• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานฯ ยื่นจดหมายถึง คชก. คัดค้านโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์

กรมอุทยานฯ ยื่นจดหมายถึง คชก. คัดค้านโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์

อีเมล พิมพ์ PDF
กรมอุทยานฯ ยื่นจดหมายถึง คชก. คัดค้านโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์
เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยื่นจดหมายด่วนส่งถึง คชก. แหล่งน้ำเพื่อให้ข้อมูลผลการศึกษาด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ รับไว้พิจารณาก่อนการประชุมการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุข้อความสำคัญไม่ควรสร้างเขื่อนแม่วงก์ในพื้นที่อนุรักษ์ แต่ควรดำเนินการจัดทำแนวทางเลือกในการจัดการน้ำแนวทางอื่นที่ไม่ต้องสูญเสียพื้นที่ขนาดใหญ่ในพื้นที่อนุรักษ์และให้ความคุ้มค่าในการจัดการน้ำมากกว่า
โดยทางกรมอุทยานฯ ได้มีความเห็นว่า พื้นที่โครงการสร้างเขื่อนทั้งหมดที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งเป็นป่าที่กำลังฟื้นฟูเข้าสู่สภาวะป่าสมบูรณ์และเป็นป่าที่มีระบบนิเวศเฉพาะที่หาได้ยากในประเทศ รวมทั้งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่สำคัญอย่างเสือโคร่งที่ปัจจุบันอยู่ในสถานะเสี่ยงใกล้สูญพันธ์ อีกทั้งการสร้างเขื่อนอาจจะมีผลกระทบต่อการดำเนินการจำทำแผนเสนอพื้นที่อุทยานฯ แม่วงก์ให้เป็นมรดกโลกของกรมอุทยานฯ อีกด้วย
ทั้งนี้ เนื้อหาในจดหมายของกรมอุทยานฯ ยังได้มีข้อมูลเสริมจากคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโครงการเขื่อนแม่วงก์ ที่แต่งตั้งคณะทำงานรวม 3 ชุด ได้แก่คณะทำงานด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า คณะทำงานด้านบริหารจัดการน้ำ และคณะทำงานด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยคณะทำงานได้มีความเห็นโดยสรุปได้ดังนี้
ด้านทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อพืชและจำนวนสัตว์ป่า การปลูกป่าทดแทนสำหรับพื้นที่ที่สูญเสียไปอาจจะไม่เหมาะสม อีกทั้งในด้านบริหารจัดการน้ำที่น่าจะมีทางเลือกอื่นที่จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำในพื้นที่ชลประทานให้มีศักยภาพเท่าตัวโครงการได้ และทางด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ที่การคิดผลประโยชน์ของโครงการไม่ถูกต้อง โดยไม่คิดต้นทุน และคิดต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง รวมทั้งขาดการประเมินมูลค่าทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย
...
บันทึกข้อความ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักอุทยานแห่งชาติ
ที่ ทส ๐๙๑๐.๒๐๔/ ๒๓๒๖๙ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
เรื่อง ขอส่งข้อมูลและความเห็นต่อโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์
เรียน เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตามที่ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ ได้มีการประชุม ครั้งที่ ๗/๒๕๕๗ ในวันจันทร์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗ มีมติคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดส่งเอกสารข้อมูลผลการศึกษาด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ให้ฝ่ายเลขาธิการรวบรวม เพื่อนำเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ เพื่อประกอบการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาแล้ว มีความเห็นต่อโครงการเขื่อนแม่วงก์ดังนี้
๑. เนื่องด้วยพื้นที่สร้างเขื่อนทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จำนวน ๑๒,๒๐๐ ไร่  สภาพป่าเป็นป่าที่กำลังฟื้นตัวเข้าสู่สภาวะป่าสมบูรณ์ นับตั้งแต่มีการป้องหันพื้นที่เตรียมการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ รวมทั้งผืนป่าดังกล่าวเป็นป่าในพื้นที่ลุ่มต่ำ เป็นระบบนิเวศเฉพาะ หาได้ยากในประเทศ
๒. พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่สำคัญ เช่น เสือโคร่ง ซึ่งถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศป่าไม้ และปัจจุบันอยู่ในสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์ ในพื้นที่ที่จะก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์มีการค้นพบเขียดงูดอยสุเทพ (Ichthyophis youngroum talor) ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งที่ ๒ ในประเทศไทย รวมทั้งพบค้างคาวจมูกหลอดเล็กท้องขาว (Murlno walstoni) ซึ่งเป็น new species
๓. กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือด่วนมาก ที่ กต ๑๐๐๓/๑๗๗๓ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ แจ้งว่าศูนย์มรดกโลก (World Heritage Center) ได้รับแจ้งจาก International Union For Conservation of Nature (IUCN) ได้แสดงความเป็นกังวลเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่มรดกโลก คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง เนื่องจากระบบนิเวศในพื้นที่ดังกล่าวมีความสมบูรณ์ เป็นถื่นอาศัยของสัตว์ป่าหายาก และการสร้างเขื่อแม่งวงก์จะนำไปสู่ผลกระทบต่อประชากรเสือและการลักลอบล่าสัตว์ป่า ศูนย์มรดกโลกเสนอให้ฝ่ายไทยระงับโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์จนกว่าผลการประเมิน EIA จะครบถ้วนและได้มีการประเมินผลกระทบจากการดำเนินโครงดังกล่าวต่อคุณลักษณะที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value) ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง
๔. การกักเก็บน้ำไว้ใต้ดิน คือ ผืนป่าจะมีศักยภาพในการเก็บน้ำมากกว่าเก็บน้ำบนดิน ซึ่งคือการสร้างเขื่อน
๕. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดทำแผนเสนอพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นมรดกโลก เพื่อเป็นการอนุรักษ์ผืนป่าขนาดใหญ่ คือ ผืนป่าตะวันตกอย่างต่อเนื่อง
๖. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งที่ ๔๒๗/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อแม่วงก์ และคำสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานรวม ๓ ชุด ได้แก่ คณะทำงานด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า คณะทำงานด้านบริหารจัดการน้ำ และคณะทำงานด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะทำงานมีความเห็นต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของรายงาน สรุปดังนี้
๑) ด้านทรัพยากร ได้แก่ ประเด็นสภาพปัจจุบันและผลกระทบต่อสังคมพืชและการทดแทน ประเด็นความถูกต้องของการจำแนกชนิดและจำนวนสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ ประเด็นผลกระทบต่อระบบนิเวศของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และพื้นที่ใกล้เคียง และประเด็นความเหมาะสมพื้นที่ปลูกป่าทดแทนพื้นที่ที่สูญเสียไปในการก่อสร้างโครงการ
๒) ด้านการบริหารการจัดการน้ำ ได้แก่ ประเด็นด้านการกำหนดแนวทางเลือก ประเด็นการกำหนดสถานการณ์ของการพัฒนาลุ่มน้ำด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ประเด็นการปล่อยน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ ประเด็นปัญหาน้ำท่วม และศักยภาพของโครงการต่อการบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ประเด็นพื้นที่ชลประทาน และการจัดสรรน้ำ
๓) ด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้แก่ ประเด็นการคิดผลประโยชน์ของโครงการไม่ถูกต้อง ไม่คิดต้นทุน และคิดต้นทุนต่ำเกินกว่าความเป็นจริง รวามทั้งขาดการประเมินมูลค่าทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทั้งหมด ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ความคุ้มค่าในกรณีมีและไม่มีเขื่อน การเป็นแนวกั้นกันชนของผืนป่าตะวันตกซึ่งมีความสำคัญเป็นมรดกโลก รวมทั้งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทำแผนเพื่อเสนอเป็นมรดกโลก จึงมีความเห็นไม่ควรสร้างเขื่อแม่วงก์ในพื้นที่อนุรักษ์ แต่ควรดำเนินการจัดทำแนวทางเลือกในการจัดการน้ำแนวทางอื่นที่ไม่ต้องสูญเสียพื้นที่ขนาดใหญ่ในพื้นที่อนุรักษ์และให้ความคุ้มค่าในการจัดการน้ำมากกว่า
พร้อมนี้ ขอส่งข้อมูลการสำรวจทรัพยากรป่าไม้และข้อมูลสำรวจทรัพยากรสัตว์ป่า มาเพื่อเป็นข้อมูลที่จะใช้ประกอบการพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมที่จะใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ดำเนินการสร้างเขื่อ ในการปรุะชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ได้ส่งข้อมูลในรูปแบบแผ่นบันทึกข้อมูล มาพร้อมนี้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
นายนิพนธ์ โชติบาล
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยื่นจดหมายด่วนส่งถึง คชก. แหล่งน้ำเพื่อให้ข้อมูลผลการศึกษาด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ รับไว้พิจารณาก่อนการประชุมการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุข้อความสำคัญไม่ควรสร้างเขื่อนแม่วงก์ในพื้นที่อนุรักษ์ แต่ควรดำเนินการจัดทำแนวทางเลือกในการจัดการน้ำแนวทางอื่นที่ไม่ต้องสูญเสียพื้นที่ขนาดใหญ่ในพื้นที่อนุรักษ์และให้ความคุ้มค่าในการจัดการน้ำมากกว่า

โดยทางกรมอุทยานฯ ได้มีความเห็นว่า พื้นที่โครงการสร้างเขื่อนทั้งหมดที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งเป็นป่าที่กำลังฟื้นฟูเข้าสู่สภาวะป่าสมบูรณ์และเป็นป่าที่มีระบบนิเวศเฉพาะที่หาได้ยากในประเทศ รวมทั้งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่สำคัญอย่างเสือโคร่งที่ปัจจุบันอยู่ในสถานะเสี่ยงใกล้สูญพันธ์ อีกทั้งการสร้างเขื่อนอาจจะมีผลกระทบต่อการดำเนินการจำทำแผนเสนอพื้นที่อุทยานฯ แม่วงก์ให้เป็นมรดกโลกของกรมอุทยานฯ อีกด้วย

ทั้งนี้ เนื้อหาในจดหมายของกรมอุทยานฯ ยังได้มีข้อมูลเสริมจากคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโครงการเขื่อนแม่วงก์ ที่แต่งตั้งคณะทำงานรวม 3 ชุด ได้แก่คณะทำงานด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า คณะทำงานด้านบริหารจัดการน้ำ และคณะทำงานด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยคณะทำงานได้มีความเห็นโดยสรุปได้ดังนี้

ด้านทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อพืชและจำนวนสัตว์ป่า การปลูกป่าทดแทนสำหรับพื้นที่ที่สูญเสียไปอาจจะไม่เหมาะสม อีกทั้งในด้านบริหารจัดการน้ำที่น่าจะมีทางเลือกอื่นที่จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำในพื้นที่ชลประทานให้มีศักยภาพเท่าตัวโครงการได้ และทางด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ที่การคิดผลประโยชน์ของโครงการไม่ถูกต้อง โดยไม่คิดต้นทุน และคิดต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง รวมทั้งขาดการประเมินมูลค่าทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย

...

บันทึกข้อความ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักอุทยานแห่งชาติ
ที่ ทส ๐๙๑๐.๒๐๔/ ๒๓๒๖๙ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
เรื่อง ขอส่งข้อมูลและความเห็นต่อโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์
เรียน เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ตามที่ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ ได้มีการประชุม ครั้งที่ ๗/๒๕๕๗ ในวันจันทร์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๗ มีมติคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดส่งเอกสารข้อมูลผลการศึกษาด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ให้ฝ่ายเลขาธิการรวบรวม เพื่อนำเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ เพื่อประกอบการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาแล้ว มีความเห็นต่อโครงการเขื่อนแม่วงก์ดังนี้

๑. เนื่องด้วยพื้นที่สร้างเขื่อนทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จำนวน ๑๒,๒๐๐ ไร่  สภาพป่าเป็นป่าที่กำลังฟื้นตัวเข้าสู่สภาวะป่าสมบูรณ์ นับตั้งแต่มีการป้องหันพื้นที่เตรียมการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ รวมทั้งผืนป่าดังกล่าวเป็นป่าในพื้นที่ลุ่มต่ำ เป็นระบบนิเวศเฉพาะ หาได้ยากในประเทศ

๒. พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าที่สำคัญ เช่น เสือโคร่ง ซึ่งถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศป่าไม้ และปัจจุบันอยู่ในสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์ ในพื้นที่ที่จะก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์มีการค้นพบเขียดงูดอยสุเทพ (Ichthyophis youngroum talor) ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งที่ ๒ ในประเทศไทย รวมทั้งพบค้างคาวจมูกหลอดเล็กท้องขาว (Murlno walstoni) ซึ่งเป็น new species

๓. กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือด่วนมาก ที่ กต ๑๐๐๓/๑๗๗๓ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ แจ้งว่าศูนย์มรดกโลก (World Heritage Center) ได้รับแจ้งจาก International Union For Conservation of Nature (IUCN) ได้แสดงความเป็นกังวลเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่มรดกโลก คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง เนื่องจากระบบนิเวศในพื้นที่ดังกล่าวมีความสมบูรณ์ เป็นถื่นอาศัยของสัตว์ป่าหายาก และการสร้างเขื่อแม่งวงก์จะนำไปสู่ผลกระทบต่อประชากรเสือและการลักลอบล่าสัตว์ป่า ศูนย์มรดกโลกเสนอให้ฝ่ายไทยระงับโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์จนกว่าผลการประเมิน EIA จะครบถ้วนและได้มีการประเมินผลกระทบจากการดำเนินโครงดังกล่าวต่อคุณลักษณะที่โดดเด่น (Outstanding Universal Value) ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง

๔. การกักเก็บน้ำไว้ใต้ดิน คือ ผืนป่าจะมีศักยภาพในการเก็บน้ำมากกว่าเก็บน้ำบนดิน ซึ่งคือการสร้างเขื่อน

๕. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดทำแผนเสนอพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นมรดกโลก เพื่อเป็นการอนุรักษ์ผืนป่าขนาดใหญ่ คือ ผืนป่าตะวันตกอย่างต่อเนื่อง

๖. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งที่ ๔๒๗/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อแม่วงก์ และคำสั่งที่ ๔๙๓/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานรวม ๓ ชุด ได้แก่ คณะทำงานด้านทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า คณะทำงานด้านบริหารจัดการน้ำ และคณะทำงานด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะทำงานมีความเห็นต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของรายงาน สรุปดังนี้

๑) ด้านทรัพยากร ได้แก่ ประเด็นสภาพปัจจุบันและผลกระทบต่อสังคมพืชและการทดแทน ประเด็นความถูกต้องของการจำแนกชนิดและจำนวนสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ ประเด็นผลกระทบต่อระบบนิเวศของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และพื้นที่ใกล้เคียง และประเด็นความเหมาะสมพื้นที่ปลูกป่าทดแทนพื้นที่ที่สูญเสียไปในการก่อสร้างโครงการ

๒) ด้านการบริหารการจัดการน้ำ ได้แก่ ประเด็นด้านการกำหนดแนวทางเลือก ประเด็นการกำหนดสถานการณ์ของการพัฒนาลุ่มน้ำด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ประเด็นการปล่อยน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ ประเด็นปัญหาน้ำท่วม และศักยภาพของโครงการต่อการบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ประเด็นพื้นที่ชลประทาน และการจัดสรรน้ำ

๓) ด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้แก่ ประเด็นการคิดผลประโยชน์ของโครงการไม่ถูกต้อง ไม่คิดต้นทุน และคิดต้นทุนต่ำเกินกว่าความเป็นจริง รวามทั้งขาดการประเมินมูลค่าทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทั้งหมด ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ความคุ้มค่าในกรณีมีและไม่มีเขื่อน การเป็นแนวกั้นกันชนของผืนป่าตะวันตกซึ่งมีความสำคัญเป็นมรดกโลก รวมทั้งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทำแผนเพื่อเสนอเป็นมรดกโลก จึงมีความเห็นไม่ควรสร้างเขื่อแม่วงก์ในพื้นที่อนุรักษ์ แต่ควรดำเนินการจัดทำแนวทางเลือกในการจัดการน้ำแนวทางอื่นที่ไม่ต้องสูญเสียพื้นที่ขนาดใหญ่ในพื้นที่อนุรักษ์และให้ความคุ้มค่าในการจัดการน้ำมากกว่า

พร้อมนี้ ขอส่งข้อมูลการสำรวจทรัพยากรป่าไม้และข้อมูลสำรวจทรัพยากรสัตว์ป่า มาเพื่อเป็นข้อมูลที่จะใช้ประกอบการพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมที่จะใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ดำเนินการสร้างเขื่อ ในการปรุะชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ได้ส่งข้อมูลในรูปแบบแผ่นบันทึกข้อมูล มาพร้อมนี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
นายนิพนธ์ โชติบาล
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง