• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ แผงโซล่าร์เหนือคลอง นวัตกรรมใหม่ในอินเดีย

แผงโซล่าร์เหนือคลอง นวัตกรรมใหม่ในอินเดีย

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ บัน คีมูน ได้กล่าวถึงการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือลำคลองในเมืองวาโดดารา (Vadodara)รัฐคุชราต (Gujarat)ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ว่า “สิ่งที่ผมเห็นมีมากกว่าแผงพลังงานที่สะท้อนประกายแดด แต่นี่คือนาคตของอินเดีย และอนาคตของโลก นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ชาญฉลาด และกล้าที่จะคิดนอกกรอบ”
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายถึงข้อได้เปรียบหลักสองประการจากการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลอง หนึ่งคือช่วยให้เกิดประสิทธิภาพและลดต้นทุนจากการใช้ที่ดิน และสอง คือช่วยลดการระเหยของน้ำจากลำคลองที่อยู่ด้านใต้
ต้นปีที่ผ่านมา อินเดียแสดงออกอย่างจริงจังในการขยายการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน นเรนทระ โมที (NarendraModi)นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ตั้งเป้าหมายการลงทุนในแผงพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวสูงถึง 100,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 10 ของกำลังการผลิตทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2565
เพื่อตอบสนองความพยายามนั้น รัฐมนตรีกระทรวง New and Renewable Energy ได้วางแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลองและตลิ่ง กำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ภายในแผนพัฒนา 5 ปีของรัฐบาล ที่จะสิ้นสุดในปี พ.ศ.2560
รัฐมนตรีจะให้เงินอดหนุนร้อยละ 30 จากประมาณการเงินลงทุน 154 ล้านดอลล่าร์สหรัฐในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลองแห่งนี้
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 10 เมกะวัตต์ก่อสร้างเสร็จและเปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา แผงพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 33,800 แผงถูกติดตั้งเหนือโครงสร้างเหล็กบนคลองชลประทานความยาว 3.6 กิโลเมตร โดยเชื่อมต่อกับกริดของรัฐ ซึ่งไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการสูบน้ำ ในวันที่แดดดี โรงงานแห่งนี้จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 50,000 หน่วย โดย 1 หน่วยเท่ากับการใช้พลังงานไฟฟ้า 1,000 วัตต์-ชั่วโมง
โรงไฟฟ้าดังกล่าวคาดว่าจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 16.2 ล้านหน่วยในปีแรก และลดลงปีละ 1 เปอร์เซ็นต์จากการเสื่อมสภาพของแผงพลังงาน โดยแผงพลังงานแสงอาทิตย์ราว 1 ใน 4 ผลิตในอินเดีย ส่วนที่เหลือนั้นนำเข้าจากประเทศจีน
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้สร้างเสร็จโดยใช้เวลาเพียง 6 เดือน มูลค่าการลงทุน 18.3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงค่าดำเนินการและบำรุงรักษาตลอด 25 ปี โดยคาดว่าจะคืนทุนภายใน 13 ปี อ้างอิงจาก Umesh Chandra Jain หัวหน้าวิศวกรของ SardarSarovar Narmada Nigam (SSNNL) หน่วยงานของภาครัฐคุชราตซึ่งเป็นผู้บริหารโรงไฟฟ้าแห่งนี้
ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วยที่โรงงานแห่งนี้อยู่ที่ 6.5 รูปี หรือราว 0.105 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 บาท) โดย SSNNL สามารถใช้ไฟฟ้าดังกล่าวได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายตามราคาที่ขายในกริดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 7.5 – 8 รูปีต่อยูนิต
Navin Reddy วิศวกรประจำบริษัท Megha Engineering & Infrastructure Limited (MEIL) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานอธิบายว่า การตั้งโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เหนือคลองนั้น จะมีต้นทุนในการดูแลรักษามากกว่าปกติ แต่บริษัทได้ทำการติดตั้งทางเดินเหนือโครงเหล็กระหว่างแผงโซล่าร์เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด
นอกจากโรงงานไฟฟ้าขนาด 10 เมกะวัตต์ ในรัฐคุชราตยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็ก กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ที่ตั้งอยู่เหนือลำคลองความยาว 750 เมตร โดยเปิดดำเนินการเมื่อเดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2555
โรงงานหลายแห่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาโดย SSNNL ทั้งพลังงานน้ำและการขลประทาน ที่มีเป้าหมายในการส่งน้ำให้กับพื้นที่กว่า 1.8 ล้านเฮกตาร์ ของที่ดินในรัฐคุชราต และราชาสถาน ผ่านการก่อสร้างคลองความยาว 75,000 กิโลเมตรที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นโดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งสองแห่งสร้างขึ้นเหนือคลองชลประทานสายหลัก ซึ่งส่งผ่านน้ำจากเขื่อนในแม่น้ำ Narmada
จากข้อมูลโดย SSNNL โรงไฟฟ้าขนาด 10 เมกะวัตต์นี้ช่วยให้ประหยัดพื้นที่กว่า 16 เฮกตาร์ และลดการระเหยของน้ำกว่า 90 ล้านลิตรต่อปี นอกจากนี้ น้ำที่อยู่ด้านใต้แผงพลังงานยังช่วยลดอุณหภูมิส่งผลให้แผงพลังงานแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 7
อย่างไรก็ดี ต้นทุนการก่อสร้างแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลองที่สูงกว่าการติดตั้งแผงพลังงานบนดินก็ยังเป็นข้อเสียเปรียบ จากข้อมูลของ SSNNL พบว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลองขนาด 1 เมกะวัตต์มีต้นทุนราว 2.8 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นดินที่ต้นทุนเพียง 2.3 ดอลล่าร์สหรัฐ
ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ โดยทั่วไปแผงพลังงานแสงอาทิตย์มักจะตั้งให้หันไปทางทิศใต้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ความคดเคี้ยวของลำคลองอาจทำให้การติดตั้งไม่ง่ายอย่างที่คิด นอกจากนี้ น้ำที่มีโอกาสเข้าไปในแผงพลังงานอาจทำให้มีศักยภาพในการผลิตลดลงอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลอง ซึ่งปัจจุบันความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่แน่ชัดนัก เช่น อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่ใช้ในการบำรุงรักษาโครงสร้างเหล็กของโรงงาน แต่วิศวกรจาก SSNNL ชี้แจงว่ามีโอกาสปนเปื้อนค่อนข้างต่ำ เพราะคลองดังกล่าวมีการไหลอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้หยุดนิ่ง
ส่วนความกังวลเรื่องความปลอดภัยนั้น วิศวกรบริษัท MEIL ผู้ทำการก่อสร้างอธิบายว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิด 18 ตัวตลอดความยาวของโรงงาน โดยมีการดูแลตลอด 24 ชั่วโมงจากห้องควบคุม และมีรถสายตรวจที่พร้อมจะดำเนินการหากมีเหตุผิดปกติ
ถอดความจากIndia builds solar plants atop canals to save land, waterโดยMANIPADMA JENAเข้าถึงได้ที่ HTTP://IN.REUTERS.COM/ARTICLE/2015/01/16/INDIA-SOLAR-IDINKBN0KP0ZO20150116
ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ บัน คีมูน ได้กล่าวถึงการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือลำคลองในเมืองวาโดดารา (Vadodara) รัฐคุชราต (Gujarat) ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ว่า “สิ่งที่ผมเห็นมีมากกว่าแผงพลังงานที่สะท้อนประกายแดด แต่นี่คือนาคตของอินเดีย และอนาคตของโลก นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ชาญฉลาด และกล้าที่จะคิดนอกกรอบ”

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายถึงข้อได้เปรียบหลักสองประการจากการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลอง หนึ่งคือช่วยให้เกิดประสิทธิภาพและลดต้นทุนจากการใช้ที่ดิน และสอง คือช่วยลดการระเหยของน้ำจากลำคลองที่อยู่ด้านใต้

ต้นปีที่ผ่านมาอินเดียแสดงออกอย่างจริงจังในการขยายการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน นเรนทระ โมที (NarendraModi) นายกรัฐมนตรีอินเดียได้ตั้งเป้าหมายการลงทุนในแผงพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวสูงถึง 100,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 10 ของกำลังการผลิตทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2565

เพื่อตอบสนองความพยายามนั้น รัฐมนตรีกระทรวง New and Renewable Energy ได้วางแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลองและตลิ่ง กำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ภายในแผนพัฒนา 5 ปีของรัฐบาล ที่จะสิ้นสุดในปี พ.ศ.2560

รัฐมนตรีจะให้เงินอดหนุนร้อยละ 30 จากประมาณการเงินลงทุน 154 ล้านดอลล่าร์สหรัฐในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลองแห่งนี้

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 10 เมกะวัตต์ก่อสร้างเสร็จและเปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา แผงพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 33,800 แผงถูกติดตั้งเหนือโครงสร้างเหล็กบนคลองชลประทานความยาว 3.6 กิโลเมตร โดยเชื่อมต่อกับกริดของรัฐ ซึ่งไฟฟ้าส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการสูบน้ำ ในวันที่แดดดี โรงงานแห่งนี้จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 50,000 หน่วย โดย 1 หน่วยเท่ากับการใช้พลังงานไฟฟ้า 1,000 วัตต์-ชั่วโมง

โรงไฟฟ้าดังกล่าวคาดว่าจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 16.2 ล้านหน่วยในปีแรก และลดลงปีละ 1 เปอร์เซ็นต์จากการเสื่อมสภาพของแผงพลังงาน โดยแผงพลังงานแสงอาทิตย์ราว 1 ใน 4 ผลิตในอินเดีย ส่วนที่เหลือนั้นนำเข้าจากประเทศจีน

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้สร้างเสร็จโดยใช้เวลาเพียง 6 เดือน มูลค่าการลงทุน 18.3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงค่าดำเนินการและบำรุงรักษาตลอด 25 ปี โดยคาดว่าจะคืนทุนภายใน 13 ปี อ้างอิงจาก Umesh Chandra Jain หัวหน้าวิศวกรของ SardarSarovar Narmada Nigam (SSNNL) หน่วยงานของภาครัฐคุชราตซึ่งเป็นผู้บริหารโรงไฟฟ้าแห่งนี้

ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วยที่โรงงานแห่งนี้อยู่ที่ 6.5 รูปี หรือราว 0.105 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 บาท) โดย SSNNL สามารถใช้ไฟฟ้าดังกล่าวได้โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายตามราคาที่ขายในกริดซึ่งอยู่ที่ประมาณ 7.5 – 8 รูปีต่อยูนิต

พลังงานแสงอาทิตย์

Navin Reddy วิศวกรประจำบริษัท Megha Engineering & Infrastructure Limited (MEIL) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานอธิบายว่า การตั้งโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์เหนือคลองนั้น จะมีต้นทุนในการดูแลรักษามากกว่าปกติ แต่บริษัทได้ทำการติดตั้งทางเดินเหนือโครงเหล็กระหว่างแผงโซล่าร์เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด

นอกจากโรงงานไฟฟ้าขนาด 10 เมกะวัตต์ ในรัฐคุชราตยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็ก กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ที่ตั้งอยู่เหนือลำคลองความยาว 750 เมตร โดยเปิดดำเนินการเมื่อเดือนเมษายน ปีพ.ศ. 2555

โรงงานหลายแห่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาโดย SSNNL ทั้งพลังงานน้ำและการขลประทาน ที่มีเป้าหมายในการส่งน้ำให้กับพื้นที่กว่า 1.8 ล้านเฮกตาร์ ของที่ดินในรัฐคุชราต และราชาสถาน ผ่านการก่อสร้างคลองความยาว 75,000 กิโลเมตรที่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นโดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งสองแห่งสร้างขึ้นเหนือคลองชลประทานสายหลัก ซึ่งส่งผ่านน้ำจากเขื่อนในแม่น้ำ Narmada

จากข้อมูลโดย SSNNL โรงไฟฟ้าขนาด 10 เมกะวัตต์นี้ช่วยให้ประหยัดพื้นที่กว่า 16 เฮกตาร์ และลดการระเหยของน้ำกว่า 90 ล้านลิตรต่อปี นอกจากนี้ น้ำที่อยู่ด้านใต้แผงพลังงานยังช่วยลดอุณหภูมิส่งผลให้แผงพลังงานแสงอาทิตย์มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 7

อย่างไรก็ดี ต้นทุนการก่อสร้างแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลองที่สูงกว่าการติดตั้งแผงพลังงานบนดินก็ยังเป็นข้อเสียเปรียบ จากข้อมูลของ SSNNL พบว่าโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลองขนาด 1 เมกะวัตต์มีต้นทุนราว 2.8 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นดินที่ต้นทุนเพียง 2.3 ดอลล่าร์สหรัฐ

ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ โดยทั่วไปแผงพลังงานแสงอาทิตย์มักจะตั้งให้หันไปทางทิศใต้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ความคดเคี้ยวของลำคลองอาจทำให้การติดตั้งไม่ง่ายอย่างที่คิด นอกจากนี้ น้ำที่มีโอกาสเข้าไปในแผงพลังงานอาจทำให้มีศักยภาพในการผลิตลดลงอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เหนือคลอง ซึ่งปัจจุบันความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่แน่ชัดนัก เช่น อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่ใช้ในการบำรุงรักษาโครงสร้างเหล็กของโรงงาน แต่วิศวกรจาก SSNNL ชี้แจงว่ามีโอกาสปนเปื้อนค่อนข้างต่ำ เพราะคลองดังกล่าวมีการไหลอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้หยุดนิ่ง

ส่วนความกังวลเรื่องความปลอดภัยนั้น วิศวกรบริษัท MEIL ผู้ทำการก่อสร้างอธิบายว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิด 18 ตัวตลอดความยาวของโรงงาน โดยมีการดูแลตลอด 24 ชั่วโมงจากห้องควบคุม และมีรถสายตรวจที่พร้อมจะดำเนินการหากมีเหตุผิดปกติ

ถอดความจาก India builds solar plants atop canals to save land, water โดย MANIPADMA JENA เข้าถึงได้ที่ HTTP://IN.REUTERS.COM/ARTICLE/2015/01/16/INDIA-SOLAR-IDINKBN0KP0ZO20150116
ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร