• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

ปฏิวัติ

อีเมล พิมพ์ PDF
ชีวิตคนไทยจะผ่านการปฏิวัติกันคนละกี่ครั้ง ?
คำถามนี้ผุดขึ้นในหัวผม ระหว่างนั่งประชุมงานสนับสนุนการจัดตั้งป่าชุมชนกับท่านอธิบดีบุญชอบ  แห่งกรมป่าไม้เมื่อเย็นวันพฤหัสบดี เราทราบข่าวเกือบพร้อมกันจากเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งที่เดินมากระซิบกับท่าน และจากนั้นท่านก็ส่งต่อถึงพวกเราต่อ จากนั้นผมก็หารือข้อเสนอการงานของพวกเรา ท่านก็ให้ความเห็นในการทำงานร่วมกันต่ออย่างเป็นปกติ
หรือ เราผ่านเรื่องแบบนี้กันมาจนรู้จักและคุ้นเคยกับมันดีแล้ว เพราะคนร่วมประชุมวันนั้น อายุมากที่สุดอย่างประธานมูลนิธิสืบก็ 83 เกิดไล่ๆ กับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ส่วนคนอื่นในห้องก็อายุเกินสี่สิบกันทุกคน
ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ประเทศไทย ผ่านการเหตุการณ์คล้ายๆ นี้มา 26 ครั้ง ทำสำเร็จเสีย 14 ครั้ง มีเปอร์เซ็นต์ ความสำเร็จ อยู่ที่ 54% เกิน ครึ่งมานิดเดียว เรียกว่า โอกาสเสี่ยง 50-50
สมัยผมเด็กครูให้อ่าน และเขียนข่าวจากหนังสือพิมพ์ จำได้ว่าอ่านคำว่า “ปฏิวัติ” ที่พาดหัวตัวไม้จากหนังสือพิมพ์ ครั้งแรกก็โดยฝีมือพลเอกสงัด ชะลออยู่ ในช่วง 6 ตุลา 19 และท่านก็มาปฏิวัติรัฐบาลหอยในเปลือกของท่านเองในปี 20 อีกทีเมื่อย้อนไปดูข้อมูลพบว่า ข้ออ้างของการปฏิวัติปี 20 นั้นเก๋มาก คือข้อหารัฐบาลวางแผนปฏิรูปประเทศในระยะเวลาช้าเกินไป คือ ใช้เวลาถึง 12 ปี
ถ้านับจากที่ผมเริ่มอ่านคำว่า “ปฏิวัติ” ออกที่ว่ามา ประเทศไทยมาถึงวันนี้ก็ปฏิวัติกันมา 5 ครั้ง หลังการปฏิวัติโดยประชาชนจริงๆ ครั้งเดียวเมื่อ 14 ตุลา 16 มีความพยายามที่ไม่สำเร็จอยู่ 3 ครั้ง เรียกว่า ช่วงหลังมานี้โอกาสปฏิวัติสำเร็จสูงขึ้นมากว่า 60% แล้ว
สมัย ป๋าเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี มีความพยายามอยู่ 2 ครั้งปรากฏว่า ป๋าแกเอาอยู่ และความรู้สึกของผู้คนจำนวนมากก็ยังเชียร์ป๋ากันอยู่ ต่างกับปฏิวัติ 3 ครั้งหลัง คือ การปฏิวัติน้าชาติ ปฏิวัติทักษิณ และปฏิวัติล่าสุดนี่ ปรากฏว่ามีคนจำนวนมากเช่นกันดีใจที่ปฏิวัตินักการเมืองแบบนี้เสียก็ดี ไปมอบช่อดอกไม้ถ่ายรูปทหารมาชื่นชม
แต่ขณะเดียวกัน แนวคิดการต่อต้านการยึดอำนาจแบบนี้จากทหาร ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น เป็นกระบวนคิดที่เติบโตจากเหตุการณ์พฤษภา ที่ทหารออกมาทำการรุนแรงกับประชาชน หลังปี 49 ขบวนการที่ต่อต้านรัฐประหารเติบโตเป็นขบวนการคนเสื้อแดงมากมายไพศาล เพราะไปรวมกับมวลชนที่สนับสนุนคุณทักษิณ จนปรากฏเป็นความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดที่กำลังดำเนินอยู่อย่างที่เห็นๆ กัน
การปฏิวัติแต่ละครั้ง มักจะเกิดจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ สำคัญทางการเมือง เมื่อ ปี 19 ปฏิวัติเพื่อปฏิรูป ปี 20 ปฏิวัติเพื่อจัดทัพต่อสู้กับสงครามคอมมิวนิสต์ ปี 34 เป็นผลพวงมาถึงพฤษภา และรัฐธรรมนูญปี 40 ปี 49 เกิดขบวนการประชาธิปไตยสายเสรีนิยม
ไม่รู้ว่า ปฏิวัติ ปี 57 นี้จะเป็นอย่างไร เราคงต้องร่วมบันทึกประวัติศาสตร์นี้ไปพร้อมๆ กัน
ปฏิวัติชีวิตคนไทยจะผ่านการปฏิวัติกันคนละกี่ครั้ง ?

คำถามนี้ผุดขึ้นในหัวผม ระหว่างนั่งประชุมงานสนับสนุนการจัดตั้งป่าชุมชนกับท่านอธิบดีบุญชอบ  แห่งกรมป่าไม้เมื่อเย็นวันพฤหัสบดี เราทราบข่าวเกือบพร้อมกันจากเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งที่เดินมากระซิบกับท่าน และจากนั้นท่านก็ส่งต่อถึงพวกเราต่อ จากนั้นผมก็หารือข้อเสนอการงานของพวกเรา ท่านก็ให้ความเห็นในการทำงานร่วมกันต่ออย่างเป็นปกติ

หรือ เราผ่านเรื่องแบบนี้กันมาจนรู้จักและคุ้นเคยกับมันดีแล้ว เพราะคนร่วมประชุมวันนั้น อายุมากที่สุดอย่างประธานมูลนิธิสืบก็ 83 เกิดไล่ๆ กับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ส่วนคนอื่นในห้องก็อายุเกินสี่สิบกันทุกคน

ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ประเทศไทย ผ่านการเหตุการณ์คล้ายๆ นี้มา 26 ครั้ง ทำสำเร็จเสีย 14 ครั้ง มีเปอร์เซ็นต์ ความสำเร็จ อยู่ที่ 54% เกิน ครึ่งมานิดเดียว เรียกว่า โอกาสเสี่ยง 50-50

สมัยผมเด็กครูให้อ่าน และเขียนข่าวจากหนังสือพิมพ์ จำได้ว่าอ่านคำว่า “ปฏิวัติ” ที่พาดหัวตัวไม้จากหนังสือพิมพ์ ครั้งแรกก็โดยฝีมือพลเอกสงัด ชะลออยู่ ในช่วง 6 ตุลา 19 และท่านก็มาปฏิวัติรัฐบาลหอยในเปลือกของท่านเองในปี 20 อีกทีเมื่อย้อนไปดูข้อมูลพบว่า ข้ออ้างของการปฏิวัติปี 20 นั้นเก๋มาก คือข้อหารัฐบาลวางแผนปฏิรูปประเทศในระยะเวลาช้าเกินไป คือ ใช้เวลาถึง 12 ปี

ถ้านับจากที่ผมเริ่มอ่านคำว่า “ปฏิวัติ” ออกที่ว่ามา ประเทศไทยมาถึงวันนี้ก็ปฏิวัติกันมา 5 ครั้ง หลังการปฏิวัติโดยประชาชนจริงๆ ครั้งเดียวเมื่อ 14 ตุลา 16 มีความพยายามที่ไม่สำเร็จอยู่ 3 ครั้ง เรียกว่า ช่วงหลังมานี้โอกาสปฏิวัติสำเร็จสูงขึ้นมากว่า 60% แล้ว

สมัย ป๋าเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี มีความพยายามอยู่ 2 ครั้งปรากฏว่า ป๋าแกเอาอยู่ และความรู้สึกของผู้คนจำนวนมากก็ยังเชียร์ป๋ากันอยู่ ต่างกับปฏิวัติ 3 ครั้งหลัง คือ การปฏิวัติน้าชาติ ปฏิวัติทักษิณ และปฏิวัติล่าสุดนี่ ปรากฏว่ามีคนจำนวนมากเช่นกันดีใจที่ปฏิวัตินักการเมืองแบบนี้เสียก็ดี ไปมอบช่อดอกไม้ถ่ายรูปทหารมาชื่นชม

แต่ขณะเดียวกัน แนวคิดการต่อต้านการยึดอำนาจแบบนี้จากทหาร ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น เป็นกระบวนคิดที่เติบโตจากเหตุการณ์พฤษภา ที่ทหารออกมาทำการรุนแรงกับประชาชน หลังปี 49 ขบวนการที่ต่อต้านรัฐประหารเติบโตเป็นขบวนการคนเสื้อแดงมากมายไพศาล เพราะไปรวมกับมวลชนที่สนับสนุนคุณทักษิณ จนปรากฏเป็นความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดที่กำลังดำเนินอยู่อย่างที่เห็นๆ กัน

การปฏิวัติแต่ละครั้ง มักจะเกิดจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ สำคัญทางการเมือง เมื่อ ปี 19 ปฏิวัติเพื่อปฏิรูป ปี 20 ปฏิวัติเพื่อจัดทัพต่อสู้กับสงครามคอมมิวนิสต์ ปี 34 เป็นผลพวงมาถึงพฤษภา และรัฐธรรมนูญปี 40 ปี 49 เกิดขบวนการประชาธิปไตยสายเสรีนิยม

ไม่รู้ว่า ปฏิวัติ ปี 57 นี้จะเป็นอย่างไร เราคงต้องร่วมบันทึกประวัติศาสตร์นี้ไปพร้อมๆ กัน

ศศิน เฉลิมลาภ
คอลัมน์ talk of the town หนังสือพิมพ์มติชน .. 2557
 

รับข่าวสาร