• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

รถคันแรก

อีเมล พิมพ์ PDF

รถติดยอดรถโครงการคันแรก 1.25 ล้านคัน ยอดคืนภาษีเกือบแสนล้านบาท ที่เพิ่งจบชุดไปสร้างความกังวลให้กับคนฝั่งแนวคิดอนุรักษ์นิยมกับผลที่จะตามมาทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ด้านหนี้บุคคล ครัวเรือน และเรื่องการจราจร รวมถึงผลกระทบในเรื่องการใช้พลังงานที่จะเพิ่มสูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีเสียงแย้งถึงโอกาสในการเข้าถึงความสะดวกสบาย เท่าเทียม สิทธิในการใช้ถนนเท่าๆ กัน รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจและ กระบวนการหมุนกระจายเม็ดเงินจากอุตสาหกรรมรถสู่ภาคแรงงาน ธุรกิจการผลิต กันอย่างเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ และตามหน้าสื่อ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา


ผมยินดีด้วยกับคนที่ได้ประโยชน์แท้จริง ได้รถใช้ในเงื่อนไขคืนภาษีด้วยใจจริง ถ้าคุณได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ และมีโอกาสมีรถไว้ใช้สะดวกสบาย ผมเองก็ยอมรับว่าหลังๆ ก็นั่งรถเมล์ไม่ไหวเท่าไหร่ นั่งสั้นๆ บ่อยๆ แต่ยาวๆ ไม่ได้นั่งนานแล้วครับ ผมคิดว่าเราต้องแยกระหว่างบุคคลที่ได้รับประโยชน์แท้จริงเป็นกรณีหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าจะมีผลกระทบต่อปัญหาการจราจรใหญ่หลวงจากการเพิ่มทวีคูณของรถสามสี่เท่า อันนี้เป็นงานรัฐบาลที่เราท้วงติงได้นะครับไม่เกี่ยวกับการเท่าเทียมว่าผมมีคุณต้องมีบ้าง คนละเรื่องกัน

นอกจากนี้ยังแน่ใจว่านโยบายนี้ไม่ได้มีนโยบายถ่วงดุล เช่น การรณรงค์ให้ใช่ขนส่งมวลชนเพิ่ม หรือเพิ่มระบบขนส่งมวลชนรองรับถ่วงดุลในระยะสั้น นี่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องมองปัญหาให้รอบด้านรอบคอบ ประเด็นใหญ่ถ้าผมมองในแง่ขบวนการต่อสู้เพื่อสังคมที่เป็นธรรม มันน่าจะเป็นรัฐสวัสดิการที่พัฒนาการขนส่งมวลชนราคาพอได้ สะดวก ไม่ใช่ให้มีเหมือนๆ กันแล้วก็พังกันไปทั้งระบบไม่ใช่หรือครับ

โดยส่วนตัวผมไม่กล้าซื้อรถใหม่ แม้ว่ารถที่ใช้มาจะเก่าแก่ เสียบ่อย แต่ใจไม่ถึง เพราะเทียบแล้วรถเก่าของผม ใช้มาสิบกว่าปี คิดว่าซ่อมนิดหน่อยก็ราคาไม่ตกเท่าไหร่ ในแง่เศรษฐศาสตร์ เงินผมก็ยังอยู่ครบเลย สิบปีแล้ว อาจจะมากขึ้นด้วย แต่ถ้าซื้อมาใหม่ป้ายแดง ขับออกจากร้านรถ นาทีเดียวราคาก็ตกไปเป็นแสน ทำเงินหายไปเท่าไหร่แล้ว ในแง่ค่าเสื่อมราคาน่ากลัวมาก

ค่าใช้จ่ายรถเก่ารถใหม่ก็ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง สองสามเดือนอีกเป็นพัน เอาค่ายางสี่เส้นที่ต้องเปลี่ยนสองสามปีมาหารต่อเดือน ก็เดือนละหลายร้อย ค่าผ้าเบรก น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ น้ำยาแอร์ น้ำยาหม้อน้ำ ใบปัดน้ำฝน หลอดไฟ สายพาน หัวเทียน อื่นๆ ที่ต้องเปลี่ยนปีละครั้งสองครั้งอีกเฉลี่ยเดือนละหลายร้อย ค่าอะไหล่ของที่นานเสียทีแต่เสียแน่ๆแบบแบตเตอรี่ ปั๊มน้ำ ไดชาร์ต ไดสตาร์ท ผ้าครัชต์ ก็อีกเฉลี่ยต่อเดือนก็เป็นเกือบพัน คราวนี้ก็มาถึงอื่นๆอย่างเช่นค่าประกัน และ พรบ. - ต่อทะเบียน เฉลี่ยแล้วเดือนหนึ่งก็เกือบพัน รวมๆ แล้วยังไม่เสียค่าผ่อน ค่าซ่อมจากการเสียใหญ่ ชนเฉี่ยว ผมว่าคิดจริงๆ ต้องมีน้ำมันและค่าที่ผมว่ามาแน่ๆเกือบหมื่นต่อเดือน (ไม่นับเสียในกรณีอื่น) สำหรับรถทุกคันใหม่เก่า ดังนั้นถ้าผมมีเงินเดือนสองหมื่น ครึ่งหนึ่งผมต้องเก็บไว้ให้รถแล้วครับ ขนาดไม่เสียใหญ่นะ นี่ปกติต้องจ่ายแน่

แต่หากมีความจำเป็นที่รถจะสามารถตอบสนองคุณภาพชีวิตที่คุ้มค่า และเงื่อนไขบางประการของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ทั้งเรื่อง ลูกเต้า พ่อแม่ ความปลอดภัย การประกอบอาชีพ หรือมีรายได้มากพอที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ผมว่ามา จะไม่เดือดร้อนกับชีวิต ผมก็ว่ามีรถสักคันสองคัน จะเป็นไรไป ส่วนเรื่องอื่นก็พิสูจน์ฝีมือรัฐบาลกันไปครับ

ศศิน เฉลิมลาภ
คอลัมน์ talk of the town หนังสือพิมพ์มติชน พ.ศ. 2556

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง