• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ถ่านหินกระบี่ สะเทือนถึงกาลิมันตัน

ถ่านหินกระบี่ สะเทือนถึงกาลิมันตัน

อีเมล พิมพ์ PDF

กาลิมันตันจากงานเสวนาการจัดทำข้อเสนอต่อรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรณีโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือขนถ่านหินและโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ คุณจริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศกรีนพีซ ได้พูดในประเด็นถ่านหินกระบี่กับวาระสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ หลังจากได้ลงไปสำรวจพื้นที่ “กาลิมันตัน” ประเทศอินโดนิเซีย พื้นที่สำคัญในการนำเข้าถ่านหินมายังประเทศไทย ว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้างหากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เกิดขึ้น


สัมปทานและสัญญาซื้อขายถ่านหิน
การจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นต้องมีการทำสัมปทานการซื้อขายถ่านหินล่วงหน้า และหากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เกิดขึ้นนั้น มีการคาดการว่าจะมีการนำเข้าถ่านหิน 7-11 ล้านตันต่อปีเข้าประเทศ โดยมีแหล่งที่ส่งออกถ่านหินอับดับต้นๆ ของโลกอย่างประเทศอินโดนิเซียเป็นสัมปทานผู้ซื้อขาย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใน “กาลิมันตัน” ซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานถ่านหินสำคัญของอินโดนิเซีย และมีบริษัทในประเทศไทยที่ไปลงทุนอยู่ ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงการค้าของประเทศอินโดนิเซีย ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าถ่านหินจากอินโดนิเซียเป็นอับดับต้นของเอเชีย

จริยา เสนพงศ์

จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานด้านพลังงาน
และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศกรีนพีซ


สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่กาลิมันตัน
พื้นที่ 1-3 ของกาลิมันตันจะถูกเปิดหน้าดินให้เป็นเหมือง ซึ่งทุกการขุดถ่านหิน 1 ตัน จะต้องเปิดหน้าดิน 7-10 ตันเพื่อเคลื่อนย้ายดินออก ซึ่งดินเหล่านั้นจะมีสารปนเปื้อนและจะถูกนำไปถมในพื้นที่เพาะปลูกของชาวกาลิมันตัน อีกทั้งยังรวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ป่าและการทำลายป่าไม้ในกาลิมันตันที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย ในส่วนของประชาชนที่มีที่อยู่อาศัยใกล้บริเวณการทำเหมืองถ่านหิน เมื่อมีการเปิดหน้าดินจะมีการบังคับประชาชนในพื้นที่ให้อพยพออก และหากมีการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่จะมีกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น

แหล่งน้ำสะอาดที่จะสูญหายไปจากกาลิมันตัน
คุณจริยาได้กล่าวถึงแหล่งน้ำสะอาดในกาลิมันตันว่าแหล่งน้ำ 3 พันกิโลเมตรจากแม่น้ำในกาลิมันตันกว่า 7 พันกิโลเมตรมีการปนเปื้อนสารพิษ ซึ่งจากการลงสำรวจพื้นที่และจากการปิดเผยข้อมูลจากประเทศอินโดนิเซียที่ผ่านมาพบว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำของกาลิมันตันมากกว่า 2 แสนคน ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ ซึ่งสิทธิในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของประชาชนในพื้นที่กาลิมันตัน ประชาชนในพื้นที่และคนงานเหมืองในกาลิมันตันไม่สามารถใช้น้ำได้ โดยแต่ละบ้านที่พอมีเงินต้องใช้การซื้อน้ำสะอาดเพื่อมากักตุนไว้ใช้ แต่สำหรับคนที่ไม่มีเงินจำเป็นต้องใช้และดื่มน้ำที่มีสารปนเปื้อน ซึ่งตามมาด้วยปัญหาสุขภาพ

กาลิมันตัน

แม่น้ำที่อยู่ด้านล่างของเหมืองถ่านหินที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากสารพิษสูง


อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ คือประเทศไทยได้ลงนามวาระพื้นที่ชุมน้ำที่มีความสำคัญต่อประเทศ ซึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่มีป่าชายเลนกว่า 200,000 ไร่ หญ้าทะเล 17,000 ไร่ ซึ่งเป็นผืนหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รวมถึงอนุสัญญาวาระการรับรองข้อตกลงการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ถิ่นที่อยู่อาศัยนกอพยพอย่างยั่งยืนในเส้นทางการบินตะวันออก-ออสเตรเลีย ซึ่งประเทศไทยได้เสนอพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่เป็นเครือข่ายนกชายเลน (Shorebird Network) เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2548 ซึ่งเป็นเครือข่ายนกอพยพแห่งแรกของประเทศ และหากโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นรัฐบาลจะยกเลิกการลงนามนี้หรือไม่ เพราะรายงาน EIA ไม่ได้พูดถึงในประเด็นนี้

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง