• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ความไม่จำเป็นของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

ความไม่จำเป็นของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

อีเมล พิมพ์ PDF

โรงไฟฟ้าถ่านหินจากงานเสวนาการจัดทำข้อเสนอต่อรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรณีโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือขนถ่านหินและโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ คุณศุภกิจ นันทะวรการ นักวิจัยพลังงานมูลนิธิสุขภาวะ ได้นำเสนอประเด็นเรื่องพลังงานหมุนเวียนกระบี่กับทางเลือกที่ขาดหาย ซึ่งพูดถึงความต้องการในการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศและภาคใต้ ว่ามีความสมดุลกับการผลิตไฟฟ้าหรือไม่ และความจำเป็นของโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่นั้นมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด


คุณศุภกิจ กล่าวถึงโครงการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินกระบี่นี้ว่า ปัจจัยหลักเกิดขึ้นจากการพยากรณ์การใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกินความเป็นจริง ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ความต้องการพลังงานไฟฟ้าจากการคำนวณความต้องการไฟฟ้าสูงสุด เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2557 มีความต้องการไฟฟ้าอยู่ที่ 26,942 เมกะวัตต์ ซึ่งต่ำกว่าที่พยากรณ์ความต้องการไว้ในแผน PDP ที่ 1,848 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ถ้ารวมการผลิตและการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2557 มีพลังงานไฟฟ้ามากกว่าความต้องการสูงสุดอยู่ที่ 6,437 เมกกะวัตต์ หรือคิดเป็นกำลังผลิตสำรองอยู่ที่ร้อยละ 23.9 ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานจะอยู่ที่ ร้อยละ 15 ดังนั้นโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่จะผลิตไฟฟ้าได้ 800 เมกะวัตต์ จึงไม่ส่งผลอะไรต่อการใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้จากแผน PDP 2015 ในการประชุมอนุกรรมการณ์พยากรณ์และจัดทำแผนเมื่อ 29 มกราคมที่ผ่านมา เราจะมีการผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศที่คาดว่าจะล้นเกินไปจนถึงปี 2573

ศุภกิจ นันทะวรการ
ศุภกิจ นันทะวรการ นักวิจัยพลังงานมูลนิธิสุขภาวะ


ส่วนความต้องการการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้จากข้อมูลการไฟฟ้าผลิต ทางภาคใต้สามารถผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 3,888 เมกะวัตต์ ซึ่งในในปี พ.ศ. 2557 นั้น ทางภาคใต้มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2,468 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการและเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ร้อยละ 15 แม้ในแผน PDP จะมีการคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2,558 จะมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะทำให้ความต้องการสูงสุดอยู่ที่ 2,609 เมกะวัตต์ แต่กำลังการผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่แล้วก็จะยังเพียงพอต่อความต้องการ

อีกหนึ่งทางเลือกที่คุณศุภกิจเสนอคือเรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งในปัจจุบันไฟฟ้าร้อยละ 30 ที่ใช้ในจังหวัดกระบี่มาจากพลังงานไฟฟ้าในส่วนนี้ ซึ่งภายในไม่กี่ปีจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ได้ตกลงกับทางภาครัฐเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะทำให้การใช้พลังหมุนเวียนภายในจังหวัดเพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยละ 50 อีกทั้งยังรวมถึงศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าทั้งในรูปแบบพลังงานชีวภาพและชีวมวล ของโรงงานปาล์มเกินครึ่งหนึ่งจาก 27 โรงงานในจังหวัดกระบี่ บวกกับศักยภาพจากการใช้พลังงานหมุนเวียนในรูปแบบอื่นๆ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่จึงไม่น่าจะจำเป็นสำหรับคนกระบี่และภาคใต้

พลังงาน

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง