• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

กระเช้าภูกระดึงอีกครั้งและอีกครั้ง

อีเมล พิมพ์ PDF

ภูกระดึงเมื่อต้นอาทิตย์ ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่บริษัทที่ปรึกษาที่รับงานศึกษาเรื่องกระเช้าภูกระดึง แจ้งความประสงค์ว่าอยากให้ผมไปร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็น


ผมติดงานอื่นๆ อยู่ก่อน และคิดว่าการไปประชุมแบบนี้ผมเองไม่ได้รู้ข้อมูลเรื่องนิเวศวิทยาอะไรมากมายบนภูกระดึง เป็นแค่คนเคยไปเที่ยวมาสองครั้งเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว คงไม่สามารถไปให้ความเห็นที่มีน้ำหนักอะไรมากกว่าคนที่รักภูกระดึง ที่น่าจะได้แสดงออกกันบนข้อมูลทั้งวิชาการและความเหมาะสม ตลอดจนผลกระทบต่อภูเขายอดตัดแสนสวยลูกนั้น

แต่ประเด็นที่เจ้าหน้าที่ที่โทรมาหาผมเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นนี่สิ ที่มันทำให้ผมครุ่นคิดอะไรอยู่เยอะ

เขาบอกว่า จากการศึกษาข้อมูล (ก็คงจะทำแบบสอบถาม) พบว่าคนที่คัดค้านเป็นคนนอกพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนคนในพื้นที่นั้นอยากให้สร้างมากๆ

ขณะฟังโทรศัพท์ก็คิดจะย้อนถามเธอว่า “ใครเป็นคนในพื้นที่บนภูเขาภูกระดึงหรือครับ?” เพราะเราก็รู้ว่าบนนั้นไม่ได้มีหมู่บ้านอะไรอยู่ มีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกับแม่ค้าพ่อค้าที่ทำงานบริการให้นักท่องเที่ยว และดูแลป่าตามหน้าที่ตามกฏหมายอุทยานแห่งชาติ เวียนกันมาทำงาน กับนักท่องเที่ยวที่สมัครใจขึ้นมาลำบากตรากตรำกันเอง ก็แค่นั้น

แต่คำถามในใจของผมก็ติดอยู่ในหัว ไม่ได้ถามเธอ...

และคิดต่อในใจว่า คนที่อ้างว่าเป็นคนในพื้นที่และอยากให้สร้างกระเช้า ก็คือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่พัก ขายอาหาร ในตัวเมืองเลย ตัวอำเภอภูกระดึง (ไม่ได้อยู่บนภูกระดึง) และร้านค้าที่อยู่ตีนทางเดินขึ้นภู เป็นส่วนใหญ่ ผมเชื่อว่ามีจำนวนมากด้วยซ้ำที่ไม่เคยเดินขึ้นไปเลย แต่ทั้งหมดล้วนมองที่ประโยชน์เพื่อการเพิ่มยอดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตัวเองจะได้ประโยชน์จากธุรกิจโดยตรงในระยะสั้น จากการเพิ่มกลุ่มเป้าหมายคนมาเที่ยวที่เพิ่มจำนวนมาก ทั้งเด็ก คนสูงอายุ ตลอดจนผู้ที่ไม่พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และจริตในการเดินขึ้นภู

คนเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็คงเฮละโลขึ้นกระเช้าเล่น ขึ้นไปเห็นสิ่งที่เขาถ่ายรูปกันมาแบบง่ายๆ และไม่ได้สนใจว่าการจัดการต่อไป จะทำอย่างไรกับปัญหาการเหยียบย่ำทำลายพืชพรรณตามลานหินที่เป็นเอกลักษณ์ จากจำนวนนักท่องเที่ยวหลากหลายที่ไม่ได้รักธรรมชาติและมีปริมาณมากเกินความสามารถที่จะรองรับของพื้นที่ เพราะมีข้ออ้างว่ากระเช้านี้จะเป็นตัวจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่ให้ค้างอ้างแรมได้ จะได้ไล่ลงมาง่ายๆ หากเกินปริมาณที่กำหนด รวมถึงพูดๆ กันว่ากระเช้าเอาแค่ขึ้นเล่นชมวิวแถวหน้าผา มีร้านค้ากาแฟ ให้พอชมวิว ไม่ได้พัฒนารถราในการท่องเที่ยวบนภูกระดึง ซึ่งผมไม่เคยเชื่อ ใครจะขึ้นไปแล้วรอคิวลงอีกตั้งนานโดยไม่ไปไหน ในที่สุดก็ต้องตัดทางรถจนได้

แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ ผมไม่ได้บอกความเห็นอะไรแบบนี้กับเขาไปตามโทรศัพท์ มันคร้านที่จะเอ่ยอะไรกับคนที่เห็นต่าง หรือแม้แต่กับคนที่เป็นนักวิชาการรับจ้างมาทำงานให้คนอยากสร้างแบบนี้ มันเหนื่อย และเบื่อมากจริงๆ ในการเถียงกันไปมา ยิ่งเป็นพื้นที่นอกเหนือแผนการทำงานที่ผมตั้งใจมุ่งเน้นแค่ป่าตะวันตกเป็นสำคัญ

เฉพาะในป่าตะวันตก ก็มีคนที่อ้างว่าเป็นคนในพื้นที่แบบนี้มาถกเถียงกันหลายโครงการมากเกินไปแล้วกับชีวิต

ผมบอกเธอไปแบบเซ็งๆ ว่า เรื่องแค่นี้ว่าใครอยากให้สร้าง ใครไม่อยาก ก็รู้ๆ กันอยู่ ต้องไปศึกษากันอีกหรือ?

เรื่องง่ายๆ คือ ก็เวลาจะทำอะไรกระทบคนในชุมชน ก็อ้างว่าเพื่อให้คนส่วนใหญ่ในประเทศได้ประโยชน์ ต้องยอมเสียบ้าง เวลาจะทำโครงการกระทบที่สวยๆ ระดับประเทศที่เป็นส่วนรวม ก็อ้างว่าคนแถวนั้นเป็นคนพื้นที่ได้ประโยชน์ คนค้านอยู่นอก

ก็ไม่มีอะไรคิดยากนี่ ง่ายๆ แค่นี้เอง

ศศิน เฉลิมลาภ
คอลัมน์ talk of the town หนังสือพิมพ์มติชน พ.ศ. 2557

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง