• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลก ยกเลิกมากกว่าเดินหน้า

โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลก ยกเลิกมากกว่าเดินหน้า

อีเมล พิมพ์ PDF

โรงไฟฟ้าถ่านหินรายงานล่าสุดพบว่า ความนิยมถ่านหินเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ส่วนใหญ่ถูกระงับไว้ มากกว่าดำเนินการต่อจนเสร็จสิ้น

จากข้อมูลของ Sierra Club และ CoalSwarmสององค์กรรณรงค์ด้านถ่านหินที่ติดตามการดำเนินการของแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 3,900 แห่งทั่วโลกพบว่าโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลกนั้นถูกยกเลิกมากกว่าดำเนินการต่อในอัตรา 2 ต่อ 1 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553

ข้อค้นพบได้ถูกนำเสนออีกครั้งในรายงานปี พ.ศ. 2555 โดย World Resources Institute  โดยรายงานระบุสาเหตุของการยกเลิกโครงการว่าเกิดจากการคัดค้านโดยสาธารณชน การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากพลังงานหมุนเวียน นโยบายใหม่ รวมถึงการกระทำผิดกฎหมายทางการเมือง ที่ทำให้โครงการก่อสร้างที่ปล่อยมลภาวะสูงต้องหยุดชะงัก

โรงไฟฟ้าถ่านหิน

ระหว่างปี พ.ศ. 2553 ถึง 2557กลุ่ม Sierra Club และ CoalSwarm พบว่ามีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นคิดเป็นกำลังการผลิต 356 กิกะวัตต์ ขณะที่โครงการกำลังการผลิต 493 กิกะวัตต์ คิดเป็นโรงไฟฟ้า 624 โรงถูกยกเลิก โครงการเหล่านี้จะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งสิ้น 88,204 ล้านตันตลอดอายุการใช้งาน

การถดถอยของการขยายการใช้พลังงานจากถ่านหินนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยในสองทศวรรษที่ผ่านมา กำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้นปีละราว 20 ถึง 25 กิกะวัตต์ แต่ระหว่างปี พ.ศ. 2548 ถึง พ.ศ. 2555 อัตราดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

ข้อมูลการเติบโตที่ชะลอตัวลงของถ่านหินยืนยันได้จากรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (IEA)ที่ระบุว่าการเติบโตของถ่านหินในปี พ.ศ. 2557 อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบทศวรรษที่ผ่านมาอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดี สำนักงานพลังงานสากลยังคงยืนยันว่าถ่านหินจะเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เติบโตเร็วที่สุด

ความสำเร็จและล้มเหลวของอุตสาหกรรมถ่านหินนั้น แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ระหว่างปี พ.ศ. 2553 ถึง 2557 มณฑลในจีน 5 มณฑลได้เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในแต่ละมณฑลมากกว่าการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั่วประเทศสหรัฐ และมณฑลเจียงซูเพียงมณฑลเดียวก็ได้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีกำลังการผลิตมากกว่ากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปรวมกัน

สัดส่วนที่โครงการถ่านหินถูกยกเลิกส่วนใหญ่อยู่ในสหภาพยุโรป โดยมีอัตราการยกเลิกที่ 7 ต่อ 1 ซึ่งตรงข้ามกับเอเชียที่มีอัตราการยกเลิกที่ 1 ต่อ 1 โรงไฟฟ้าถ่านหินส่วนใหญ่ก่อสร้างในจีน โดยระหว่างปี พ.ศ. 2553 ถึง 2557 จีนได้สร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่มีกำลังการผลิตรวม 228 กิกะวัตต์ ขณะที่มีโครงการกำลังการผลิตรวม 119 กิกะวัตต์ถูกยกเลิก

โรงไฟฟ้าถ่าหิน

ส่วนในประเทศอินเดียก็มีอัตราการเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ลดลงอย่างมาก โดยระหว่างปี พ.ศ. 2553 ถึงกลางปี พ.ศ. 2555 อัตราส่วนโครงการที่ถูกยกเลิกอยู่ที่ 2 ต่อ 1 แต่หลังจากกลางปี พ.ศ. 2555 ถึงกลางปี พ.ศ. 2557 อัตราการยกเลิกเพิ่มสูงขึ้นถึง 6 ต่อ 1 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการทุจริตในโครงการ Coalgate ซึ่งเป็นโครงการปันสิทธิการทำเหมืองถ่านหินในประเทศอินเดีย

สำหรับอุตสาหกรรมถ่านหินในสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกาอยู่ในช่วงขาลง ในสหภาพยุโรปนั้น แม้ว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตเพิ่ม 14,469 เมกะวัตต์ แต่ก็ได้หยุดการดำเนินการโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังการผลิต 17,580 เมกะวัตต์ กล่าวคือสหภาพยุโรปลดการพึ่งพิงถ่านหินได้ 3,112 เมกะวัตต์

แม้รายงานดังกล่าวจะสรุปว่าสภาวะการใช้ถ่านหินมีแนวโน้มดีขึ้น แต่อัตราที่ลดลงดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอต่อการป้องกันสภาวะโลกร้อน ไม่ให้อุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส

เมื่อปี พ.ศ. 2555 คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ได้กำหนด ‘งบคาร์บอน’ (Carbon Budget)ซึ่งหมายถึงปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดที่จะทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นไม่เกินเป้าหมายที่นานาชาติกำหนด อยู่ที่คาร์บอนไดออกไซด์ 870 – 1,240 กิกะตัน

มีการประมาณการว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันจะปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งสิ้น 842 กิกะตัน ตลอดอายุการใช้งาน แต่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ก็จะทำให้ปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกินงบประมาณได้ง่ายๆ แม้ว่าจะมีอัตราการยกเลิกโครงการอยู่ที่ 2 ต่อ 1 ก็ตาม

โรงไฟฟ้าถ่านหิน

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Nature ระบุว่า หากต้องการคงเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ตามที่ตกลง ปริมาณถ่านหินสำรองราวร้อยละ 80 ของโลกจะต้องไม่ถูกนำมาใช้ นอกจากนี้ IEA ยังระบุว่า ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินของโลกควรจะลดลงอย่างน้อย 1 ใน 3 ภายในปี พ.ศ. 2583 เพื่อไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศา

อัตราการยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสร้างความปวดหัวให้กับนักลงทุน โดย Ted Nace หนึ่งในผู้เขียนรายงานอธิบายว่า “ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือราคาหุ้นของบริษัททำเหมืองถ่านหิน เช่น Peabody, Arch หรือ Alpha Natural Resources อย่างหุ้นของ Arch ที่เคยแตะราคาสูงสุดถึง 75 ดอลล่าร์สหรัฐเมื่อปี พ.ศ. 2551 แต่ตอนนี้ราคาก็ร่วงลงมาอยู่ที่หุ้นละ 88 เซนต์”

การเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในสหภาพยุโรปและอเมริกาต่อเนื่องยาวนานมานับทศวรรษ แต่บริษัทเหมืองแร่ก็ยังหวังว่าจะสามารถส่งออกถ่านหินให้กับประเทศจีน หรืออีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก แต่นั่นไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะเมื่อปีที่ผ่านมา การบริโภคถ่านหินของจีนลดลง 2.9% ขณะที่การใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ลดลงต่ำสุดในรอบ 34 ปี

ในขณะที่โครงการผลิตพลังงานหมุนเวียนแห่งใหม่ในจีนได้มีกำลังการผลิตสูงกว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2556 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2557 แม้ว่าถ่านหินจะยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักก็ตาม

แม้ว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วโลกจะมีแนวโน้มถูกยกเลิกมากกว่าสร้างใหม่ แต่จากเป้าหมายป้องกันการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ข้อเท็จจริงที่ว่ายังมีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่รอเวลาสร้างอีกกว่า 1,083 กิกะวัตต์ ดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าสบายใจนัก

ถอดความบางส่วนจาก‘More coal plants are being cancelled than built’ โดย Sophie Yeo เข้าถึงได้ที่ http://www.carbonbrief.org/blog/2015/03/more-coal-plants-are-being-cancelled-than-built/

ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงตสิทธิ์

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง