• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก ดาวน์โหลด เอกสารวิชาการ E-BOOKS : ทรัพยากร ทรัพยากิน ป่าชุมชน

E-BOOKS : ทรัพยากร ทรัพยากิน ป่าชุมชน

อีเมล พิมพ์ PDF

ป่าชุมชนในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “วิทยากร ศูนย์เรียนรู้ และบ้านเรียนรู้ในผืนป่าตะวันตก” ของตัวแทนป่าชุมชน 4 ป่า ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านไร่พิจิตร ป่าชุมชนคลองห้วยหวาย ป่าชุมชนเขาเขียว และป่าชุมชนเขาวังเยี่ยม (20-22 มีนาคม 2556) ที่บ้านเรียนรู้เขาวังเยี่ยม ผู้เข้าร่วมประชุมได้ระดมความคิด และรวบรวมข้อมูลตัวอย่างทรัพยากรที่ชุมชนหาอยู่หากิน ในป่าชุมชน เบื้องต้นได้จำนวน 143 ชนิด จัดกลุ่มเป็นประเภทผักป่าและผลไม้จำนวน 70 ชนิด ประเภทหน่อไม้ และลำไผ่จำนวน 12 ชนิด ประเภทเห็ดจำนวน 18 ชนิด ประเภทแมลงจำนวน 12 ชนิด และประเภทสัตว์ป่าขนาดเล็กจำนวน 31 ชนิด ทั้งนี้ ยังมิได้รวมสมุนไพรอีก 28 ชนิด ในที่ประชุมเรียกทรัพยากรที่สามารถเป็นคลังอาหารชุมชนนี้ว่า “ทรัพยากิน” ซึ่งหากนับจำนวนรายการโดยประมาณของชนิดพืชผัก และเห็ด จะได้ประมาณ 100 ชนิด (อย่างน้อยที่สุด)


ตัวแทนของชุมชนได้ทำการรวบรวมช่วงเวลาที่มีการเก็บหาทรัพยากรต่างๆในป่าชุมชนและพบว่าวงจรของทรัพยากรในป่าชุมชน แบ่งเป็น 4 ช่วง ใหญ่ๆ ได้แก่ช่วงหน้าร้อน ช่วงเข้าหน้าฝน ช่วงกลางฝน และช่วงหน้าหนาว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ช่วงพ้นจากหน้าแล้งเข้าสู่ต้นฤดูฝน จนถึงกลางฤดูฝน คือช่วงประมาณเดือนเมษายน - มิถุนายน (เดือน 5-7ตามปฏิทินจันทรคติ) เมื่อเริ่มมีฝน หลังลมตรุษ-ลมสงกรานต์ทำให้เกิดมีทรัพยากร เช่น น้ำผึ้ง ในช่วงเดือนห้าว่ากันว่าเป็นช่วงที่น้ำผึ้งมีคุณภาพดีที่สุด ชาวบ้านจึงนิยมมาหาตีผึ้งในช่วงเดือนดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีผักป่า เช่น ดอกกระเจียว เอื้องหมายนา หน่อไม้ผักกูด ชะเลือด เปราะหอม ยอดปรง ยอดเป้ง พ่อค้าตีเมีย บุก ฯลฯ ผลไม้ป่า เช่น มะไฟ มะฟ้า มะปรางป่า มะม่วงป่า ลูกหว้า มะหาด มะปลิง มะเลื่อม ลูก นมวัว ตะคล้อคอแลน ตะคล้อไข่ฯลฯ เห็ด เช่น เห็ดกระด้าง เห็ดขอน เห็ดไผ่ เห็ดถ่าน เห็ดจาวมะพร้าว เห็ดโคนเล็ก เห็ดโคนข้าวตอก สัตว์ป่า เช่น แมงอีนูน แมงกว่าง และแมงทับทิม รวมถึงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก อึ่งอ่าง กบ บ่างรอก

ช่วงกลางฤดูฝน - ต้นฤดูหนาว คือช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม - กันยายน (เดือน 8 - เดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ) ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ฝนตกชุก ดังนั้นดินจึงเต็มไปด้วยน้ำและระดับน้ำใต้ดินสูง ลำห้วยมีน้ำเต็ม ทำให้เกิดมีทรัพยากรดังนี้ ผักป่า เช่น ผักกูด ผักแขยง ดอกดิน ชะเอม โดยยังเหลือพืชจากช่วงต้นฝน ได้แก่ กะบก กะทือ มะเลื่อม รางแดง รางขาว บุก เห็ด เช่น เห็ดโคน เห็ดเผาะ เห็ดเหลือง เห็ดระโงก เห็ดหูหนู เห็ดหน้าวัว เห็ดรังผึ้ง และอาจพบเห็ดน้ำหมาก เห็ดฝิ่น เห็ดส้มกบ นอกจากนี้ยังเหลือ เห็ดไผ่ และเห็ดกระด้างต่อจากช่วงที่แล้วด้วย และช่วงฤดูกาลนี้จะเป็นช่วงที่เก็บหาหน่อไม้ทุกชนิด สัตว์ป่า เช่น แมงกว่าง แมงทับทิม รวมถึงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น อึ่งอ่าง หนูนา ตุ่น อ้น กระต่าย เม่น นิ่ม หมูหริ่ง รวมถึง กระรอก กระแต ด้วย

ช่วงต้นฤดูหนาว – ปลายฤดูหนาว คือช่วงประมาณเดือนตุลาคม – ธันวาคม (เดือน 5 ไทย- เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ) ในป่าจะมีทรัพยากรดังนี้ ผักป่า เช่น ฝักเพกา ยอดคูน ผักขวง ผักอีไร ผักหนามโค้ง มะระ มันเสา และกลอย โดยยังมี ผักแขยง กะทือ รางแดง รางขาว และมะเลื่อม อยู่ถึงปลายปีเห็ดป่า เช่น เห็ดลม จะออกในช่วงเดือนอ้าย และยังพอหาเห็ดกระด้างได้อยู่หน่อไม้จะยังคงมีอยู่ถึงประมาณเดือนสิบเอ็ด สัตว์ป่า เช่น แมงกะชอน เขียด หนูนา กระรอก กระแต หมูหริ่ง และลิงที่ออกมารบกวนพืชไร่ รวมถึงหมูป่าด้วย

ปลายฤดูหนาว – เข้าสู่ต้นหน้าแล้งคือ ช่วงประมาณเดือน มกราคม - มีนาคม (เดือน 5 ไทย - เดือน 7 ไทย ตามปฏิทินจันทรคติ) ในช่วงนี้จะมีไฟป่า เป็นปัจจัยสำคัญ ในป่าจะเป็นช่วงของทรัพยากรดังนี้ ผักป่า เช่น สะเดา ผักหวาน ผักอีนูน ผักอีตูด ผักอีซึก ผักกระโดน เป็นช่วงของลูกสมอ ไข่เต่า มะตูม ซ้อ ข้าวเม่า มะขามป้อม มะกอก ลูกเล็บแมว และยังพอเหลือผักขวง อีไร ฝีกเพกา มันเพิ่ม มันเสา กลอย เห็ด เช่น เห็ดลม สัตว์ป่า เช่น บึ้ง จักจั่น แย้ ตะกวด และเต่า รวมถึงไข่มดแดงอีกด้วย

นอกจากทรัพยากรตามฤดูกาลที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีทรัพยากรสำคัญ ที่สามารถเก็บหาได้ตลอดปีได้แก่ ผักป่า เช่น ย่านาง หวาย ส้มป่อย ยอดต้น จั่น กล้วยป่า มะเขือพวง กระเทียมดง ตำลึง มะระ ผักหนาม ผักข้าวสาร เครือหมาน้อย ผักกุ่ม มะเดื่อ พังพอน มะเดื่อป้อง สัตว์ป่า เช่น บ่าง กิ้งก่า พังพอน อีเห็น งู ปูป่า ค้างคาว นกคุ่ม นกเขา นกแซงแซว นกเขา เปล้า นกกะทา ไก่ป่า และ หมูป่า สมุนไพรเกือบทุกชนิดสามารถเก็บหาได้ตลอดทั้งปีเช่น กำลังวัวกระทิง กำลังหมูป่า ม้ากระทืบโรง กำแพง 7 ชั้น รางจืด หนอนตายหยาก บอระเพ็ด สะค้าน เล็บเหยี่ยว ฝาง สบู่เลือด ขมิ้น อ้อย ไพล ว่านชักมดลูก เล็บมือนาง กระชายดำ ตะไคร้หอม ตีนตุ๊กแก กระแต ไต่ไม้ หนาด ดี ตะกวด ใบซับเห็ด ชายสีดา พญาเท้าเอว พญารากเดียว

ตัวแทนจากป่าชุมชนมองตรงกันว่าเดือน 5 (จันทรคติ) หรือประมาณเดือนเมษายนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการอธิบายวงรอบทรัพยากรป่าชุมชนดังวลีที่ว่า “หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า” จะทำให้ได้หลักในการเรียนรู้จดจำว่าน้ำผึ้งที่คุณภาพดีที่สุดคือช่วงเดือนนี้ เพราะผ่านฤดูที่ดอกไม้นาๆ ชนิดเบ่งบาน ผึ้งรวบรวมน้ำหวานเป็นสารพัดสรรพคุณจากสมุนไพรทั่วป่ามารวมกัน ยิ่งฝนแล้งนานน้ำผึ้งก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น

และเมื่อดูจากวงจรทรัพยากรที่กินได้ในป่า คำคล้องจองที่มีความหมายกับจุดสิ้นสุดวงจรได้แก่ช่วงสิ้นสุดของฝักเพกา เมื่อเดือน 4 หรือประมาณเดือนมีนาคมของอีกรอบปี “หวานน้ำผึ้งเดือนห้า จนถึงขมเพกาเดือนสี่” เป็นวลีที่ น่าจะใช้อธิบายวงจรทรัพยากรป่าชุมชนได้ดีที่สุดในช่วงของฤดูกาล คือเริ่มต้นฝน ที่นับจากเดือน 5 หรือลมตรุษ ลมสงกรานต์ที่ขับเคลื่อนผ่านพลังของแผ่นดินที่ได้ฝนแรก ไปจนถึงช่วงฝนชุ่มอุ้มน้ำ ผ่านลมหนาวปลายฝน ไปจนลมแล้ง ไฟป่า เผาผลาญส่วนเกินเพื่อก่อเกิดชีวิตใหม่ จึงอาจเรียกได้ว่า “นี่คือวงจรที่ขับเคลื่อนผ่านพลังธรรมชาติแห่ง ดิน น้ำ ลม ไฟ”

ดาวน์โหลดหนังสือทรัพยากร ทรัพยากิน ป่าชุมชน ที่นี่

ป่าชุมชน

 

 

รับข่าวสาร