• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ โลกจิตวิญญาณกับความรักในการสู้เพื่อป่า

โลกจิตวิญญาณกับความรักในการสู้เพื่อป่า

อีเมล พิมพ์ PDF
อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นเลขาธิการมุลนิธิสืบนาคะเสถียรคนแรก ซึ่ง อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นต้นแบบในการแสวงหาสิ่งที่อยู่ภายในหรือที่เรียกว่าการแสวงหาทางจิตวิญญาณ ในเชิงที่ว่าผู้คนควรจะครุ่นคิดอย่างไรกับชีวิต
ผมเป็นคนอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก สำหรับหนังสือของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อ่านแล้วสนุก โดนใจ ผมอ่านมหาวิทยาลัยชีวิต กับเรื่องราวการเดินป่าเสาะหาชีวิตจริง แล้วเฮ้ย! มันมีคนที่คิดอะไรแบบนี้ด้วยหรือ เพราะเมื่อก่อนตอนเราไปเรียนหนังสือที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราก็เริ่มรู้จักเหตุการณ์ 14 ต.ค. การเข้าป่า 6 ต.ค. เราก็เริ่มเรียนรู้เรื่องราวรายละเอียด แต่การอ่านรายละเอียดมันไม่สนุกเพราะมันเป็นเรื่องเชิงประวัติศาสตร์ แต่พอมาอ่านผ่านชีวิตของคนคนหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง ด้วยวรรณศิลป์ที่มันงดงาม ตื่นเต้น สนุกสนาน เนื้อหาก็ไม่ใช่ด้านของการต่อสู้แต่เป็นเรื่องราวของการค้นหาภายใน ค้นหาทางด้านจิตวิญญาณและความคิด เรารู้สึกว่าเราชอบอะไรแบบนี้ จึงทำให้เราได้รู้จัก อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ผ่านการอ่านหนังสือ
อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรคนแรก และเป็นเพื่อนกับ คุณสืบ นาคะเสถียร ด้วย ซึ่ง สืบ นาคะเสถียร ก็เป็นไอดอลผมอีกคนหนึ่ง แต่ว่าไม่มีผลงานให้ติดตามในเชิงจิตวิญญาณเหมือนอย่าง อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
งานของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ไม่ใช่เป็นเรื่องของการไปอนุรักษ์ป่าโดยตรง แต่มันเป็นเรื่องของการเดินทางมากกว่า พอเราอ่านงานของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล มันทำให้เรารู้สึกว่าเวลาเดินทางไปที่ไหนต่างล้วนมีความหมาย ทุกสิ่งที่เราเห็นมันอาจจะมีรหัสของชีวิต ถ้าเราคิดได้ก็จะเห็นสิ่งที่มันซ่อนอยู่
มองฟ้า มองห้วงเวลา กาลเวลาก็ไม่เหมือนที่เราเคยมอง มันทำให้ชีวิตเรามีความหมายมากขึ้นในทุกครั้งที่เราเดินทางออก
ผมได้รับจินตนาการจาก อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เยอะมาก สมมติว่าเรามองฟ้าจากทะเล ความงามที่เราเห็นตอนพระอาทิตยืกำลังจะตกดินแล้วท้องฟ้ามันค่อยๆ เปลี่ยนฉากไป มันเปลี่ยนไปเพราะว่ามีปัจจัยต่างๆ เข้ามา เช่น เราต้องไปยืนตรงนั้นพอดีในเวลานั้น เราถึงจะเห็นความงามตรงนั้น ถ้าเกิดเราไม่บังเอิญมาตรงนี้ เราก็จะไม่เห็น ความงามตรงนั้นเกิดจากอะไร ? ก็เกิดจากที่ตรงนั้นมีฟ้า มีทะเล มีอากาศ มีไอน้ำ ทุกอย่างมันมาบรรจบกันแล้วก็เป็นปรากฎการณ์ ปรากฎการณ์คือมันเกิดขึ้นให้เราเห็น แล้วมันก็หายไป ซึ่งมันต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ที่เข้ามา แต่ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องเข้าไปยืนอยู่ที่ตรงนั้นด้วย
อุดมการณ์ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นอุดมการณ์ที่สุดโต่ง มันไปพีคอยู่ในพรรคคอมมูนิสต์ที่อยากจะรบกับความอยุติธรรม ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อารมณ์ที่เราอยากไปรบหรืออยากขบถที่มีอยู่ในตัวเราตลอด แต่ถ้าหากเราจัดการมันไม่ได้ เราจะประสบกับห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้เหมือน อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เราจะจัดการกับอุดมคตินั้นอย่างไรให้มันเป็นอุดมคติที่มันพอดี ตรงนี้ก็ได้จากการถอดในบทเรียนในการอ่านห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้ของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
จากเรื่องนี้ สอนให้เราต้องระมัดระวังอุดมคติของเราว่าอย่าให้มันสุดเกินไปจนมันกลับมาทำร้ายผู้คนรวมถึงตัวเอง หรือแม้เวลาที่มันพ่ายแพ้เราก็ต้องรู้จักทำใจไว้ก่อนว่าความพ่ายแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องที่มันเลวร้าย
เสกสรรค์ ประเสริฐกุลอ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นเลขาธิการมุลนิธิสืบนาคะเสถียรคนแรก ซึ่ง อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นต้นแบบในการแสวงหาสิ่งที่อยู่ภายในหรือที่เรียกว่าการแสวงหาทางจิตวิญญาณ ในเชิงที่ว่าผู้คนควรจะครุ่นคิดอย่างไรกับชีวิต

ผมเป็นคนอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก สำหรับหนังสือของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อ่านแล้วสนุก โดนใจ ผมอ่านมหาวิทยาลัยชีวิต กับเรื่องราวการเดินป่าเสาะหาชีวิตจริง แล้วเฮ้ย! มันมีคนที่คิดอะไรแบบนี้ด้วยหรือ เพราะเมื่อก่อนตอนเราไปเรียนหนังสือที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราก็เริ่มรู้จักเหตุการณ์ 14 ต.ค. การเข้าป่า 6 ต.ค. เราก็เริ่มเรียนรู้เรื่องราวรายละเอียด แต่การอ่านรายละเอียดมันไม่สนุกเพราะมันเป็นเรื่องเชิงประวัติศาสตร์ แต่พอมาอ่านผ่านชีวิตของคนคนหนึ่งที่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง ด้วยวรรณศิลป์ที่มันงดงาม ตื่นเต้น สนุกสนาน เนื้อหาก็ไม่ใช่ด้านของการต่อสู้แต่เป็นเรื่องราวของการค้นหาภายใน ค้นหาทางด้านจิตวิญญาณและความคิด เรารู้สึกว่าเราชอบอะไรแบบนี้ จึงทำให้เราได้รู้จัก อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ผ่านการอ่านหนังสือ

อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรคนแรก และเป็นเพื่อนกับ คุณสืบ นาคะเสถียร ด้วย ซึ่ง สืบ นาคะเสถียร ก็เป็นไอดอลผมอีกคนหนึ่ง แต่ว่าไม่มีผลงานให้ติดตามในเชิงจิตวิญญาณเหมือนอย่าง อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

งานของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ไม่ใช่เป็นเรื่องของการไปอนุรักษ์ป่าโดยตรง แต่มันเป็นเรื่องของการเดินทางมากกว่า พอเราอ่านงานของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล มันทำให้เรารู้สึกว่าเวลาเดินทางไปที่ไหนต่างล้วนมีความหมาย ทุกสิ่งที่เราเห็นมันอาจจะมีรหัสของชีวิต ถ้าเราคิดได้ก็จะเห็นสิ่งที่มันซ่อนอยู่

มองฟ้า มองห้วงเวลา กาลเวลาก็ไม่เหมือนที่เราเคยมอง มันทำให้ชีวิตเรามีความหมายมากขึ้นในทุกครั้งที่เราเดินทางออก

ผมได้รับจินตนาการจาก อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เยอะมาก สมมติว่าเรามองฟ้าจากทะเล ความงามที่เราเห็นตอนพระอาทิตยืกำลังจะตกดินแล้วท้องฟ้ามันค่อยๆ เปลี่ยนฉากไป มันเปลี่ยนไปเพราะว่ามีปัจจัยต่างๆ เข้ามา เช่น เราต้องไปยืนตรงนั้นพอดีในเวลานั้น เราถึงจะเห็นความงามตรงนั้น ถ้าเกิดเราไม่บังเอิญมาตรงนี้ เราก็จะไม่เห็น ความงามตรงนั้นเกิดจากอะไร ? ก็เกิดจากที่ตรงนั้นมีฟ้า มีทะเล มีอากาศ มีไอน้ำ ทุกอย่างมันมาบรรจบกันแล้วก็เป็นปรากฎการณ์ ปรากฎการณ์คือมันเกิดขึ้นให้เราเห็น แล้วมันก็หายไป ซึ่งมันต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ที่เข้ามา แต่ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องเข้าไปยืนอยู่ที่ตรงนั้นด้วย

อุดมการณ์ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นอุดมการณ์ที่สุดโต่ง มันไปพีคอยู่ในพรรคคอมมูนิสต์ที่อยากจะรบกับความอยุติธรรม ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า อารมณ์ที่เราอยากไปรบหรืออยากขบถที่มีอยู่ในตัวเราตลอด แต่ถ้าหากเราจัดการมันไม่ได้ เราจะประสบกับห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้เหมือน อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เราจะจัดการกับอุดมคตินั้นอย่างไรให้มันเป็นอุดมคติที่มันพอดี ตรงนี้ก็ได้จากการถอดในบทเรียนในการอ่านห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้ของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

ห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้

จากเรื่องนี้ สอนให้เราต้องระมัดระวังอุดมคติของเราว่าอย่าให้มันสุดเกินไปจนมันกลับมาทำร้ายผู้คนรวมถึงตัวเอง หรือแม้เวลาที่มันพ่ายแพ้เราก็ต้องรู้จักทำใจไว้ก่อนว่าความพ่ายแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องที่มันเลวร้าย

ภาพ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จาก นิตยสาร way

 

รับข่าวสาร