• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ กรมอุทยานฯ กับ การดูแลอุทยานแห่งชาติทางทะเลอันดามัน

กรมอุทยานฯ กับ การดูแลอุทยานแห่งชาติทางทะเลอันดามัน

อีเมล พิมพ์ PDF
ตอนนี้ในสังคมออนไลน์ เรื่องราวของความห่วงใยสิ่งแวดล้อมเรื่องหนึ่งที่แชร์กันอย่างกว้างขวางคือภาพความเสื่อมโทรมของแนวปะการังที่หมู่เกาะสิมิลัน และเกาะตาชัย
จริงๆ แล้วปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ปะการังอันดามันตายเยอะ ส่วนหนึ่งมีผลมาจากสึนามิปลายปี 47 แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่มาตายเพราะปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเมื่อปี 53 นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะมหาสมุทร แต่ก็มีข้อมูลยืนยันว่าหลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาฟื้นตัวของปะการัง
การท่องเที่ยวทางทะเลอันดามันบูมต่อเนื่องมาหลายปี คนวงในรู้กันดีว่า พื้นที่นี้เป็นที่หมายปองของการวิ่งเต้นมาเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ แล้วแต่เส้นใครโยงใคร ว่ากันว่าผลประโยชน์จากธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆนานานี่มันมากมายนัก สมัยตั้งอุทยานทางทะเลใหม่ๆ นั้น ให้ใครมาลงทะเลก็ไม่มีใครอยากมา
สมัยหนึ่งมีแนวคิดกระทั้งว่าจะเปิดพื้นที่บริการบนเกาะต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติทางทะเลเป็นพื้นที่ให้บริษัทเอกชนมาใช้ประโยชน์เปิดเป็นโรงแรมรีสอร์ตด้วยซ้ำ รู้ๆ กันว่ามีคนระดับรองอธิบดีในสมัยเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วออกเรือพาผู้ประกอบการไปดูไปเลือกที่กันเองเลย ตอนนั้นมีเสียงค้านกันระงมจากคนในกรม และคนนอกที่ห่วงใยกันขรม จึงยุติไป
มีผู้แชร์ข้อมูลจุดด้อยของการจัดการต่างๆ มามากมาย ส่วนใหญ่คือการที่อุทยานแห่งชาติไม่สามารถจำกัดปริมาณ และกำหนดมาตรการดูแลการปฏิบัติตัวของนักท่องเที่ยว และเรือทัวร์ ให้อยู่ในกรอบในเกณฑ์ที่จะไม่กระทบต่อระบบนิเวศปะการังได้
เรื่องใหญ่ที่เกาะตาชัย ก็คือการทอดสมอเรือลงบนแนวปะการังโต้งๆ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เข้าใจกันมาเป็นสิบปีว่าเป็นเรื่องเสียหายใหญ่หลวง มีการรณรงค์กันมานับสิบๆ ปี จริงๆ แล้วใครๆ ก็รู้ มีการทำทุ่นให้ผูกนอกฝั่งและทอยนักท่องเที่ยวเข้าเกาะ แต่ก็ทำได้เพียงระยะเดียวทุ่นไม่พอ ทุ่นหาย ก็เลิกๆ พอเรือมากก็ลุยเข้าจอดกันเต็มหาด อุทยานก็ทำอะไรไม่ได้ จำได้ว่าสมัยหนึ่งเข้มงวดให้เรือเข้าออกได้ร่องเดียว ค่อยๆ ถอยเข้า มีการจำกัดนักท่องเที่ยวตามจำนวนอาหารที่อุทยานทำให้เท่านั้น ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นให้บริษัททัวร์นำอาหารขึ้นมาบริการทัวร์ใครทัวร์มัน ทราบมาว่าหลังสุดนี้อุทยานเองทำอาหารให้ทัวร์มากิน และให้เอาอาหารมาเองด้วย
แต่ที่ชัดเจนคือ ตอนนี้เรือสปีดโบ๊ดดาหน้าเข้าจอดทอดสมอกันเต็มหน้าหาดเหมือนไม่มีปะการัง
ไม่น่าเชื่อว่าอุทยานระดับสิมิลันจะดูแลกันได้แค่นี้ ถ้าเป็นเสม็ด หรือ พีพี ก็ว่าไปอย่าง มันพังไปหมดนานแล้ว และที่นี่ถ้าหมดก็หมดกันไปอีกเกาะ แต่ที่อื่นก็แทบไม่เหลือเช่นเดียวกัน
ข้อมูลที่แชร์กัน เห็นว่าตอนนี้ เกิดขยะที่เป็นเศษอาหารมากมายบนเกาะตาชัย น้ำเสียลงพื้นที่แอ่งน้ำจืดหลังหาด ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะอย่างปูไก่ ตัวโต ข่าวว่าตอนนี้แทบจะหมดเกาะ
ถึงเวลาปฏิรูป ปฏิวัติ การดูแลอุทยานแห่งชาติทางทะเลกันเสียทีแล้วครับ
ศศิน เฉลิมลาภ
คอลัมน์ talk of the town หนังสือพิมพ์มติชน พ.ศ. 2558
เกาะตาชัยตอนนี้ในสังคมออนไลน์ เรื่องราวของความห่วงใยสิ่งแวดล้อมเรื่องหนึ่งที่แชร์กันอย่างกว้างขวางคือภาพความเสื่อมโทรมของแนวปะการังที่หมู่เกาะสิมิลัน และเกาะตาชัย

จริงๆ แล้วปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ปะการังอันดามันตายเยอะ ส่วนหนึ่งมีผลมาจากสึนามิปลายปี 47 แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่มาตายเพราะปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเมื่อปี 53 นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะมหาสมุทร แต่ก็มีข้อมูลยืนยันว่าหลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาฟื้นตัวของปะการัง

การท่องเที่ยวทางทะเลอันดามันบูมต่อเนื่องมาหลายปี คนวงในรู้กันดีว่า พื้นที่นี้เป็นที่หมายปองของการวิ่งเต้นมาเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ แล้วแต่เส้นใครโยงใคร ว่ากันว่าผลประโยชน์จากธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆนานานี่มันมากมายนัก สมัยตั้งอุทยานทางทะเลใหม่ๆ นั้น ให้ใครมาลงทะเลก็ไม่มีใครอยากมา

สมัยหนึ่งมีแนวคิดกระทั้งว่าจะเปิดพื้นที่บริการบนเกาะต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติทางทะเลเป็นพื้นที่ให้บริษัทเอกชนมาใช้ประโยชน์เปิดเป็นโรงแรมรีสอร์ตด้วยซ้ำ รู้ๆ กันว่ามีคนระดับรองอธิบดีในสมัยเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วออกเรือพาผู้ประกอบการไปดูไปเลือกที่กันเองเลย ตอนนั้นมีเสียงค้านกันระงมจากคนในกรม และคนนอกที่ห่วงใยกันขรม จึงยุติไป

มีผู้แชร์ข้อมูลจุดด้อยของการจัดการต่างๆ มามากมาย ส่วนใหญ่คือการที่อุทยานแห่งชาติไม่สามารถจำกัดปริมาณ และกำหนดมาตรการดูแลการปฏิบัติตัวของนักท่องเที่ยว และเรือทัวร์ ให้อยู่ในกรอบในเกณฑ์ที่จะไม่กระทบต่อระบบนิเวศปะการังได้

เรื่องใหญ่ที่เกาะตาชัย ก็คือการทอดสมอเรือลงบนแนวปะการังโต้งๆ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เข้าใจกันมาเป็นสิบปีว่าเป็นเรื่องเสียหายใหญ่หลวง มีการรณรงค์กันมานับสิบๆ ปี จริงๆ แล้วใครๆ ก็รู้ มีการทำทุ่นให้ผูกนอกฝั่งและทอยนักท่องเที่ยวเข้าเกาะ แต่ก็ทำได้เพียงระยะเดียวทุ่นไม่พอ ทุ่นหาย ก็เลิกๆ พอเรือมากก็ลุยเข้าจอดกันเต็มหาด อุทยานก็ทำอะไรไม่ได้ จำได้ว่าสมัยหนึ่งเข้มงวดให้เรือเข้าออกได้ร่องเดียว ค่อยๆ ถอยเข้า มีการจำกัดนักท่องเที่ยวตามจำนวนอาหารที่อุทยานทำให้เท่านั้น ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นให้บริษัททัวร์นำอาหารขึ้นมาบริการทัวร์ใครทัวร์มัน ทราบมาว่าหลังสุดนี้อุทยานเองทำอาหารให้ทัวร์มากิน และให้เอาอาหารมาเองด้วย

แต่ที่ชัดเจนคือ ตอนนี้เรือสปีดโบ๊ดดาหน้าเข้าจอดทอดสมอกันเต็มหน้าหาดเหมือนไม่มีปะการัง

ไม่น่าเชื่อว่าอุทยานระดับสิมิลันจะดูแลกันได้แค่นี้ ถ้าเป็นเสม็ด หรือ พีพี ก็ว่าไปอย่าง มันพังไปหมดนานแล้ว และที่นี่ถ้าหมดก็หมดกันไปอีกเกาะ แต่ที่อื่นก็แทบไม่เหลือเช่นเดียวกัน

ข้อมูลที่แชร์กัน เห็นว่าตอนนี้ เกิดขยะที่เป็นเศษอาหารมากมายบนเกาะตาชัย น้ำเสียลงพื้นที่แอ่งน้ำจืดหลังหาด ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะอย่างปูไก่ ตัวโต ข่าวว่าตอนนี้แทบจะหมดเกาะ

ถึงเวลาปฏิรูป ปฏิวัติ การดูแลอุทยานแห่งชาติทางทะเลกันเสียทีแล้วครับ

ศศิน เฉลิมลาภ
คอลัมน์ talk of the town หนังสือพิมพ์มติชน พ.ศ. 2558
 

รับข่าวสาร