• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ ธรรมชาติมาหานคร : เศรษฐกิจพอเพียงเปลี่ยนชีวิต

ธรรมชาติมาหานคร : เศรษฐกิจพอเพียงเปลี่ยนชีวิต

อีเมล พิมพ์ PDF

ศศิน เฉลิมลาภบ้านพี่ต่องหลีเหย่งเป็นบ้านต้นแบบในคู่มือการมีส่วนร่วมและจัดการความขัดแย้งในผืนป่าตะวันตกที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเข้ามาทำงานตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้เก็บข้อมูลไว้ว่า พี่ต่องหลีเหย่งมีรายได้ทุกวันจากปลาและโรงสีข้าวประมาณวันละ 300 บาท นั่นก็เท่ากับว่าพี่ต่องหลีเหย่งมีรายได้จากส่วนของปลาและโรงสีข้าวประมาณ 15,000 บาทต่อปี ในขณะเดียวกันพี่ต่องหลีเหย่งขายหน่อไม้ขายกล้าไผ่ได้ทุกสัปดาห์ได้อีกประมาณปีละ 15,000 บาท ทุกๆ เดือนมีต่องหลีเหย่งจะขุดขมิ้นชันออกมาขายได้ประมาณ 3,000 บาทก็จะมีรายได้อีก 36,000 บาท นอกจากนั้นทุกๆ 3 เดือน 6 เดือนและทุกปี จะมีรายได้จากหมู จากปุ๋ยหมูหลุม จากวัว จากหมาก จากข้าว สรุปแล้วจากทุกๆ รายการพี่ต่องหลีเหย่งจะมีรายได้ประมาณ 200,000 บาท


ขณะที่มีค่าลงทุนในการทำงานที่ทำอยู่ทุกๆ วัน ได้แก่ค่าน้ำมันรถไถ ซ่อมรถ ซื้ออีเอ็ม ซื้อถุงดำ ซื้อจอบ เสียม มีด ซื้อพันธุ์ปลา ซ่อมท่อประปา ประมาณ 40,000 บาทเท่านั้นเอง ก็เท่ากับในแต่ละปีครอบครัวกลางป่ามีรายได้ถึง 160,000 บาท นั่นก็เท่ากับว่าเมื่อเฉลี่ยรายเดือนแล้วก็เท่ากับว่ามีรายได้ เท่าๆ กับชนชั้นกลางในเมือง

ซึ่งเมื่ออยู่กับชีวิตชนบทแบบนี้ก็เท่ากับว่าพี่ต่องหลีเหย่งก็มีเวลา มีความสุขอยู่กับครอบครัว ได้ช่วยเหลือสังคม จนในที่สุดแล้วด้วยการสะสมความรู้ต่างๆ พี่ต่องหลีเหย่งได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกอบต. ซึ่งเราไม่รู้หรอกครับว่ามันจะมีผลบวกหรือลบอย่างไร แต่ว่านี่ก็เป็นการทำงานจนถึงปี 2557 ที่พี่หลงขิ่งโผ่กับคุณปุ๋ย ปราโมทย์ ศรีใย จากมูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่เป็นอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาทำโครงการที่หมู่บ้านกองม่องทะแห่งนี้

ศศิน เฉลิมลาภ

เมื่อมองความสำเร็จจากพี่ต่องหลีเหย่ง ก็เป็นความสำเร็จสำคัญ เป็นตัวแบบโมเดลที่สำคัญ แต่เมื่อมองที่หมู่บ้านกองม่องทะก็น่าเสียดายว่าเราไม่สามารถหาคนที่จะเข้ามาทำเศรษฐกิจพอเพียงตามวิถีที่ประสบความสำเร็จแบบนี้ได้

นั่นเป็นผลสะท้อนว่าการเปลี่ยนความคิดภายในไม่ใช่เรื่องง่าย จะมีแค่บางคนเท่านั้นล่ะครับ ที่เรียนรู้เร็ว ถูกจริตและเลือกวิถีชีวิตแบบนี้เอามาพลิกชีวิต

แต่ว่าพอความสำเร็จของพี่ต่องหลีเหย่งที่ทำเศรษฐกิจพอเพียง ได้เรียนรู้ความพอ ได้พลิกชีวิตจากพรานป่า และคนปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาอยู่บนวิถีชีวิตแห่งความพอ คนอื่นๆ ก็อาจจะเริ่มมองตามบ้าง แต่คงไม่เร็วเหมือนการเข้าไปทำงานอุตสาหกรรม ไม่เร็วเหมือนการเข้าไปปลูกพืชเชิงเดี่ยว

แต่ว่านี่ล่ะครับที่เป็นความหวังว่าสักวันหนึ่ง หมู่บ้านกองม่องทะแห่งนี้อาจจะมีวิถีชีวิตที่คล้ายๆ กับวิถีชีวิตของพี่ต่องหลีเหย่ง มันอาจจะไม่เต็ม 100% แต่ทุกคนก็ต้องแสวงหารูปแบบของตนเอง ถ้าเป็นอย่างั้นได้ ก็จะเป็นว่าหมู่บ้านกองม่องทะที่อยู่ต้นน้ำของแม่น้ำรันตี แม่น้ำแควน้อย ลงไปถึงแม่น้ำแม่กลอง ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี แล้วส่งผลดีต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม

พี่ต่องหลีเหย่งคือบันไดก้าวแรกที่จะเป็นรูปแบบที่ดีที่เราค้นพบในชุมชนในผืนป่าตะวันตก

ผมหวังอย่างยิ่งว่าวิธีคิดแบบนี้ จะกระจายออกไปทั้งชุมชน กระจายออกไปสู่ภูมิภาคป่าตะวันตก และกระจายต่อไปถึงประเทศไทย และก็เป็นตัวแบบให้โลกทั้งโลกหันมามองความพอดี ความพอเพียง แล้วก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพชีวิตที่มีคุณธรรม ทำให้คนรู้สึกสบายใจและมีความสุข เพื่อให้เกิดสันติสุขร่วมกันระหว่างคนระหว่างป่า ระหว่างธรรมชาติแล้วก็เกิดความสงบภายในอย่างที่พี่ต่องหลีเหย่งแสดงให้ดู

ศศิน เฉลิมลาภ

ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน เศรษฐกิจพอเพียงเปลี่ยนชีวิต PART 1
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน เศรษฐกิจพอเพียงเปลี่ยนชีวิต PART 2
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน เศรษฐกิจพอเพียงเปลี่ยนชีวิต PART 3
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน เศรษฐกิจพอเพียงเปลี่ยนชีวิต PART 4
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน เศรษฐกิจพอเพียงเปลี่ยนชีวิต PART 5

ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานครทุกตอนทาง www.newtv.co.th/mahanakhon

 

 

รับข่าวสาร