• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ มลภาวะจากถ่านหิน กับการตายก่อนวัยอันควร

มลภาวะจากถ่านหิน กับการตายก่อนวัยอันควร

อีเมล พิมพ์ PDF
ในปี พ.ศ. 2554 มลภาวะจากโรงไฟฟ้าถ่านหินประเทศจีน เป็นสาเหตุให้ประชาชนกว่า 250,000 คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรรวมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กชาวจีนนับล้านคน อ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นล่าสุด
การศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านมลภาวะทางอากาศ ประเทศสหรัฐอเมริกา สนับสนุนโดย Greenpeace สรุปผลว่า พื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของประเทศจีน ประสบปัญหาสภาวะมลพิษทางอากาศขั้นรุนแรงเมื่อปลายปี พ.ศ. 2556
เมืองใหญ่ฝั่งตะวันออกอย่างเซียงไฮ้ ประสบปัญหามลภาวะที่เกินกว่าดัชนีค่าอันตราย ทำให้โรงเรียนหลายแห่งหยุดเรียน และสายการบินหลายแห่งงดการบินหรือเปลี่ยนเส้นทาง พร้อมกับยอดขายเครื่องกรองอากาศและหน้ากากอนามัยได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และมีผู้ค้าปลีกหลายรายที่สินค้าเหล่านี้หมดคลังเนื่องจากประชาชนต้องการป้องกันตนเองจากหมอกควันพิษ ในมณฑลเจียงซู และเจ้อเจียง ทัศนวิสัยการมองเห็นลดต่ำเหลือไม่เกิน 50 เมตร ในขณะที่เมืองนานกิง มีประกาศเตือนภาวะวิกฤติมลพิษในอากาศต่อเนื่องกัน 5 วัน
นักวิเคราะห์ได้ทำการทดสอบสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหินในอากาศ และพบว่ามีประชากรหลายรายได้รับผลกระทบทางสุขภาพ โดยมีการประมาณการว่า การเผาถ่านหินในประเทศจีนส่งผลต่อชีวิตประชากรกว่า  260,000 คนในปี พ.ศ. 2554 ในปีเดียวกันนี้เอง ที่มลภาวะจากถ่านหินทำให้เด็ก 320,000 คน และผู้ใหญ่ 61,000 คนต้องทนทุกข์จากโรคหืด ทารก 36,000 คน เกิดมาพร้อมน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่าเกณฑ์ นำไปสู่การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลรวม 340,000 ครั้ง และวันลาป่วย 141 ล้านวัน
“การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อสุขภาพของการใช้ถ่านหินในประเทศจีนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” Dr. Andrew Grey ผู้เชี่ยวชาญด้านมลภาวะทางอากาศ ผู้นำการวิจัยกล่าว การศึกษาวิจัยครั้งนี้ใช้แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ แสดงให้เห็น “แผนที่ที่ชัดเจน สืบสาวต้นตอผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นจากถ่านหิน จากโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วประเทศจีน เชื่อมโยงให้เห็นถึงการก่อมลภาวะของบริษัท มณฑล และโรงไฟฟ้า ที่นำไปสู่วิกฤติการณ์มลภาวะทางอากาศทั่วประเทศจีน”
วิกฤติการณ์มลภาวะทางอากาศในประเทศจีนได้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งทั่วโลก Isabel Hilton บรรณาธิการเว็บไซต์ China Dialogue ที่เผยแพร่ข้อมูลและข้อถกเถียงเรื่องสิ่งแวดล้อมในประเทศจีนกล่าวว่า ถ่านหินเป็นสาเหตุหลักของมลภาวะทางอากาศในประเทศจีน การเผาถ่านหินในจีน “ผลิตโลหะหนักซึ่งเป็นสารพิษ รวมถึงฝุ่นละอองในระดับที่น่าตกใจ”
ประเทศจีนได้กลายเป็นผู้บริโภคถ่านหินอันดับหนึ่งในโลก คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของถ่านหินที่ใช้ในโลก ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศจีน ผลกระทบจากการพึ่งพิงถ่านหินนั้นเริ่มปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน และมีการพูดคุยในโลกกออนไลน์หลังจากที่มีเด็กหญิงอายุ 8 ปีเป็นมะเร็งปอด ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่ามีสาเหตุจากมลภาวะในอากาศ
จากการศึกษาของ Andrew Grey พบว่าในขณะที่การเติบโตของการบริโภคถ่านหินนั้นลดลง แต่กลับมีโรงไฟฟ้าถ่านหินราว 570 โรงที่กำลังก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างการวางแผน ซึ่งหากจีนยังเดินหน้าในเส้นทางนี้ต่อไป จะนำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรอีกราว 32,000 คนต่อปี
ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2556 รัฐบาลจีนประกาศแผนการรับมือมลภาวะทางอากาศ โดยมีมาตรการลดการอุปโภคถ่านหินเป็นครั้งแรก ภายใต้แผนดังกล่าว จีนตั้งเป้าที่จะลดมลภาวะในพื้นที่ที่มีสภาวะวิกฤติ เช่น กรุงปักกิ่ง ภายในปี พ.ศ.2560
Isabel Hilton กล่าวว่า ปริมาณการลดใช้ถ่านหินตามแผนนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น “ยิ่งนาน ก็จะยิ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ยาก และมีแนวโน้มจะเกิดสิ่งที่รุนแรงกว่านี้รัฐบาลจีนเริ่มถูกบีบบังคับให้แสดงข้อมูลอย่างโปร่งใสมากขึ้น แต่ฉันคิดว่าเราจะต้องสร้างความตระหนักให้มากกว่านี้” เธอกล่าว
ถอดความจาก China’s coal emissions responsible for ‘quarter of a million premature deaths’ โดย Jennifer Duggan
ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
ถ่านหิน ถ่านหินสะอาดในปี พ.ศ. 2554 มลภาวะจากโรงไฟฟ้าถ่านหินประเทศจีน เป็นสาเหตุให้ประชาชนกว่า 250,000 คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรรวมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กชาวจีนนับล้านคน อ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นล่าสุด

การศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านมลภาวะทางอากาศ ประเทศสหรัฐอเมริกา สนับสนุนโดย Greenpeace สรุปผลว่า พื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของประเทศจีน ประสบปัญหาสภาวะมลพิษทางอากาศขั้นรุนแรงเมื่อปลายปี พ.ศ. 2556

เมืองใหญ่ฝั่งตะวันออกอย่างเซียงไฮ้ ประสบปัญหามลภาวะที่เกินกว่าดัชนีค่าอันตราย ทำให้โรงเรียนหลายแห่งหยุดเรียน และสายการบินหลายแห่งงดการบินหรือเปลี่ยนเส้นทาง พร้อมกับยอดขายเครื่องกรองอากาศและหน้ากากอนามัยได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และมีผู้ค้าปลีกหลายรายที่สินค้าเหล่านี้หมดคลังเนื่องจากประชาชนต้องการป้องกันตนเองจากหมอกควันพิษ ในมณฑลเจียงซู และเจ้อเจียง ทัศนวิสัยการมองเห็นลดต่ำเหลือไม่เกิน 50 เมตร ในขณะที่เมืองนานกิง มีประกาศเตือนภาวะวิกฤติมลพิษในอากาศต่อเนื่องกัน 5 วัน

นักวิเคราะห์ได้ทำการทดสอบสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหินในอากาศ และพบว่ามีประชากรหลายรายได้รับผลกระทบทางสุขภาพ โดยมีการประมาณการว่า การเผาถ่านหินในประเทศจีนส่งผลต่อชีวิตประชากรกว่า  260,000 คนในปี พ.ศ. 2554 ในปีเดียวกันนี้เอง ที่มลภาวะจากถ่านหินทำให้เด็ก 320,000 คน และผู้ใหญ่ 61,000 คนต้องทนทุกข์จากโรคหืด ทารก 36,000 คน เกิดมาพร้อมน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่าเกณฑ์ นำไปสู่การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลรวม 340,000 ครั้ง และวันลาป่วย 141 ล้านวัน

“การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อสุขภาพของการใช้ถ่านหินในประเทศจีนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” Dr. Andrew Grey ผู้เชี่ยวชาญด้านมลภาวะทางอากาศ ผู้นำการวิจัยกล่าว การศึกษาวิจัยครั้งนี้ใช้แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ แสดงให้เห็น “แผนที่ที่ชัดเจน สืบสาวต้นตอผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นจากถ่านหิน จากโรงไฟฟ้าถ่านหินทั่วประเทศจีน เชื่อมโยงให้เห็นถึงการก่อมลภาวะของบริษัท มณฑล และโรงไฟฟ้า ที่นำไปสู่วิกฤติการณ์มลภาวะทางอากาศทั่วประเทศจีน”

วิกฤติการณ์มลภาวะทางอากาศในประเทศจีนได้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งทั่วโลก Isabel Hilton บรรณาธิการเว็บไซต์ China Dialogue ที่เผยแพร่ข้อมูลและข้อถกเถียงเรื่องสิ่งแวดล้อมในประเทศจีนกล่าวว่า ถ่านหินเป็นสาเหตุหลักของมลภาวะทางอากาศในประเทศจีน การเผาถ่านหินในจีน “ผลิตโลหะหนักซึ่งเป็นสารพิษ รวมถึงฝุ่นละอองในระดับที่น่าตกใจ”

ประเทศจีนได้กลายเป็นผู้บริโภคถ่านหินอันดับหนึ่งในโลก คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของถ่านหินที่ใช้ในโลก ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศจีน ผลกระทบจากการพึ่งพิงถ่านหินนั้นเริ่มปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน และมีการพูดคุยในโลกกออนไลน์หลังจากที่มีเด็กหญิงอายุ 8 ปีเป็นมะเร็งปอด ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่ามีสาเหตุจากมลภาวะในอากาศ

จากการศึกษาของ Andrew Grey พบว่าในขณะที่การเติบโตของการบริโภคถ่านหินนั้นลดลง แต่กลับมีโรงไฟฟ้าถ่านหินราว 570 โรงที่กำลังก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างการวางแผน ซึ่งหากจีนยังเดินหน้าในเส้นทางนี้ต่อไป จะนำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรอีกราว 32,000 คนต่อปี

ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2556 รัฐบาลจีนประกาศแผนการรับมือมลภาวะทางอากาศ โดยมีมาตรการลดการอุปโภคถ่านหินเป็นครั้งแรก ภายใต้แผนดังกล่าว จีนตั้งเป้าที่จะลดมลภาวะในพื้นที่ที่มีสภาวะวิกฤติ เช่น กรุงปักกิ่ง ภายในปี พ.ศ.2560

Isabel Hilton กล่าวว่า ปริมาณการลดใช้ถ่านหินตามแผนนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น “ยิ่งนาน ก็จะยิ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ยาก และมีแนวโน้มจะเกิดสิ่งที่รุนแรงกว่านี้รัฐบาลจีนเริ่มถูกบีบบังคับให้แสดงข้อมูลอย่างโปร่งใสมากขึ้น แต่ฉันคิดว่าเราจะต้องสร้างความตระหนักให้มากกว่านี้” เธอกล่าว


ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง