• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ข้อบกพร่องในรายงาน EHIA โครงการเขื่อนแม่วงก์ ด้านบริหารจัดการน้ำ

ข้อบกพร่องในรายงาน EHIA โครงการเขื่อนแม่วงก์ ด้านบริหารจัดการน้ำ

อีเมล พิมพ์ PDF

เขื่อนแม่วงก์ภายในงานสัมมนาวิชาการ "ก่อนจะผ่าน 'EHIA' เขื่อนแม่วงก์" ในวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2557 ณ เคยูโฮม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.สุวัฒนา จิตตลดากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำระบุว่าเนื่องจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำไม่ได้มีการให้ข้อมูลกับประชาชนในท้องถิ่นเกี่ยวกับการจัดการน้ำที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ภายในพื้นที่ไม่มีการปรับปรุงดูแลจัดการน้ำอะไรเลย เนื่องจากสิ่งเดียวที่ชาวบ้านรอคอยก็คือเขื่อน อันเป็นที่มาจากความเข้าใจผิดว่าจะเป็นหนทางเดียวในการแก้ไขปัญหาน้ำได้


"จริงๆ ทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำมีอยู่หลายทางเลือก ไม่จำเป็นต้องเป็นเขื่อนอย่างเดียว ตอนนี้กำลังพยายามใส่กลยุทธ์เข้าไปในหลายๆ หน่วยงาน คือการจัดการน้ำให้กระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด อย่างเช่น ยกตัวอย่างง่ายๆ อ่างเก็บน้ำ ไม่จำเป็นต้องมีใหญ่มากหรอกครับ แต่มีให้มันทั่วถึง มันจะทำให้การบริหารจัดการแก้ได้ตรงจุดมากกว่า ดีกว่าไปรอทางข้างบนเขาสั่งมา ผมว่าจัดการเองภายในพื้นที่เลยง่ายกว่าครับ หรือถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคก็กระจายแหล่งน้ำเข้าสู่พื้นที่ เข้าสู่ชุมชน แบบนั้นแก้ปัญหาได้แน่นอน"

ขณะเดียวกัน อ.สมฤทัย ทะสดวก อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังนำเอารายงานสิ่งแวดล้อมเขื่อนแม่วงก์ในด้านการจัดการน้ำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในหนทางอื่นที่ไม่ใช่เพียงการสร้างเขื่อนอย่างเดียวเท่านั้น

"จากรายงานฉบับปี 2555 ผู้ทำรายงานกล่าวถึงเหตุผลว่าทำไมพวกเขาต้องทำเขื่อนก็คือจริงๆ มันมีทางในการจัดการน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งสิ้น 5 ทางเลือก ผมจะไล่ให้ฟังทีละทางเลือก ทางเลือกแรกคือการบริหารด้วยโครงสร้างเดิม ซึ่งรายงาน EHIA ไม่ได้ระบุเลยว่าจะมีการจัดการกับเขื่อนพวกนี้ยังไง วิธีการศึกษาแบบนี้เรียกง่ายๆ มันไม่อัพเดทไปแล้ว มันมีฝายอยู่เต็มไปหมด ฝายกรมชลฯสร้าง ฝายชาวบ้านสร้าง ฝายเก่าฝายใหม่ และถามว่า EHIA ได้รายงานเอาไว้หรือเปล่าว่ามีฝายอยู่เท่าไร มีการจัดการทางเลือกอย่างไร คำตอบคือไม่มี..."

"ทางเลือกที่ 2 คือก่อสร้างฝายและอาคารชลประทาน ตามรายงานบอกว่าจะทำทั้งหมด 12 ฝาย แต่ท่านก็ไม่มีรายละเอียดว่าจะจัดการกับน้ำยังไง บอกแค่จะสร้างฝาย ทำให้ประเมินไม่ได้เลยว่าจะมีการจัดการอย่างไร ทางเลือกที่ 3 คือก่อสร้างฝายและอาคารชลประทาน+ขุดสระ ก็เช่นกัน ในรายงานก็ไม่ได้บอกเอาไว้ว่าจะมีการจัดการอย่างไร ทางเลือกที่ 4 คือก่อสร้างฝายและอาคารชลประทาน + บ่อบาดาล ต้องบอกว่าแหล่งนี้ไม่ได้ยั่งยืนนัก เพราะถ้าน้ำท่ามันแล้งไปก่อนหน้านี้แล้ว บ่อบาดาลก็จะแล้งตามไปด้วย และอันสุดท้ายคือที่เขาบอกว่าดีที่สุด เป็นข้อสรุปของรายงาน EHIA จนเป็นที่มาว่าทำไมจึงต้องมีเขื่อน"

สมฤทัย ทะสดวก

จึงเกิดคำถามต่อมาจาก อ. สมฤทัยว่าทางเลือกทั้งสี่ทางเลือกที่ผู้จัดทำรายงาน EHIA จัดทำขึ้นมานั้นมีรายละเอียดการจัดทำรายงานเทียบเท่ากันทุกประเด็นแล้วแน่หรือ เนื่องจากไม่มีความชัดเจนในการจำลองระบบลุ่มน้ำกรณีที่ 1 - 4 แต่ว่าความชัดเจนกลับเทน้ำหนักในกรณีที่ 5 ทั้งยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาตามสถานที่จริง นอกจากนั้นยังไม่มีการนำเอาวิธีการจัดการน้ำร่วมกับชุมชนเข้ามาเป็นส่วนเสนอในรายงานเลย ซึ่งจัดว่าเป็นการละเลยท้องถิ่นอย่างหนึ่ง อันอาจจะนำมาสู่ความขัดแย้งในชุมชนก็เป็นได้

"จริงๆ ผมมีโอกาสได้เข้าไปคุยกับคนในชุมชนนะ มันมีทางออกตั้งหลายทางเช่นการผันน้ำจากแม่วงก์ไปบึงหล่ม หรือผันน้ำจากแม่วงก์ไปลงคลองแห้งและธารมะยม แล้วผันจากคลองแห้งลงอ่างเก็บน้ำห้วยหินลับ ซึ่งถ้าขุดลอกไม่ปล่อยให้ตะกอนทับถม ผมว่าก็จะมีที่เก็บน้ำไว้ใช้ได้อีกเยอะ ผมแค่ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมไม่มีรายงานส่วนนี้ก่อน ตรงนี้มันก็เป็นทางเลือกหนึ่งได้อีกเหมือนกัน"

นอกจากนั้น อ.สมฤทัยยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น การนำเอาการวิเคราะห์การกำหนดสถานการณ์ของการพัฒนาลุ่มน้ำด้วยแบบจำลองที่ไม่เหมาะสมหากนำมาวิเคราะห์ด้านการจัดการน้ำ ไม่มีการวางแผนการจัดการที่ดินบริเวณเขื่อนในอนาคต หรือข้อสังเกตการในการปล่อยน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศน์ การปล่อยน้ำนี้แน่นอนว่าหากไม่มีการจัดทำให้ดี ก็จะเกิดความเสียหายแก่ชุมชนปลายน้ำอย่างแน่นอน

"ปัญหาน้ำท่วมเนี่ยมันเป็นปัญหาโลกแตก อย่างเช่นถ้าสร้างถนนขวางทางเดินน้ำเนี่ย น้ำมันไหลผ่านไม่ได้น้ำมันก็ท่วม ต้องดูว่าในพื้นที่ท่านเป็นแบบนี้หรือเปล่า ผมแนะนำให้ทำเลย ทางที่น้ำมันผ่าน ก็เปิดทางให้มันกว้างๆหน่อยน้ำมันจะได้ไหลผ่านได้สะดวก หรือการถมที่นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วม เราต้องลงไปดูพื้นที่แก้ไขกันจริงๆ อีกปัญหาหนึ่งคือ พื้นที่ชลประทาน ระบบส่งน้ำ มันไม่มีรายละเอียดการจัดการที่ดี เราต้องมาวิเคราะห์ปัญหา และแก้ไขให้ตรงจุด ไม่ใช่ว่าเขื่อนจะสามารถแก้ไขได้ทุกอย่าง ถ้าท่านคิดว่าเขื่อนจะหน่วงเอาไว้ได้ แต่ปัญหาด้านบนยังอยู่ ยังไงเขื่อนก็หน่วงไม่อยู่หรอกครับ"

ท้ายที่สุด รศ.ดร.สุวัฒนา จิตตลดากร ได้ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีกว่า "ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องมาเร่งเสนอเอาตอนนี้ เพราะรายงานผลกระทบฉบับนี้มีข้อบกพร่องเยอะมาก บางประเด็นเขาไม่ได้สำรวจใหม่ด้วยซ้ำแต่ไปเอารายงานฉบับปี 36-37 มาเก็บข้อมูลเพิ่มเติมแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง และคนที่ทำก็เป็นหน่วยงานรัฐบาลซึ่งเอาจริงๆ ผมว่าคนที่จะทำแบบนี้ควรเป็นหน่วยงานที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นเอกชนหรือหน่วยงานกลางมากกว่า อันนี้ผมแค่ตั้งคำถามเฉยๆ นะ"

เขื่อนแม่วงก์

 

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง