• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ กรุงปักกิ่ง หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อลดมลภาวะ

กรุงปักกิ่ง หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อลดมลภาวะ

อีเมล พิมพ์ PDF

โรงไฟฟ้าถ่านหินการปิดโรงงานไฟฟ้าได้กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของมหาอำนาจอย่างประเทศจีน ที่ได้กลายเป็นผู้ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดในโลก แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจากแรงกดดันทั้งภายในประเทศและนานาชาติ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องเริ่มแข่งขันกันแก้ปัญหาความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมที่เปรียบเสมือนผลพลอยได้จากการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งกรุงปักกิ่งก็นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่จะลดปริมาณการอุปโภคถ่านหินลง 13 ล้านตันเปรียบเทียบกับระดับการอุปโภคในปี .. 2555 ภายในปี .. 2560 เพื่อลดปัญหามลภาวะที่นับวันจะยิ่งรุนแรง


Tian Miao นักวิเคราะห์จากบริษัท North Square Blue Oak ประจำกรุงปักกิ่งได้ประมาณการว่า การปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ในเมืองปักกิ่งนั้น จะเทียบเท่ากับการลดการอุปโภคถ่านหินลงราว 9.2 ล้านตัน และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 30 ล้านตัน

“มลภาวะส่วนใหญ่นั้นมาจากการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ดังนั้นการปิดโรงไฟฟ้าย่อมสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน รวมทั้งการเปลี่ยนใช้พลังงานอย่างก๊าซธรรมชาติทดแทนก็จะสะอาดกว่าการใช้ถ่านหิน แม้ว่าอาจจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นเล็กน้อย” Tian Miao กล่าว

Song Yuanming รองผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยในเหมืองถ่านหินแห่งชาติ (State Administration of Coal Mine Safety) ตั้งเป้าว่าปิดการทำเหมืองถ่านหินขนาดเล็กทั่วประเทศจีนราว 2,000 แห่ง ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2556 โดยการดำเนินการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในปลายปีนี้

โรงไฟฟ้าถ่านหิน

ถ่านหินนับว่าเป็นพลังงานฟอสซิลที่มีคาร์บอนเข้มข้น และเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ อ้างอิงตามรายงานขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ระหว่างปี พ.ศ. 2546 ถึง พ.ศ. 2556 ความต้องการใช้ถ่านหินทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 50 คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการพลังงานบนโลก โดยการเพิ่มขึ้นของตัวเลขดังกล่าวนั้น เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีน

การปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินดูจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพื่อต่อสู้กับปัญหามลภาวะในประเทศจีน ซึ่งมีการผลิตพลังงานกว่าร้อยละ 64 จากเชื้อเพลิงฟอสซิล ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีการใช้ถ่านหินเพียงร้อยละ 30 และก๊าซธรรมชาติคิดเป็นร้อยละ 42 (อ้างอิงจากข้อมูลของ Bloomberg New Energy Finance)

การใช้พลังงานถ่านหินในประเทศจีนนั้นลดลงจากนโยบายที่สนับสนุนให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าจากน้ำ แสงอาทิตย์ และลมมากขึ้น อีกทั้งยังมีการพยายามปัดฝุ่นโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อให้ท้องฟ้ากลับมาปลอดมลภาวะอีกครั้ง จากตัวเลขของ China Electricity Council การใช้พลังงานของจีนในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นต่ำที่สุดในรอบ 16 ปี และมีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2556 นับว่าเป็นปีแรกที่ระดับการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ลดลง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการต่อสู้กับมลภาวะของประเทศจีน

ปัญหามลภาวะอากาศในจีน ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นที่สนใจของสาธารณะในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่หมอกควันได้ปกคลุมท้องฟ้าในหลายพื้นที่ของประเทศจีนเช่นกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ และกว่าร้อยละ 90 จาก 161 เมืองในประเทศจีนนั้นมีคุณภาพอากาศที่ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยพิจารณาจากระดับ PM2.5 ซึ่งหมายถึงอนุภาคที่แขวนลอยในอากาศ เช่นฝุ่นคัวน โดยในประเทศจีนนั้นระดับ PM2.5 เฉลี่ยอยู่ที่ 85.9 ไมโครกรัม ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ ขณะที่ระดับตามมาตรฐานประเทศจีนอยู่ที่ไม่เกิน 35 ไมโครกรัม

ประเทศจีนยังตั้งใจว่าจะใช้มาตรการอื่นๆ เช่น ปิดบริษัทที่ก่อมลภาวะ หรือการลดกำลังการผลิตซีเมนต์เพื่อทำให้ท้องฟ้าประเทศจีนกลับมาสดใสอีกครั้ง

ถอดความจาก ‘Beijing to Shut All Major Coal Power Plants to Cut Pollution’ โดย Feifei Shen เข้าถึงได้ที่ http://www.renewableenergyworld.com/rea/news/article/2015/03/beijing-to-shut-all-major-coal-power-plants-to-cut-pollution
ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง