• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ เส้นทางอนุรักษ์สัตว์ป่า การจัดการ-หรือแก้กฎหมาย?

เส้นทางอนุรักษ์สัตว์ป่า การจัดการ-หรือแก้กฎหมาย?

อีเมล พิมพ์ PDF
พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับก่อนหน้านี้ที่ร่างโดยนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ได้รับความช่วยเหลือในการวางรากฐานจาก IUCN แม้ในตอนนั้นประเทศไทยยังไม่ได้เป็นสมาชิก IUCN ก็ตาม แต่นายแพทย์บุญส่งก็ยังเดินหน้าในการเข้าร่วมประชุม ส่งผลให้พ.ร.บ. ฉบับก่อนหน้านี้ เป็นฉบับที่เกิดขึ้นจากการมองพื้นฐานแห่งความเป็นจริง จากสถานการณ์การล่าสัตว์ที่เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงหลังสมัยสงครามโลก จากปี 2505 ต่อมาอีก 10 ปี ประเทศไทยก็ได้กลายเป็นสมาชิกสภา IUCN นั่นเอง
อาจารย์ สุรพล ดวงแข กรรมการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เริ่มกล่าวถึงที่มาของพ.ร.บ. สัตว์ป่าฉบับแรกของประเทศไทยในเวทีเสวนาวิชาการ “คัดค้านร่างพ.ร.บ.เปิดป่า-ค้าสัตว์” พร้อมแถลงการณ์คัดค้าน พ.ร.บ. เปิดป่า-ค้าสัตว์ วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2558 ณ ร้าน NE8T ชั้น 1 อาคารเอเชีย
นอกจากนั้นยังระบุถึงการประกาศอุทยานแห่งชาติขึ้นมาว่า จากการประกาศอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยเนื่องจากเมื่อได้รับการสำรวจแล้วพบว่าพื้นที่แห่งนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จึงทำการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติได้ ทั้งพื้นที่ หรือน้ำตก เมื่อผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมก็จะเกิดความประทับใจ โดยระบุในกฎหมายว่าประกาศพื้นที่อุทยานขึ้นมาโดยเน้นให้ความสำคัญด้านการศึกษาและนันทนาการเป็นหลัก ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ก่อให้เกิดจิตสำนึก ความประทับใจ ได้ความรู้ และเกิดแรงบันดาลใจในการรักษาธรรมชาติต่อไป
ขณะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทยก็ถูกประกาศขึ้นมาเพื่อต้องการสงวนพื้นที่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และเป็นแหล่งอนุรักษ์ความหลากหลายของสายพันธุ์พืชเอาไว้ เหล่านี้เป็นความคิดพื้นฐานที่ทางอาจารย์สุรพลต้องการเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญและกฎหมายที่มีความเป็นมาไม่ใช่การเขียนขึ้นมาจากความเข้าใจไปเองของผู้ร่างกฎหมาย การจะแก้กฎหมายนั้นต้องดูถึงความเป็นมา ยกตัวอย่าง การแก้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503  ในปี 2535 ที่เรามีการแก้ไขให้ครอบคลุมอนุสัญญาไซเตส (CITES)  ส่งผลให้ประเทศไทยถูกคว่ำบาตรจากอนุสัญญาไซเตส จนเป็นที่มาของการแก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าที่มีการค้าขายตามอนุสัญญาไซเตสนั่นเอง ซึ่งไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.สัตว์ป่าแต่เดิม ขณะที่ในการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้กลับมีการแก้ไขแม้กระทั่งชื่อพ.ร.บ.
“คำถามของผมคือ แล้วพ.ร.บ. ฉบับเก่ามันแย่ยังไง? ช่วยอธิบายให้ผมฟังที อันแรกเลยคือ เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ฉบับเก่ามันผิด มันมีปัญหายังไง จึงต้องมีการเอามาตั้งเป็นพ.ร.บ. ส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่า” อาจารย์สุรพลกล่าว “ผมว่าปัญหามันอยู่ที่การจัดการ การบังคับใช้กฎหมายมากกว่า ถ้าเราจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สัตว์ป่ามันจะกลับมาเอง”
นอกจากนั้นปัญหาเรื่องการจัดการแล้ว อาจารย์สุรพลก็เป็นกังวลเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ หากพ.ร.บ. ออกมาแบบนี้ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อผู้ประกอบการเพราะความไม่ชัดเจนในหลายๆ เรื่อง อีกประการหนึ่งคือจะเป็นผลร้ายอย่างมากที่จะทำให้ผู้ที่ลักลอบค้าสัตว์ป่าได้ประโยชน์ เนื่องจากการที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ป่าเพื่อมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ในการเพาะพันธุ์เพื่อการค้า มันอาจจะมีสองทางที่เกิดขึ้นคือ หากพ.ร.บ.นี้เกิดขึ้นได้ อาจจะไม่มีใครทำเลย หรือไม่ก็มีการล่าและค้าสัตว์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน
“ปัญหาที่เกิดขึ้นผมว่ามันอยู่ที่การบริหารจัดการทั้งนั้นเลย หากเรามีการบริหารจัดการที่ดี การแก้ไขกฎหมายจะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเลย ถ้าจะแก้ ผมว่าก็ควรจะเอาผู้เชี่ยวชาญมาถกเถียงกัน เปิดเผยกันว่าตรงไหนควรแก้ตรงไหนไม่ควรแก้ ถ้าเรายังดันทุรังเดินหน้าไปแบบนี้ แน่นอนว่าเราจะไม่ได้อะไรเลย มีแต่จะสร้างปัญหาเหมือนระเบิดเวลาที่ ในอนาคตอาจจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นก็เป็นได้”
ปก
พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับก่อนหน้านี้ที่ร่างโดยนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ได้รับความช่วยเหลือในการวางรากฐานจาก IUCN แม้ในตอนนั้นประเทศไทยยังไม่ได้เป็นสมาชิก IUCN ก็ตาม แต่นายแพทย์บุญส่งก็ยังเดินหน้าในการเข้าร่วมประชุม ส่งผลให้พ.ร.บ. ฉบับก่อนหน้านี้ เป็นฉบับที่เกิดขึ้นจากการมองพื้นฐานแห่งความเป็นจริง จากสถานการณ์การล่าสัตว์ที่เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงหลังสมัยสงครามโลก จากปี 2505 ต่อมาอีก 10 ปี ประเทศไทยก็ได้กลายเป็นสมาชิกสภา IUCN นั่นเอง
.
อาจารย์ สุรพล ดวงแข กรรมการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เริ่มกล่าวถึงที่มาของพ.ร.บ. สัตว์ป่าฉบับแรกของประเทศไทยในเวทีเสวนาวิชาการ “คัดค้านร่างพ.ร.บ.เปิดป่า-ค้าสัตว์” พร้อมแถลงการณ์คัดค้าน พ.ร.บ. เปิดป่า-ค้าสัตว์ วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2558 ณ ร้าน NE8T ชั้น 1 อาคารเอเชีย
นอกจากนั้นยังระบุถึงการประกาศอุทยานแห่งชาติขึ้นมาว่า จากการประกาศอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทยเนื่องจากเมื่อได้รับการสำรวจแล้วพบว่าพื้นที่แห่งนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จึงทำการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติได้ ทั้งพื้นที่ หรือน้ำตก เมื่อผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมก็จะเกิดความประทับใจ โดยระบุในกฎหมายว่าประกาศพื้นที่อุทยานขึ้นมาโดยเน้นให้ความสำคัญด้านการศึกษาและนันทนาการเป็นหลัก ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ก่อให้เกิดจิตสำนึก ความประทับใจ ได้ความรู้ และเกิดแรงบันดาลใจในการรักษาธรรมชาติต่อไป
.
ขณะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระซึ่งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทยก็ถูกประกาศขึ้นมาเพื่อต้องการสงวนพื้นที่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และเป็นแหล่งอนุรักษ์ความหลากหลายของสายพันธุ์พืชเอาไว้ เหล่านี้เป็นความคิดพื้นฐานที่ทางอาจารย์สุรพลต้องการเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญและกฎหมายที่มีความเป็นมาไม่ใช่การเขียนขึ้นมาจากความเข้าใจไปเองของผู้ร่างกฎหมาย การจะแก้กฎหมายนั้นต้องดูถึงความเป็นมา ยกตัวอย่าง การแก้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503  ในปี 2535 ที่เรามีการแก้ไขให้ครอบคลุมอนุสัญญาไซเตส (CITES)  ส่งผลให้ประเทศไทยถูกคว่ำบาตรจากอนุสัญญาไซเตส จนเป็นที่มาของการแก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าที่มีการค้าขายตามอนุสัญญาไซเตสนั่นเอง ซึ่งไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.สัตว์ป่าแต่เดิม ขณะที่ในการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้กลับมีการแก้ไขแม้กระทั่งชื่อพ.ร.บ.
.
“คำถามของผมคือ แล้วพ.ร.บ. ฉบับเก่ามันแย่ยังไง? ช่วยอธิบายให้ผมฟังที อันแรกเลยคือ เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ฉบับเก่ามันผิด มันมีปัญหายังไง จึงต้องมีการเอามาตั้งเป็นพ.ร.บ. ส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่า” อาจารย์สุรพลกล่าว “ผมว่าปัญหามันอยู่ที่การจัดการ การบังคับใช้กฎหมายมากกว่า ถ้าเราจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สัตว์ป่ามันจะกลับมาเอง”
.
อ.สุรพล
อาจารย์ สุรพล ดวงแข กรรมการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
.
นอกจากนั้นปัญหาเรื่องการจัดการแล้ว อาจารย์สุรพลก็เป็นกังวลเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ หากพ.ร.บ. ออกมาแบบนี้ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อผู้ประกอบการเพราะความไม่ชัดเจนในหลายๆ เรื่อง อีกประการหนึ่งคือจะเป็นผลร้ายอย่างมากที่จะทำให้ผู้ที่ลักลอบค้าสัตว์ป่าได้ประโยชน์ เนื่องจากการที่อนุญาตให้ล่าสัตว์ป่าเพื่อมาเป็นพ่อแม่พันธุ์ในการเพาะพันธุ์เพื่อการค้า มันอาจจะมีสองทางที่เกิดขึ้นคือ หากพ.ร.บ.นี้เกิดขึ้นได้ อาจจะไม่มีใครทำเลย หรือไม่ก็มีการล่าและค้าสัตว์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน
.
“ปัญหาที่เกิดขึ้นผมว่ามันอยู่ที่การบริหารจัดการทั้งนั้นเลย หากเรามีการบริหารจัดการที่ดี การแก้ไขกฎหมายจะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเลย ถ้าจะแก้ ผมว่าก็ควรจะเอาผู้เชี่ยวชาญมาถกเถียงกัน เปิดเผยกันว่าตรงไหนควรแก้ตรงไหนไม่ควรแก้ ถ้าเรายังดันทุรังเดินหน้าไปแบบนี้ แน่นอนว่าเราจะไม่ได้อะไรเลย มีแต่จะสร้างปัญหาเหมือนระเบิดเวลาที่ ในอนาคตอาจจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นก็เป็นได้”
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง