• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

คำนิยมหนังสือ เลียบขอบไพร

อีเมล พิมพ์ PDF
คนเอาใจเรียนรู้ สัมผัสมาผสานกับความรู้และความตั้งใจที่จะจินตนาการสร้างสรรค์งานที่้สอดคล้อง เคารพธรรมชาติ นั่นคือความรู้สึกของผมต่อผู้เขียน "เลียบขอบไพร"
เขาและผมมิได้ร่ำเรียนสายตรงในวิชาวนวิทยาต่างๆ แต่เราต่างรักความงามของศาสตร์และศิลปะธรรมชาติของป่าได้ ผมรู้ว่าปารณย่อมรู้สึกเข้าใจได้ เหมือนที่ผมรู้สึกเช่นกันเมื่อเข้าไปใช้ชีวิตจากขอบสู่กลางไพร
เหตุผลที่ "ทำไมต้องเข้าป่า" ของปารณ ชาตกุล ช่างล้ำไกลนัก
ไกลไปสู่การตระหนักรู้ว่า เราได้มาถึงช่วงปลายของอารยธรรมสูงสุดของมนุษย์ เพราะป่าที่ปารณเปรียบดังอุทยานสวรรค์เหลือน้อยเต็มทีด้วยการทำลายของบรรพชนของเราจนมาถึงยุคปลายที่เขาว่า
คู่มือเข้าป่าของปารณ ค่อยๆ เรียงร้อยพฤติกรรมของอาจารย์หนุ่มผู้เสาะหาความงาม ความจริง ผ่านความดีที่ตั้งใจจะถ่ายทอดเรื่องราวที่มนุษย์พึงสัมพันธ์ต่ออาณาจักรไพร
ผัสสะที่เปิดตาหูจมูกลิ้น สู่กาย และใจ ที่จะเปลี่ยนถ่ายแปรผันคุณจากนักท่องเที่ยวสู่นักสำรวจ และกลายใจกายเป็นนักอนุรักษ์ นั่นคือเป้าหมายของหนังสือเล่มนี้ ที่คงไม่มุ่งหวังแค่ศิษย์ของเขาในชั้นเรียนจะเข้าใจ แต่ขยับขยายไปสู่วงกว้างๆ
ด้วยหวังลึกๆ จะรักษาอาณาจักรแห่งอุทยานสวรรค์ที่เขารัก
ความรู้เรื่องป่าของปารณง่ายๆ แต่งดงาม ทว่า ไม่ทิ้งรากแห่งความรู้ทางวิชาการ ระบบคิดแบบปัญญชน รวมถึงกรอบคิดอย่างภูมิสถาปนิก
ผมเชื่อว่าผู้อ่านหนังสือเล่มนี้ จินตนาการได้ถึงงานของนิสิตที่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์หนุ่มผู้นี้จะออกแบบอย่างเคารพต่อธรรมชาติได้เพียงใด
เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ประสบการณ์จริงที่เราท่านล้วนสามารถเดินตามไปสัมผัสเรียนรู้แบบเขาได้ เพราะไม่ใช้เส้นทางป่าลึกลับกันดาร หรือต้องฝ่าฟันปีนป่ายไกลโพ้นที่จะเข้าถึง แต่เป็นขอบไพรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ในระดับที่อาจารย์หนุ่มสามารถรอนแรมใกล้ๆ เพื่อพาลูกศิษย์ไปเรียนรู้ได้เท่านั้นเอง ดังนั้น หากใครใช้หนังสือเล่มนี้เป็นพื้นฐานเข้าขอบไพรไปเปิดผัสสะรับรู้แบบปารณ ก็จะได้ความรู้สึกซึมซับต่อความงาม ความจริงนี้กลับมาแบบเขาได้ไม่ยาก
แน่นอนว่า การไปเที่ยวแบบปารณ ย่อมไม่ใช่การเยือนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแบบฉาบฉวย ผิวเผิน เหมือนสารคดีท่องเที่ยวทั่วไป แต่นั่นหมายถึงการเดินทางที่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับป่า ไปในทางมิตรภาพตลอดกาล
ดีใจที่มีหนังสือแบบนี้ ดีใจอย่างยิ่งที่พบมิตรสหายคล้ายๆ กัน
ศศิน เฉลิมลาภ
เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
กันยา ๕๗ ปีที่ ๒๔ ของการจากไปของพี่สืบ
เลียบขอบไพรคนเอาใจเรียนรู้ สัมผัสมาผสานกับความรู้และความตั้งใจที่จะจินตนาการสร้างสรรค์งานที่้สอดคล้อง เคารพธรรมชาติ นั่นคือความรู้สึกของผมต่อผู้เขียน "เลียบขอบไพร"

เขาและผมมิได้ร่ำเรียนสายตรงในวิชาวนวิทยาต่างๆ แต่เราต่างรักความงามของศาสตร์และศิลปะธรรมชาติของป่าได้ ผมรู้ว่าปารณย่อมรู้สึกเข้าใจได้ เหมือนที่ผมรู้สึกเช่นกันเมื่อเข้าไปใช้ชีวิตจากขอบสู่กลางไพร

เหตุผลที่ "ทำไมต้องเข้าป่า" ของปารณ ชาตกุล ช่างล้ำไกลนัก

ไกลไปสู่การตระหนักรู้ว่า เราได้มาถึงช่วงปลายของอารยธรรมสูงสุดของมนุษย์ เพราะป่าที่ปารณเปรียบดังอุทยานสวรรค์เหลือน้อยเต็มทีด้วยการทำลายของบรรพชนของเราจนมาถึงยุคปลายที่เขาว่า

คู่มือเข้าป่าของปารณ ค่อยๆ เรียงร้อยพฤติกรรมของอาจารย์หนุ่มผู้เสาะหาความงาม ความจริง ผ่านความดีที่ตั้งใจจะถ่ายทอดเรื่องราวที่มนุษย์พึงสัมพันธ์ต่ออาณาจักรไพร

ผัสสะที่เปิดตาหูจมูกลิ้น สู่กาย และใจ ที่จะเปลี่ยนถ่ายแปรผันคุณจากนักท่องเที่ยวสู่นักสำรวจ และกลายใจกายเป็นนักอนุรักษ์ นั่นคือเป้าหมายของหนังสือเล่มนี้ ที่คงไม่มุ่งหวังแค่ศิษย์ของเขาในชั้นเรียนจะเข้าใจ แต่ขยับขยายไปสู่วงกว้างๆ

ด้วยหวังลึกๆ จะรักษาอาณาจักรแห่งอุทยานสวรรค์ที่เขารัก

ความรู้เรื่องป่าของปารณง่ายๆ แต่งดงาม ทว่า ไม่ทิ้งรากแห่งความรู้ทางวิชาการ ระบบคิดแบบปัญญชน รวมถึงกรอบคิดอย่างภูมิสถาปนิก

ผมเชื่อว่าผู้อ่านหนังสือเล่มนี้ จินตนาการได้ถึงงานของนิสิตที่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์หนุ่มผู้นี้จะออกแบบอย่างเคารพต่อธรรมชาติได้เพียงใด

เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ประสบการณ์จริงที่เราท่านล้วนสามารถเดินตามไปสัมผัสเรียนรู้แบบเขาได้ เพราะไม่ใช้เส้นทางป่าลึกลับกันดาร หรือต้องฝ่าฟันปีนป่ายไกลโพ้นที่จะเข้าถึง แต่เป็นขอบไพรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ในระดับที่อาจารย์หนุ่มสามารถรอนแรมใกล้ๆ เพื่อพาลูกศิษย์ไปเรียนรู้ได้เท่านั้นเอง ดังนั้น หากใครใช้หนังสือเล่มนี้เป็นพื้นฐานเข้าขอบไพรไปเปิดผัสสะรับรู้แบบปารณ ก็จะได้ความรู้สึกซึมซับต่อความงาม ความจริงนี้กลับมาแบบเขาได้ไม่ยาก

แน่นอนว่า การไปเที่ยวแบบปารณ ย่อมไม่ใช่การเยือนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแบบฉาบฉวย ผิวเผิน เหมือนสารคดีท่องเที่ยวทั่วไป แต่นั่นหมายถึงการเดินทางที่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับป่า ไปในทางมิตรภาพตลอดกาล

ดีใจที่มีหนังสือแบบนี้ ดีใจอย่างยิ่งที่พบมิตรสหายคล้ายๆ กัน

ศศิน เฉลิมลาภ
เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
กันยา ๕๗ ปีที่ ๒๔ ของการจากไปของพี่สืบ

เลียบขอบไพร
 

รับข่าวสาร