าด้วยเรื่องเสือโคร่งที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในพ.ศ. 2553 และประเทศไทยได้กำหนดให้มี “วันอนุรักษ์เสือโคร่งแห่งชาติ” ขึ้นในวันดังกล่าวด้วยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยประเทศไทยมีเป้าหมายหลักในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง ไปพร้อมกับการดูแลที่อยู่และเหยื่อของเสือให้อุดมสมบูรณ์ไปพร้อมๆกัน

เพื่อให้เห็นถึงความตระหนักในการอนุรักษ์เสือโคร่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม ระดมความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง 2553-2565  เมื่อวันที่ 28-29 กรกฎาคม พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา โดยภายในงานได้มีการบรรยายพิเศษ “สถานการณ์และแผนการฟื้นฟูเสือโคร่งระดับโลก” โดย Dr. Himat Singh Negiซึ่งระบุว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรของเสือโคร่งมากที่สุด คือประมาณ 1,400 ตัว แต่ในปัจจุบันสามารถเพิ่มจำนวนเป็น 2,200 ตัวแล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้เสือโคร่งได้หายไปจากอุทยานแห่งชาติในหลายพื้นที่ อินเดียจึงเร่งพัฒนาระบบในการควบคุมและป้องกัน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และมีการให้ทหารเข้ามาดูแล จึงทำให้สถานภาพของเสือโคร่งในประเทศอินเดียมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นและได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล

เสือโคร่ง
ส่วนในประเทศไทยนั้นสถานภาพของเสือโคร่งยังคงน่าเป็นห่วงจากปัญหาหลายๆด้านสมโภชน์ดวงจันทราศิริหัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ได้นำเสนอในส่วนของสถานภาพปัจจุบันของประชากรเสือโคร่งในประเทศไทย โดยกล่าวว่า “ในผืนป่าของประเทศไทย พบเสือโคร่งอาศัยอยู่มากที่สุด ในผืนป่าตะวันตก ตั้งแต่จังหวัดกาญจนบุรีลงไปถึงแก่งกระจาน โดยเฉพาะในห้วยขาแข้งพบเสือโคร่งประมาณ 70-80 ตัว สิ่งที่น่ายินดีคือในปัจจุบันพบว่า เสือเหล่านี้ได้มีการกระจายพันธุ์ไปยังอุทยานแห่งชาติแม่วงก์” ซึ่งทำให้ทราบว่าเมื่อประชากรของเสือเพิ่มมากขึ้น เสือกระจายพื้นที่หากินไปตามผืนป่าอื่นๆที่อยู่ต่อเนื่องกันในผืนป่าตะวันตก  ทั้งนี้เป็นผลมาจากการรักษาป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สำคัญเอาไว้ได้

โดยมี สมโภชน์ มณีรัตน์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี  ได้กล่าวเสริมในส่วนของการใช้ระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพที่มีประสิทธิภาพสูง หรือ Smart Patrol System ซึ่งหมายถึง ระบบลาดตระเวนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โปรแกรมนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดย สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย (WCS) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันรักษาป่า การจัดการพื้นที่ และการปราบปรามการกระทำผิด โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) การจัดเก็บ วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ การเดินลาดตระเวนสำรวจที่มีการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และมีระยะเวลาในการเดินแต่ละครั้งประมาณ 7-10 วัน ในพื้นที่อนุรักษ์เสือโคร่ง ทำให้มีประสิทธิภาพและจะทำให้ประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์เสือโคร่งมากยิ่งขึ้น

บุษบง กาญจนสาขา หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า  นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กล่าวถึงแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์เสือโคร่ง 2553-2556 อธิบายถึงการติดตามและทบทวนแผนฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งแห่งชาติ ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งในพื้นที่เป้าหมายให้เพิ่มมากขึ้น 50%ภายในปี 2565โดยมีแนวทางการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ และขยายผลของรูปแบบกิจกรรมไปยังพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์อื่นๆ โดยมียุทธศาสตร์ที่ใช้ในการฟื้นฟูประชากร 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย  1.การเพิ่มศักยภาพและสร้างมาตรฐานในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด 2.การเสริมสร้างศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานวิจัยเสือโคร่ง3.การติดตามสถานภาพและระบบการจัดการข้อมูล  4.การศึกษาและการมีส่วนร่วมของชุมชน และ5.กลยุทธ์ในการจัดหาแหล่งทุนที่ยั่งยืนในการอนุรักษ์เสือโคร่ง   ซึ่งยุทธศาสตร์ทุกๆด้านล้วนเป็นการวางแผนที่นำมาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง ให้สามารถคงความอยู่รอดของสายพันธุ์สัตว์นักล่าที่สง่างามนี้เอาไว้ได้

ภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของสายพันธุ์ที่มีมากมาย ทำให้เสือโคร่งมีอนาคตที่ไม่แน่นอน ขณะที่ป่าอนุรักษ์ที่เปรียบเสมือนบ้านยังคงถูกทำลายลงทุกวันถ้าหากวันหนึ่ง เสือโคร่งจำต้องกลายเป็นสัตว์น่าล่าผู้ยิ่งใหญ่ในป่า ที่เหลือรู้จักแต่เพียงในภาพ หรือเรื่องราวเล่าขานถึง ดังนั้นอนาคตของเสือโคร่ง คงต้องอยู่ที่ความพยายามและความร่วมมือของทุกภาคส่วนจึงจะประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์เสือโคร่ง

ภาพประกอบ เสือโคร่ง จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง