• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ การปฏิรูปการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วมระหว่างประเทศ : เพียรพร ดีเทศน์

การปฏิรูปการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วมระหว่างประเทศ : เพียรพร ดีเทศน์

อีเมล พิมพ์ PDF
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติระหว่างประเทศมักจะถูกละเลยเรื่องการมีส่วนร่วม เช่นกรณีที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน คือการก่อสร้างเขื่อนที่กั้นขวางลำน้ำโขงที่จะกระทบทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่เพียงประเทศเดียว แต่ทุกประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง
“แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคของเรา จากต้นทางที่เชิงภูเขาหิมาลัย ลงมาถึงปากแม่น้ำโขงที่ประเทศเวียดนาม แม่น้ำโขงมีความยาวกว่า 4,880 กิโลเมตร ตลอดระยะทางทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะแม่น้ำโขงตอนล่างคือ 4 ประเทศ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ในสี่ประเทศนี้มีคนจำเป็นต้องพึ่งพิงแม่น้ำโขงราว 60 ล้านคน รวมประเทศจีนก็ราว 100 ล้านคน”
แต่ในสายตาของนักพัฒนาและนักลงทุน แม่น้ำโขงไม่ต่างจากแหล่งพลังงานน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถูกก่อสร้างแล้วทั้งสิ้น 6 แห่งในประเทศจีน ทางตอนบนของแม่น้ำโขง โดยมีอีกกว่า 12 โครงการที่วางแผนจะก่อสร้าง และมีหนึ่งโครงการ คือเขื่อนไซยะบุรี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน
การก่อสร้างเขื่อนทางตอนบนของประเทศจีน ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนมายังประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างเช่นประเทศไทยและลาว เนื่องจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนที่ไม่ได้สนใจกระแสการไหลธรรมชาติ ทำให้กระแสน้ำขึ้นลงผันผวนผิดแผกไปจากฤดูกาลธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศ การอพยพของปลา และทำให้ความรู้ท้องถิ่นในการทำประมงพื้นบ้านไม่สามารถปรับใช้ได้อีกต่อไป
กระแสน้ำที่ขึ้นลงอย่างรุนแรง ฉับพลัน และผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรมริมน้ำ และอาจเป็นการอวสานของ ‘ไก’สาหร่ายน้ำจืดซึ่งสามารถนำมาประกอบอาหาร และเป็นแหล่งรายได้หลักของผู้หญิงริมฝั่งน้ำโขง
สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนที่อยู่ไกลจากลุ่มน้ำโขงตอนล่างหลายร้อยกิโลเมตร แต่ภัยคุกคามในปัจจุบันคือการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี เขื่อนขนาดใหญ่แห่งแรกในลุ่มน้ำโขงตอนล่างซึ่งสร้างไปแล้วถึงร้อยละ 40 เป็นโครงการของประเทศลาวโดยมีผู้มีส่วนได้เสียหลักคือเหล่าบริษัทมหาชนในประเทศไทย ในฐานะผู้ให้สินเชื่อ ผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยมีผู้ร่วมลงทุนอย่างบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย แม้แต่ผู้รับซื้อไฟฟ้าก็ยังเป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับซื้อไฟฟ้ากว่าร้อยละ 95
“ไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี โดยคิดเป็นเพียงร้อยละ 2 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย ดังนั้นเราสามารถหาทางเลือกด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างอื่น หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้า โดยไม่ต้องก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี
“ประเด็นที่เราห่วงในเรื่องไซยะบุรี คือการประมงน้ำจืดในลำน้ำโขงตอนล่าง เพราะที่นี่เป็นแหล่งสำคัญที่สุดของการประมงน้ำจืดของโลก และปลาในแม่น้ำโขงที่ผลิจให้เรากิน ให้เราใช้อยู่ทุกวันนี้ ร้อยละ 70 เป็นปลาอพยพทางไกล คืออาศัยอยู่ทางตอนล่าง และขึ้นมาวางไข่ทางตอนบนหรือบริเวณลำน้ำสาขา เพราะฉะนั้น หากมีการกั้นแม่น้ำโขงเป็นชั้นๆ ปลาก็ไม่อาจอพยพขึ้นมาได้ และบันไดปลาโจนหรือลิฟต์ปลาตามที่เสนอมาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
“มีการสำรวจว่า ในหน้าอพยพของปลา ปลาปริมาตรสูงถึง 30 ตันจำเป็นต้องใช้ลำน้ำเป็นทางอพยพ นั่นหมายความว่า ไม่มีทางที่เทคโนโลยีใดจะสามารถช่วยลดผลกระทบลงได้”
หากเราคิดว่าการพาปลาขึ้นไปตามลำน้ำโขงเป็นเรื่องยากแล้ว การที่พาปลาอพยพลงมาเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า เพราะปัจจุบันกังหันปั่นไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อปลา เป็นนวัตกรรมที่ยังไม่มีจริง เพราะปลาในแม่น้ำโขงมีตั้งแต่ปลาตัวเล็กๆไปจนถึงปลาใหญ่อย่างปลาบึก แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่ปลาจะผ่านกังหันโดยไม่ออกมาเป็นชิ้นๆ ?
“นอกจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การอพยพชุมชนที่เคยอยู่ริมลำน้ำก็กระทบต่อความมั่นคงของชุมชน เพราะที่หมู่บ้านใหม่ พวกเขาจำเป็นต้องซื้อข้าว ซื้อปลา ซื้ออาหารกิน จากแต่เดิมที่เขาสามารถพึ่งพาทรัพยากรแม่น้ำโขงได้อย่างเต็มที่
“ไซยะบุรี เป็นโครงการที่ทำให้เรามองเห็นว่าในภูมิภาคของเรา แหล่งทุนสามารถแสวงหากำไรได้อย่างเสรี บางคนก็บอกว่าคุณจะไปยุ่งอะไรกับเขื่อนประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในความเป็นจริง เขื่อนไซยะบุรีคือเขื่อนสัญชาติไทยแท้ๆ ทั้งเงินลงทุนและผู้รับซื้อไฟฟ้า
“เราอยากจะเห็นบริษัทของไทย ลงทุนในต่างประเทศอย่างรับผิดชอบและมีสำนึกต่อทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงโครงการที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเริ่มทำการศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดน”
เวทีปฏิรูปสิ่งแวดล้อม ในงานจากป่า สู่เมือง รำลึก 24 ปี สืบ นาคะเสถียร วันที่ 26 กันยายน 2557 หัวข้อ ปฏิรูปการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วมระหว่างประเทศ : เพียรพร ดีเทศน์ผู้ประสานงานการรณรงค์ประเทศไทย องค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers)
เรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
แม่น้ำโขงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติระหว่างประเทศมักจะถูกละเลยเรื่องการมีส่วนร่วม เช่นกรณีที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน คือการก่อสร้างเขื่อนที่กั้นขวางลำน้ำโขงที่จะกระทบทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่เพียงประเทศเดียว แต่ทุกประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง

“แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคของเรา จากต้นทางที่เชิงภูเขาหิมาลัย ลงมาถึงปากแม่น้ำโขงที่ประเทศเวียดนาม แม่น้ำโขงมีความยาวกว่า 4,880 กิโลเมตร ตลอดระยะทางทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะแม่น้ำโขงตอนล่างคือ 4 ประเทศ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ในสี่ประเทศนี้มีคนจำเป็นต้องพึ่งพิงแม่น้ำโขงราว 60 ล้านคน รวมประเทศจีนก็ราว 100 ล้านคน”

แต่ในสายตาของนักพัฒนาและนักลงทุน แม่น้ำโขงไม่ต่างจากแหล่งพลังงานน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถูกก่อสร้างแล้วทั้งสิ้น 6 แห่งในประเทศจีน ทางตอนบนของแม่น้ำโขง โดยมีอีกกว่า 12 โครงการที่วางแผนจะก่อสร้าง และมีหนึ่งโครงการ คือเขื่อนไซยะบุรี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน

การก่อสร้างเขื่อนทางตอนบนของประเทศจีน ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนมายังประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างเช่นประเทศไทยและลาว เนื่องจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนที่ไม่ได้สนใจกระแสการไหลธรรมชาติ ทำให้กระแสน้ำขึ้นลงผันผวนผิดแผกไปจากฤดูกาลธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศ การอพยพของปลา และทำให้ความรู้ท้องถิ่นในการทำประมงพื้นบ้านไม่สามารถปรับใช้ได้อีกต่อไป

กระแสน้ำที่ขึ้นลงอย่างรุนแรง ฉับพลัน และผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรมริมน้ำ และอาจเป็นการอวสานของ ‘ไก’สาหร่ายน้ำจืดซึ่งสามารถนำมาประกอบอาหาร และเป็นแหล่งรายได้หลักของผู้หญิงริมฝั่งน้ำโขง

สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนที่อยู่ไกลจากลุ่มน้ำโขงตอนล่างหลายร้อยกิโลเมตร แต่ภัยคุกคามในปัจจุบันคือการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี เขื่อนขนาดใหญ่แห่งแรกในลุ่มน้ำโขงตอนล่างซึ่งสร้างไปแล้วถึงร้อยละ 40 เป็นโครงการของประเทศลาวโดยมีผู้มีส่วนได้เสียหลักคือเหล่าบริษัทมหาชนในประเทศไทย ในฐานะผู้ให้สินเชื่อ ผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยมีผู้ร่วมลงทุนอย่างบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย แม้แต่ผู้รับซื้อไฟฟ้าก็ยังเป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับซื้อไฟฟ้ากว่าร้อยละ 95

เขื่อนไซยะบุรี
บริเวณที่กำลังก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ขณะโดนน้ำท่วมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2556

“ไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี โดยคิดเป็นเพียงร้อยละ 2 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย ดังนั้นเราสามารถหาทางเลือกด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างอื่น หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้า โดยไม่ต้องก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี

“ประเด็นที่เราห่วงในเรื่องไซยะบุรี คือการประมงน้ำจืดในลำน้ำโขงตอนล่าง เพราะที่นี่เป็นแหล่งสำคัญที่สุดของการประมงน้ำจืดของโลก และปลาในแม่น้ำโขงที่ผลิจให้เรากิน ให้เราใช้อยู่ทุกวันนี้ ร้อยละ 70 เป็นปลาอพยพทางไกล คืออาศัยอยู่ทางตอนล่าง และขึ้นมาวางไข่ทางตอนบนหรือบริเวณลำน้ำสาขา เพราะฉะนั้น หากมีการกั้นแม่น้ำโขงเป็นชั้นๆ ปลาก็ไม่อาจอพยพขึ้นมาได้ และบันไดปลาโจนหรือลิฟต์ปลาตามที่เสนอมาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

“มีการสำรวจว่า ในหน้าอพยพของปลา ปลาปริมาตรสูงถึง 30 ตันจำเป็นต้องใช้ลำน้ำเป็นทางอพยพ นั่นหมายความว่า ไม่มีทางที่เทคโนโลยีใดจะสามารถช่วยลดผลกระทบลงได้”

หากเราคิดว่าการพาปลาขึ้นไปตามลำน้ำโขงเป็นเรื่องยากแล้ว การที่พาปลาอพยพลงมาเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า เพราะปัจจุบันกังหันปั่นไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อปลา เป็นนวัตกรรมที่ยังไม่มีจริง เพราะปลาในแม่น้ำโขงมีตั้งแต่ปลาตัวเล็กๆไปจนถึงปลาใหญ่อย่างปลาบึก แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่ปลาจะผ่านกังหันโดยไม่ออกมาเป็นชิ้นๆ ?

“นอกจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การอพยพชุมชนที่เคยอยู่ริมลำน้ำก็กระทบต่อความมั่นคงของชุมชน เพราะที่หมู่บ้านใหม่ พวกเขาจำเป็นต้องซื้อข้าว ซื้อปลา ซื้ออาหารกิน จากแต่เดิมที่เขาสามารถพึ่งพาทรัพยากรแม่น้ำโขงได้อย่างเต็มที่

“ไซยะบุรี เป็นโครงการที่ทำให้เรามองเห็นว่าในภูมิภาคของเรา แหล่งทุนสามารถแสวงหากำไรได้อย่างเสรี บางคนก็บอกว่าคุณจะไปยุ่งอะไรกับเขื่อนประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในความเป็นจริง เขื่อนไซยะบุรีคือเขื่อนสัญชาติไทยแท้ๆ ทั้งเงินลงทุนและผู้รับซื้อไฟฟ้า

ลำนำโขง
เขื่อนกั้นลำน้ำโขง

“เราอยากจะเห็นบริษัทของไทย ลงทุนในต่างประเทศอย่างรับผิดชอบและมีสำนึกต่อทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงโครงการที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเริ่มทำการศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดน”

เพียรพร ดีเทศน์


วีดีโอความสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง

เวทีปฏิรูปสิ่งแวดล้อม ในงานจากป่า สู่เมือง รำลึก 24 ปี สืบ นาคะเสถียร วันที่ 26 กันยายน 2557 หัวข้อ ปฏิรูปการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วมระหว่างประเทศ : เพียรพร ดีเทศน์ผู้ประสานงานการรณรงค์ประเทศไทย องค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers)
เรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง