• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

อาจารย์รตยา จันทรเทียร ทำงานเพื่องาน

อีเมล พิมพ์ PDF

รตยา จันทรเทียรดูจะเป็นเรื่องแปลกไม่น้อยสำหรับเมื่อเกือบ 60 ปีก่อน ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง อย่าง "อาจารย์รตยา จันทรเทียร" จะเลือกเรียนคณะสถาปัตย์ฯ และจบออกมาเป็นครูในคณะช่างก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ (ชื่อขณะนั้น) ก่อนจะสอบชิงทุนฟูลไบรท์ไปศึกษาต่อสถาปัตยกรรมเขตร้อนที่ PRATT INSTITUTE นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และกลับมาทำงานที่การเคหะแห่งชาติ สั่งสมประสบการณ์จนไต่เต้าขึ้นเป็นผู้ว่าการเคหะแห่งชาติในปี พ.ศ. 2531 และถือว่าเป็นสตรีคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กรนี้


"ทำงานเพื่องาน ความจริงไม่ได้ทำเพื่อจะเป็นผู้ว่าการฯ เราทำเต็มความสามารถ ตอนมาอยู่การเคหะฯ ก็บอกน้องๆ ว่า หลักสำคัญ คือ ถ้า "ทำงานเพื่องาน" เราจะไม่เดือดร้อนเลย ไม่ว่านายจะมองเห็นไม่เห็น เราจะมีความสุข เมื่องานสำเร็จ เราทำได้ บรรลุแล้ว แล้วส่วนที่ว่าใครเขาจะเห็น ใครเขาจะยกย่องอันนั้นไม่ค่อยถือเป็นสาระสำคัญ" อาจารย์รตยา บอกถึงแนวคิดในการทำงาน

นอกจากทำงานคลุกคลีกับชุมชนเมืองตามสายอาชีพอย่างจริงจังแล้ว อีกสิ่งที่อาจารย์รตยาทำคู่ขนานกันไปก็คือการสนใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2530 อาจารย์ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อมได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการคัดค้านการสร้างเขื่อนน้ำโจนในพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวรอันเป็นปรากฏการณ์ของสังคมไทยที่ทุกภาคส่วนมีน้ำเสียงไปในทิศทางเดียวกัน และจากการที่อาจารย์แสดงให้เห็นว่า ทุ่งใหญ่นเรศวรนี้ไม่ใช่ทุ่งโล่งๆ แต่เป็นเหมือนมดลูกของป่าที่มีสรรพชีวิตอาศัยอยู่มากมาย ในที่สุด รัฐบาลในสมัยนั้นก็ต้องชะลอโครงการไว้ และการเคลื่อนไหวคัดค้านครั้งนี้ทำให้อาจารย์ได้รู้จักชื่อ "สืบ นาคะเสถียร" เป็นครั้งแรก

ในปี 2533 อาจารย์รตยา ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร หลังจาก สืบ นาคะเสถียร ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อรักษาผืนป่า เดิมทีอาจารย์ไม่ได้คิดจะรับตำแหน่งนี้ แต่อาจารย์ปริญญา นุตาลัย ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้ชักชวนโดยยืนกรานขอให้อาจารย์รตยารับไว้ ด้วยคำพูดที่ว่า "อาจารย์รตยา เขาให้อาจารย์เป็นประธาน อาจารย์ต้องรับนะ ปัดโธ่! คุณสืบเสียสละทั้งชีวิตเลยนะ แล้วอาจารย์รตยานี่เป็นแค่ประธานทำไมจะเป็นไม่ได้"...คำพูดนี้ทำให้อาจารย์ไม่บ่ายเบี่ยง และรับเป็นประธานมูลนิธิฯ มาตลอดจนกระทั่งปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว

รตยา จันทรเทียร

สิ่งที่เป็นรูปธรรมนับจากวันนั้นในมุมมองของอาจารย์รตยาก็คือ ปริมาณสัตว์ป่าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่งานด้านชุมชนก็เป็นสิ่งที่อาจารย์ต้องเข้าไปดูแลทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในป่ามาก่อนเช่นกัน ถือเป็นความสำคัญอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนของมูลนิธิด้วยต้องการให้คนอยู่กับป่าได้ และช่วยดูแลรักษาป่าไปในตัว

ทุกวันนี้อาจารย์รตยา ผู้ได้รับสมญาว่า "นางสิงห์เฝ้าป่า" ยังทำหน้าที่ของตนเองอย่างสม่ำเสมอ แม้วัยจะล่วงเลยไปถึง 81 ปีแล้ว แต่ท่านก็ยืนยันว่าสุขภาพยังแข็งแรงดีอยู่ไม่ต่างจากยี่สิบปีก่อน และไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นห่วงมากๆ กลับเป็นอนาคตของผืนป่าในเมืองไทย...

"ป่าเมืองไทยวันนี้เหลือจำกัดจริงๆ ถ้าอยากรู้ว่าจำกัดแค่ไหน ทุกคนวันนี้มีเฟซบุ๊ก มีไอแพด ลองเปิดดูได้ว่ามันเหลือเท่าไรแล้ว แล้วทางที่ดีที่สุดวันนี้ก็คือ ทำอะไรทั้งหลายขอให้หลบป่า ไม่ใช่เข้าไปใช้ในป่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการถนน หรืออ่างเก็บน้ำ นี่คือการรักษาที่สำคัญที่สุดก็คือรักษาของเดิม อย่าไปรังแกเขา" อาจารย์นักอนุรักษ์ฝากไว้ด้วยหัวใจที่ยังคงเป็นห่วง

จากนิตยสาร ฅ คน ฉบับก้าวสู่ปีที่ 8 : 8 ปูชนียบุคคลของสังคมไทย

นิตยสาร ฅ คน

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง