• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ หยุดสร้างเขื่อนดอนสะโฮง หยุดเข่นฆ่าคนหาปลา ลุ่มน้ำโขง

หยุดสร้างเขื่อนดอนสะโฮง หยุดเข่นฆ่าคนหาปลา ลุ่มน้ำโขง

อีเมล พิมพ์ PDF
แถลงการณ์ฉบับที่ ๓ หยุดสร้างเขื่อนดอนสะโฮง หยุดเข่นฆ่าคนหาปลา ลุ่มน้ำโขง
ในวันที่พรุ่งนี้ ( ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗) สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) และ สำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำโขง กรมทรัพยากรน้ำ (สบข.) ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 11 กรมทรัพยากรน้ำ (สทภ. 11) จะจัดเวทีการให้ข้อมูลโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง สปป. ลาว ขึ้น ณ ห้องประชุมพิมานทิพย์ (ชั้น 7) ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ที่ดำเนินการอย่างเร่งรีบ จึงน่าเคลือบแคลงอย่างยิ่ง
ต่อการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง และกระบวนการจัดเวทีให้ข้อมูลเขื่อนดอนสะโฮง ในครั้งนี้ พวกเรามีความเห็น ดังนี้
๑. เขื่อนดอนสะโฮง ก่อสร้างโดย สปป.ลาว บริเวณแม่น้ำโขงตอนล่าง ช่วงที่ 4 (ปากเซ สปป.ลาว – กระแจะ กัมพูชา) เกาะสีพันดอน ทางใต้ของ สปป.ลาว เขตติดต่อพรมแดนกัมพูชาประมาณ 7 กิโลเมตร (จากพรมแดน ลาว – กัมพูชา) เป็นการสร้างเขื่อนปิดฮูสะโฮง (ฮูสะโฮง เป็นช่องน้ำไหลอยู่ในแนวเดียวกันกับน้ำตกคอนพะเพ็ง และน้ำตกหลี่ผี) โดยมีแผนจะขุดขยายลำน้ำ(ฮูสะโฮง) เป็นช่องรับน้ำ ๕ กิโลเมตร และก่อสร้างตัวเขื่อนเป็นคันคอนกรีตบดอัดแน่น ความยาว ๖.๘ กม. ความสูง ๒๕ ม. มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีขนาดกำลังผลิต ๒๔๐ - ๒๖๐ เมกะวัตต์ ขณะที่ฮูสะโฮง มีความลาดเอียงต่ำกว่าหลี่ผีและคอนพะเพ็ง สภาพเช่นนี้จึงเอื้อให้ปลาจำนวนมาก สามารถเดินทางจากทะเลสาบเขมรเข้ามาสู่แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาแม่น้ำโขง ซึ่งรวมถึงแม่น้ำมูนด้วย แต่วัฏจักรของปลานี้จะหายไปเมื่อเขื่อนดอนสะโฮงสร้างแล้วเสร็จ
๒. เขื่อนดอนสะโฮง จะถูกสร้างขึ้นในลำน้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติ แม่น้ำโขงนับเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจุดกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบต และมีจุดกำเนิดร่วมกับอีก ๒ แม่น้ำ คือแม่น้ำแยงซี และแม่น้ำสาละวิน ไหลผ่านถึง ๗ ประเทศ จนกระทั่งไหลไปออกทะเลจีนใต้ที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่เวียดนาม มีลำน้ำสาขาต่าง ๆ มากมาย รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำอีกจำนวนมาก เช่น แม่น้ำมูน, แม่น้ำชี ,แม่น้ำสงคราม และทะเลสาบเขมร แม่น้ำโขงนับเป็นแม่น้ำสายที่ยาวเป็นอันดับที่ ๑๐ ของโลก และเป็นแม่น้ำที่มีความหลากหลายของชนิดปลามากเป็นอันดับ ๓ ของโลก รองจากแม่น้ำอเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ และแม่น้ำคองโกในทวีปแฟริกาปลาที่พบในลุ่มแม่น้ำโขง ในปัจจุบันนี้พบแล้วกว่า ๑,๒๐๐ ชนิด และคาดว่าอาจมีถึง ๑,๗๐๐ ชนิด จะส่งผลกระทบทำให้ปลาจำนวนมากลดจำนวนลงและปลาอีกหลายชนิดจะสูญพันธ์ุไป เช่นเดียวกับการสร้างเขื่อนปากมูลที่ทำให้ปลาในแม่น้ำมูนลดจำนวนลงอย่างมาก ซึ่งผลกระทบนี้จะเกิดขึ้นกับประชาชนในหลายประเทศร่วมถึงประชาชนไทยด้วย
๓. แม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงทั้งสี่ประเทศซึ่งใช้ประโยชน์ลุ่มน้ำโขงตอนล่างร่วมกัน ได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการร่วมมือ “การพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง แบบยั่งยืน” ได้ร่วมกันก่อตั้ง คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC) โดยในส่วนของประเทศไทยหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการคือ “กรมทรัพยากรน้ำ” การสร้างเขื่อนดอนสะโฮง กั้นแม่น้ำโขง จึงควรอย่างยิ่งที่ MRC จะต้องทำหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในกลุ่มประเทศสมาชิก แต่ MRC กลับเพิกเฉย และที่สำคัญกรมทรัพยากรน้ำในฐานะตัวแทนประเทศไทย ยังออกหน้าจัดเวทีแทนเจ้าของเขื่อน (เจ้าของเขื่อนคือ สปป.ลาว) เสมือนหนึ่งว่าการจัดเวทีครั้งนี้เป็นไปเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับเขื่อนดอนสะโฮง พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ต่างจาก “มือปืนรับจ้าง”
๔. ความล้มเหลวจากเขื่อนปากมูล แต่ไม่นำไปเป็นบทเรียน เขื่อนปากมูลถูกสร้างขึ้นโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของชาวบ้านคนหาปลา และนักวิชาการว่าเขื่อนปากมูลจะส่งผลให้ปลาลดลง ซึ่งนักสร้างเขื่อนพยายามหาเหตุผลและเสนอเทคนิคมากมายเพื่อแก้ไขปัญหาการลดลงของชนิดพันธ์ุปลา และปริมาณปลาในลุ่มน้ำมูน แต่จนถึงปัจจุบันก็ไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้แล้วเขื่อนปากมูลซึ่งเดิมเป็นเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นเขื่อนเพื่อการชลประทาน ขณะที่ชาวบ้านยังคงเรียกร้องความเป็นธรรมต่อเนื่องยาวนานกว่า ๒๖ ปี และพวกเขายังคงต้องเรียกร้องต่อไปจนกว่าความเป็นธรรมจะเกิดขึ้น
๕. คำสัญญาที่หลอกลวง ชาวบ้านปากมูนได้เคยมีข้อตกลงจำนวนมากกับการไฟฟ้า ฯ และรัฐบาล ทั้งก่อนการสร้างเขื่อนปากมูล และเมื่อเขื่อนปากมูลสร้างเสร็จแล้ว แต่ทุกข้อตกลงที่ผ่านมา เจ้าของเขื่อนและรัฐบาลไม่เคยทำตามสัญญาเลยสักครั้ง และนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหายืดเยื้อเรื้อรังมาถึง ๒๖ ปี และเช่นเดียวกันพรุ่งนี้ (๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗) หน่วยงานที่นำเสนอข้อมูลเขื่อนดอนสะโฮง ก็จะพยายามนำเสนอข้อมูลเฉพาะด้านดีของเขื่อนเพียงด้านเดียว พร้อมกับรับปาก สัญญา ต่าง ๆ นานา เพื่อให้เวทีผ่านไปจนเสร็จ แต่หลังจากนั้น คนเหล่านี้ก็จะหายไปไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย
ต่อพฤติกรรมของ MRCS และกรมทรัพยากรน้ำ ที่เร่งรีบดำเนินการจัดเวทีให้ข้อมูลเขื่อนดอนสะโฮง ในครั้งนี้ พวกเรามิอาจคาดหวังได้ว่าจะมีการให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพียงพอที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถตัดสินใจได้ และที่สำคัญพวกเราไม่เห็นหลักประกันอันใดเลยว่า ข้อเสนอของพวกเราจะถูกนำไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ต่อการดำเนินการของเขื่อนดอนสะโฮง เพราะ สปป.ลาว ได้ตัดสินใจแล้ว และกำลังเดินหน้าก่อสร้างเขื่อน
ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และปกป้องการทำลายแม้น้ำโขง  สมัชชาคนจน กรณีปัญหาเขื่อนปากมูล จึงเรียกร้องให้ MRCS และกรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการ ดังนี้
๑. ให้ MRCSและกรมทรัพยากรน้ำ ยกเลิกการจัดเวที ในวันพรุ่งนี้ ทันที พร้อมกับกลับไปทบทวนบทบาทหน่วยงานของตนเอง ว่าจะดำเนินการเพื่อรับใช้นักสร้างเขื่อน หรือเพื่อจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทย
๒. ให้ กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะของรัฐไทย ใช้สิทธิ์ยับยั้งการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ของ สปป.ลาว พร้อมกับเสนอให้ สปป.ลาว เป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีให้ข้อมูลกับประชาชนในประเทศสมาชิก MRC ทั้งสี่ประเทศ  ไม่ใช่ MRSC และกรมทรัพยากรน้ำ มาทำแทนเช่นนี้
๓. ให้กรมทรัพยากรน้ำ หันมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น ปัญหาที่เกิดจากเขื่อนปากมูล ให้เสร็จสิ้นก่อน พร้อมทั้งหาแสวงหาแนวทางในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนโดยยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชน เป็นที่ตั้ง
อย่างไรก็ตาม พวกเรายังหวังว่า กรมทรัพยากรน้ำ ที่เป็นตัวแทนของรัฐไทย จะตระหนักและสำเหนียกว่า เบี้ยหวัดที่พวกท่านได้รับอยู่นั้น มาจากภาษีของประชาชนชาวไทย และในฐานะหุ้นส่วนของสังคมไทย พวกเราจึงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ และที่สำคัญพวกเราได้มีประสบการณ์ที่เจ็บปวดมาแล้วกว่า ๒๖ ปี ซึ่งพวกเราไม่อยากให้ความเลวร้าย ที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเรา เกิดขึ้นซ้ำ ซ้ำ อีกต่อไป การยับยั้งการจัดเวทีในวันพรุ่งนี้ จึงเป็นภารกิจเพื่อปกป้องแม่น้ำ ปกป้องวิถีชีวิต วิถีชุมชนของพวกเรา และของทุกคน
เชื่อมั่นในพลังประชาชน
สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
เขื่อนดอนสะโฮงแถลงการณ์ฉบับที่ ๓ หยุดสร้างเขื่อนดอนสะโฮง หยุดเข่นฆ่าคนหาปลา ลุ่มน้ำโขง

ในวันที่พรุ่งนี้ ( ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗) สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) และ สำนักบริหารจัดการลุ่มน้ำโขง กรมทรัพยากรน้ำ (สบข.) ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 11 กรมทรัพยากรน้ำ (สทภ. 11) จะจัดเวทีการให้ข้อมูลโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำดอนสะโฮง สปป. ลาว ขึ้น ณ ห้องประชุมพิมานทิพย์ (ชั้น 7) ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ที่ดำเนินการอย่างเร่งรีบ จึงน่าเคลือบแคลงอย่างยิ่ง

ต่อการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง และกระบวนการจัดเวทีให้ข้อมูลเขื่อนดอนสะโฮง ในครั้งนี้ พวกเรามีความเห็น ดังนี้

๑. เขื่อนดอนสะโฮง ก่อสร้างโดย สปป.ลาว บริเวณแม่น้ำโขงตอนล่าง ช่วงที่ 4 (ปากเซ สปป.ลาว – กระแจะ กัมพูชา) เกาะสีพันดอน ทางใต้ของ สปป.ลาว เขตติดต่อพรมแดนกัมพูชาประมาณ 7 กิโลเมตร (จากพรมแดน ลาว – กัมพูชา) เป็นการสร้างเขื่อนปิดฮูสะโฮง (ฮูสะโฮง เป็นช่องน้ำไหลอยู่ในแนวเดียวกันกับน้ำตกคอนพะเพ็ง และน้ำตกหลี่ผี) โดยมีแผนจะขุดขยายลำน้ำ(ฮูสะโฮง) เป็นช่องรับน้ำ ๕ กิโลเมตร และก่อสร้างตัวเขื่อนเป็นคันคอนกรีตบดอัดแน่น ความยาว ๖.๘ กม. ความสูง ๒๕ ม. มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีขนาดกำลังผลิต ๒๔๐ - ๒๖๐ เมกะวัตต์ ขณะที่ฮูสะโฮง มีความลาดเอียงต่ำกว่าหลี่ผีและคอนพะเพ็ง สภาพเช่นนี้จึงเอื้อให้ปลาจำนวนมาก สามารถเดินทางจากทะเลสาบเขมรเข้ามาสู่แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาแม่น้ำโขง ซึ่งรวมถึงแม่น้ำมูนด้วย แต่วัฏจักรของปลานี้จะหายไปเมื่อเขื่อนดอนสะโฮงสร้างแล้วเสร็จ

๒. เขื่อนดอนสะโฮง จะถูกสร้างขึ้นในลำน้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติ แม่น้ำโขงนับเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจุดกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบต และมีจุดกำเนิดร่วมกับอีก ๒ แม่น้ำ คือแม่น้ำแยงซี และแม่น้ำสาละวิน ไหลผ่านถึง ๗ ประเทศ จนกระทั่งไหลไปออกทะเลจีนใต้ที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่เวียดนาม มีลำน้ำสาขาต่าง ๆ มากมาย รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำอีกจำนวนมาก เช่น แม่น้ำมูน, แม่น้ำชี ,แม่น้ำสงคราม และทะเลสาบเขมร แม่น้ำโขงนับเป็นแม่น้ำสายที่ยาวเป็นอันดับที่ ๑๐ ของโลก และเป็นแม่น้ำที่มีความหลากหลายของชนิดปลามากเป็นอันดับ ๓ ของโลก รองจากแม่น้ำอเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ และแม่น้ำคองโกในทวีปแฟริกาปลาที่พบในลุ่มแม่น้ำโขง ในปัจจุบันนี้พบแล้วกว่า ๑,๒๐๐ ชนิด และคาดว่าอาจมีถึง ๑,๗๐๐ ชนิด จะส่งผลกระทบทำให้ปลาจำนวนมากลดจำนวนลงและปลาอีกหลายชนิดจะสูญพันธ์ุไป เช่นเดียวกับการสร้างเขื่อนปากมูลที่ทำให้ปลาในแม่น้ำมูนลดจำนวนลงอย่างมาก ซึ่งผลกระทบนี้จะเกิดขึ้นกับประชาชนในหลายประเทศร่วมถึงประชาชนไทยด้วย

๓. แม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงทั้งสี่ประเทศซึ่งใช้ประโยชน์ลุ่มน้ำโขงตอนล่างร่วมกัน ได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการร่วมมือ “การพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง แบบยั่งยืน” ได้ร่วมกันก่อตั้ง คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC) โดยในส่วนของประเทศไทยหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการคือ “กรมทรัพยากรน้ำ” การสร้างเขื่อนดอนสะโฮง กั้นแม่น้ำโขง จึงควรอย่างยิ่งที่ MRC จะต้องทำหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในกลุ่มประเทศสมาชิก แต่ MRC กลับเพิกเฉย และที่สำคัญกรมทรัพยากรน้ำในฐานะตัวแทนประเทศไทย ยังออกหน้าจัดเวทีแทนเจ้าของเขื่อน (เจ้าของเขื่อนคือ สปป.ลาว) เสมือนหนึ่งว่าการจัดเวทีครั้งนี้เป็นไปเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับเขื่อนดอนสะโฮง พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ต่างจาก “มือปืนรับจ้าง”
๔. ความล้มเหลวจากเขื่อนปากมูล แต่ไม่นำไปเป็นบทเรียน เขื่อนปากมูลถูกสร้างขึ้นโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของชาวบ้านคนหาปลา และนักวิชาการว่าเขื่อนปากมูลจะส่งผลให้ปลาลดลง ซึ่งนักสร้างเขื่อนพยายามหาเหตุผลและเสนอเทคนิคมากมายเพื่อแก้ไขปัญหาการลดลงของชนิดพันธ์ุปลา และปริมาณปลาในลุ่มน้ำมูน แต่จนถึงปัจจุบันก็ไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้แล้วเขื่อนปากมูลซึ่งเดิมเป็นเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นเขื่อนเพื่อการชลประทาน ขณะที่ชาวบ้านยังคงเรียกร้องความเป็นธรรมต่อเนื่องยาวนานกว่า ๒๖ ปี และพวกเขายังคงต้องเรียกร้องต่อไปจนกว่าความเป็นธรรมจะเกิดขึ้น

๕. คำสัญญาที่หลอกลวง ชาวบ้านปากมูนได้เคยมีข้อตกลงจำนวนมากกับการไฟฟ้า ฯ และรัฐบาล ทั้งก่อนการสร้างเขื่อนปากมูล และเมื่อเขื่อนปากมูลสร้างเสร็จแล้ว แต่ทุกข้อตกลงที่ผ่านมา เจ้าของเขื่อนและรัฐบาลไม่เคยทำตามสัญญาเลยสักครั้ง และนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหายืดเยื้อเรื้อรังมาถึง ๒๖ ปี และเช่นเดียวกันพรุ่งนี้ (๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗) หน่วยงานที่นำเสนอข้อมูลเขื่อนดอนสะโฮง ก็จะพยายามนำเสนอข้อมูลเฉพาะด้านดีของเขื่อนเพียงด้านเดียว พร้อมกับรับปาก สัญญา ต่าง ๆ นานา เพื่อให้เวทีผ่านไปจนเสร็จ แต่หลังจากนั้น คนเหล่านี้ก็จะหายไปไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย
ต่อพฤติกรรมของ MRCS และกรมทรัพยากรน้ำ ที่เร่งรีบดำเนินการจัดเวทีให้ข้อมูลเขื่อนดอนสะโฮง ในครั้งนี้ พวกเรามิอาจคาดหวังได้ว่าจะมีการให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพียงพอที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถตัดสินใจได้ และที่สำคัญพวกเราไม่เห็นหลักประกันอันใดเลยว่า ข้อเสนอของพวกเราจะถูกนำไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ต่อการดำเนินการของเขื่อนดอนสะโฮง เพราะ สปป.ลาว ได้ตัดสินใจแล้ว และกำลังเดินหน้าก่อสร้างเขื่อน

ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และปกป้องการทำลายแม้น้ำโขง  สมัชชาคนจน กรณีปัญหาเขื่อนปากมูล จึงเรียกร้องให้ MRCS และกรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการ ดังนี้

๑. ให้ MRCSและกรมทรัพยากรน้ำ ยกเลิกการจัดเวที ในวันพรุ่งนี้ ทันที พร้อมกับกลับไปทบทวนบทบาทหน่วยงานของตนเอง ว่าจะดำเนินการเพื่อรับใช้นักสร้างเขื่อน หรือเพื่อจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทย

๒. ให้ กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะของรัฐไทย ใช้สิทธิ์ยับยั้งการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง ของ สปป.ลาว พร้อมกับเสนอให้ สปป.ลาว เป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีให้ข้อมูลกับประชาชนในประเทศสมาชิก MRC ทั้งสี่ประเทศ  ไม่ใช่ MRSC และกรมทรัพยากรน้ำ มาทำแทนเช่นนี้

๓. ให้กรมทรัพยากรน้ำ หันมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น ปัญหาที่เกิดจากเขื่อนปากมูล ให้เสร็จสิ้นก่อน พร้อมทั้งหาแสวงหาแนวทางในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนโดยยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชน เป็นที่ตั้ง

อย่างไรก็ตาม พวกเรายังหวังว่า กรมทรัพยากรน้ำ ที่เป็นตัวแทนของรัฐไทย จะตระหนักและสำเหนียกว่า เบี้ยหวัดที่พวกท่านได้รับอยู่นั้น มาจากภาษีของประชาชนชาวไทย และในฐานะหุ้นส่วนของสังคมไทย พวกเราจึงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ และที่สำคัญพวกเราได้มีประสบการณ์ที่เจ็บปวดมาแล้วกว่า ๒๖ ปี ซึ่งพวกเราไม่อยากให้ความเลวร้าย ที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเรา เกิดขึ้นซ้ำ ซ้ำ อีกต่อไป การยับยั้งการจัดเวทีในวันพรุ่งนี้ จึงเป็นภารกิจเพื่อปกป้องแม่น้ำ ปกป้องวิถีชีวิต วิถีชุมชนของพวกเรา และของทุกคน

เชื่อมั่นในพลังประชาชน
สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง