• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ จากภูผาถึงทะเล จากป่าแม่วงก์ถึงทะเลเภตรา

จากภูผาถึงทะเล จากป่าแม่วงก์ถึงทะเลเภตรา

อีเมล พิมพ์ PDF

ปากบาราค่ำคืนริมทะเล เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งมาร่วมวงสนทนาของเรา...ที่รีสอร์ตชุมชน บ้านบ่อเจ็ดลูก

“พี่ชื่ออะไรนะครับ” ผมตัดสินใจถามหนุ่มใหญ่ร่างเล็ก หนวดเครารุงรังที่อาสามาขับเรือพาผมไปดูทะเลชายฝั่งหลังเกาะเขาใหญ่ เนื่องจากสำเนียงใต้ปนยาวีที่ได้ยินบอกว่าแกชื่อ “บังโหด”


“ผม บังหอด “ ครับ เออ ยอมรับเลยว่างงกว่าบังโหดอีก ผมคิดในใจ แต่เมื่อฟังคำอธิบายว่าเป็นชื่อของศาสดาองค์หนึ่งในคัมภีร์อัลกุรอาน แล้วก็เข้าใจที่มาของสำเนียงที่ไม่คุ้นชิน เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมตัดสินใจลาขบวนเดินเท้าเพื่อรณรงค์ไม่ให้สร้างท่าเรือน้ำลึก และโครงการนิคมอุตสาหกรรมทับพื้นที่ชุมชนในแผนการทำทางเชื่อมหรือแลนด์บริดจ์ เพื่อขนส่งสินค้าข้ามคาบสมุทร ที่ผมไปร่วมเดินกับเขามาสองวันหลังจากพวกเขาข้ามเขาคาบแกนสมุทรจากฝั่งสตูลลงมาสงขลา เดินร่วมไปถึงหาดใหญ่ แต่ไม่ร่วมไปสุดทางถึงชายหาดที่อำเภอจะนะ อันจะเกิดท่าเรืออีกแห่งรับเส้นทางขนส่งข้ามอันดามันมาอ่าวไทย เพื่อมาสัมผัสทะเลฝั่งสตูล ว่าพื้นที่สร้างท่าเรือน้ำลึกต้นทางอันดามันจะเป็นเช่นไร

บังหอด นั่งเล่าเรื่องทะเล ให้ผมฟังกับ ม๊ะฉิ่ง หญิงชาวบ้านสูงวัย ผู้รับอาสาดูแลกิจการรีสอร์ตชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูก ริมทะเลที่ต้องผ่านเส้นทางลึกลับหลังตลาดละงู เรื่อยผ่านป่าชายเลนผืนใหญ่มาพบทะเลงาม ชุมชนประมงเล็กๆ ที่สงบเงียบ บนกิจการชุมชนที่เกิดขึ้นหลังสึนามิและยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน มีชาวบ้านได้เรียนรู้การทำงานเพื่อชุมชน และต้อนรับนักท่องเที่ยว และคณะสัมมนาต่างๆ หลากหลาย และแน่นอนว่านี่ย่อมไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาเยือน เมื่อสามสี่ปีที่แล้วผมเวียนมาที่นี่หลายครั้งเพื่อศึกษาข้อมูลวิชาการในโครงการเสนอทะเลอันดามันเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก

“พื้นที่บ้านเรา เป็นเป้าหมายของการดูดทราย ไปถมทะเล” ฟังเช่นนั้นแล้ว ผมเผลอเขี่ยทรายที่เท้าลึกลงไป หันมองหาดทรายที่เชื่อมไปถึงหาดทะเลตื้นที่น้ำกำลังลง... ผมจำได้ว่าข้อมูลที่บังหอดบอกผมนั้นเขาว่าจะต้องใช้ทรายนับล้านคิว ดังนั้นพื้นที่นี้ก็อาจจะได้รับผลกระทบการกัดเซาะจนลงทะเลไป ชาวบ้านวิตกกังวลในผลกระทบทางตรง เพราะปัจจุบันก็มีปัญหาคลื่นเซาะฝั่งที่กรมเจ้าท่าไม่มาดูแลตามหน้าที่ และกำลังจะอนุญาตให้มีโครงการมาดูดดินทรายซ้ำเข้าไปอีก

“ที่บ้านเรามันอุดมสมบูรณ์ อยู่กันสบาย คนขยันไม่ต้องลงทุนอะไร ไปทะเลเก็บหอย ชั่วโมงเดียวไปขายก็ได้หลายร้อย หน้าพายุก็ปลูกผัก แถวนี้ดินดี มีน้ำบ่อ ส่งผักขายไปหาดใหญ่ มาเลย์ โน่น”

ม๊ะจิ เล่าให้ผมฟัง แถมยังบอกว่า “เมื่อก่อนค่ำจะชวนไปดูดอกบวบที่ม๊ะปลูกไว้ มันออกตอนค่ำ บานในแปลงสวยไปหมด แต่เห็นลูกไปถ่ายพระอาทิตย์ตกที่ทะเลเลยเกรงใจ” ผมก็เสียดายเพราะวิวตะวันตกน้ำเราเห็นบ่อยแล้ว แต่ดอกบวบแปลงผักบานเย็น กับชาวบ้านนี่สิที่น่าเก็บภาพ และความทรงจำ

“ทะเลตรงที่จะสร้างท่าเรือปากบารา หลังเกาะเขาใหญ่ เป็นที่ทำประมงของชาวบ้านนับสิบชุมชน โดยเฉพาะหน้ามรสุม ผมน่ะเคยไปทำงานอยู่ท่าเรือสิงค์โปร์ ผมรู้จักท่าเรือแบบนี้ดี ปลามันตายเต็มไปหมด ไม่มีธรรมชาติอะไรเหลือ” บังหอดเปิดเผยประสบการณ์วัยหนุ่มและเห็นว่าท่าเรือขืนมาที่นี่สิ่งแวดล้อมเสียหายหนัก เรือสินค้าเดินทางผ่านหมู่เกาะตะรุเตา เอาตู้สินค้ามาลงตรงนี้ทะเลพังแน่

“ท่าเรือเฟสแรกก็ สี่พันไร่ ต้องเอาดินที่นี่ไปถม และไประเบิดภูเขา มาถมอีก 8 ลูก คนเดือดร้อนไปถึงข้างใน ตอนนี้เขาหาที่ทำคลังน้ำมันได้แล้ว มีนิคมอุตสาหกรรมใหญ่อีก ทำรถไฟขนสินค้าไปสงขลา” ชาวบ้านไม่รู้เรื่องอะไร รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก็ผ่านอนุมัติไปหลายปีแล้ว เพราะเขาพาผู้นำไปเลี้ยง ไปดูงานที่ปีนัง ให้เห็นแต่ข้อดี ในรายงานบอกไม่มีคนทำประมงตรงนั้น ซึ่งมันผิด” บังหอด และม๊ะฉิ่ง ช่วยกันอธิบาย ในแววตากังวลกับอนาคตที่จะเกิดกับพื้นที่

ผมเสริมเขาว่า “เมื่อวานซืนผมไปพักที่บ้านนายสีฝั่งสงขลา ชาวบ้านไม่รู้ว่าเป็นพื้นที่ทำสถานีซ่อมบำรุงรถไฟที่ต้องเวนคืนที่ 5000 ไร่ ก็คงทั้งหมู่บ้าน” ผมไปร่วมเดินกับตัวแทนชาวบ้านและเพื่อนๆ คนทำงานกิจกรรมที่นี่ เนื่องจากเขาแจ้งว่าเห็นผมเดินแม่วงก์ เลยตัดสินใจเดินบ้างก่อนงบ 2.2 ล้านๆ จะอนุมัติ

เราคุยกันจนใกล้ดึก ก่อนร่ำลากันไปนอนที่กระท่อมหลังเล็กริมทะเล คืนนั้นอากาศหลังฝนตกเย็นสบาย ผมนั่งหน้าระเบียงบ้าน ฟังเสียงทะเลที่อยู่ใกล้ แต่ช่างแผ่วเบาเหมือนอยู่ไกล....

เสียงสำเนียงที่ไม่คุ้นของบังหอด และม๊ะฉิ่ง ต่างหาก ที่ยังก้องอยู่ในหู ในความคิด ภาพทะเลสวยเมพระอาทิตย์ตกที่ยังประทับใจ ภาพจินตนาการถึงดอกบวบบานเต็มแปลงและวิถีสงบงามตามน้ำเสียงของม๊ะฉิ่ง ยังก้องหวาน

เหมือนๆ กับผมแว่วเสียงยักษ์ตัวใหญ่ หน้าตาดุร้ายกำลังเดินขึ้นมาจากทะเล....

ศศิน เฉลิมลาภ
คอลัมน์ talk of the town หนังสือพิมพ์มติชน พ.ศ. 2556

 

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง