• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ ขอให้ยุติโครงการเขื่อนแม่วงก์

ขอให้ยุติโครงการเขื่อนแม่วงก์

อีเมล พิมพ์ PDF
เรื่อง ขอให้ยุติโครงการเขื่อนแม่วงก์
เรียน คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีแนวนโยบายในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบโครงการลักษณะเดียวกับของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงาน โดยจะมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาว่าโครงการใดที่จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้รวมทั้งจะดำเนินการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนบางกลุ่มด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนในภาพรวม ทั้งนี้เพื่อต้องการฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอยู่ในขณะนี้และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนรวมถึงต้องการแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย
ถึงแม้จะได้มีการระงับโครงการ 3.5 แสนล้าน ไปแล้ว แต่ยังมีความพยายามจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในการเสนอเรื่องการแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการน้ำอยู่เสมอและหนึ่งในแผนการดังกล่าวยังคงเสนอให้มีการการก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ คือ โครงการเขื่อนแม่วงก์ ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งปัจจุบัน (พ.ศ.2557) ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยเหลืออยู่เพียงแค่ ร้อยละ 31.57 ของพื้นที่ประเทศเท่านั้นและยังคงมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศอย่างยากจะแก้ไขให้กลับคืนมาดั่งเดิมได้ และทั้งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยได้อย่างแท้จริงตามวัตถุประสงค์อันดีที่ได้ตั้งใจไว้ ถ้าปล่อยให้มีการสร้างเขื่อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ คำว่าป่าอนุรักษ์คงไม่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป ใครจะบุกรุกเข้ามาทำลายหรือแม้แต่หน่วยงานของภาครัฐเองก็สามารถที่จะเข้ามาพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้ โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฟังเสียงทัดทานจากใครอีกเลย
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงใคร่ขอให้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก พิจารณาข้อเสนออันเป็นประโยชน์เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้สิ่งก่อสร้างในพื้นที่ป่า เพื่อเป็นการรักษาผืนป่าที่เหลืออยู่เก็บไว้ให้ลูกหลานต่อไปในอนาคตดังต่อไปนี้ คือ
1. การจัดสรรน้ำให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง โดยการสนับสนุนให้มีแหล่งกักเก็บน้ำใกล้บ้านภายในชุมชนของตนเองพัฒนาฝาย และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ในชนบททุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ กระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นโดยเน้นการจัดสรรอย่างเป็นระบบและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะเนื่องจากหลายๆ โครงการของภาครัฐที่ผ่านๆ มา ที่ได้ดำเนินการให้กับท้องถิ่นนั้น เมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วได้ถูกทิ้งร้าง หรือปล่อยให้ทรุดโทรม ชำรุดหรือถูกขโมยชิ้นส่วนทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความตั้งใจของผู้ก่อสร้าง เนื่องจาก เป็นโครงการที่ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง หรือบางโครงการแม้มีการใช้งาน แต่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ใช้น้ำด้วยกันในพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้น ควรต้องมีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการดำเนินโครงการอย่างครอบคลุมทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการดำเนินการของรัฐอย่างแท้จริง
2. การบริหารจัดการน้ำท่วม ในหลายๆ พื้นที่ ปัญหาน้ำท่วมเกิดจากการที่ลำน้ำสาธารณะตื้นเขินไม่ได้รับการขุดลอก มีการก่อสร้างรุกล้ำทางน้ำสาธารณะทำให้น้ำไม่สามารถระบายไปได้โดยสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ลำน้ำมีลักษณะแคบและเป็นคอขวด ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการไหลของน้ำ และยังส่งผลให้เกิดการเอ่อล้นในฤดูน้ำหลาก ดังนั้นจึงควรเร่งดำเนินการในขั้นตอน ดังนี้
2.1 สิ่งก่อสร้างในลำน้ำกีดขวางทางน้ำ กรณีที่สิ่งก่อสร้างนั้น เช่น ฝาย ประตูระบายน้ำ หรือสะพานคอนกรีต ไม่ได้ใช้งาน หรือใช้งานไม่ได้ ควรมีการรื้อถอนออกเพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องกีดขวางทางน้ำเสียเอง
2.2  สำรวจเพื่อตรวจสอบแนวเขตทางน้ำตรวจสอบสิทธิการครอบครองของผู้รุกล้ำและแนวทางการดำเนินการตามกฎหมาย จัดทำรายชื่อผู้รุกล้ำเส้นทางน้ำและกำหนดมาตรการการรื้อ ถอนหรือบังคับใช้มาตรการที่มีอยู่แล้วโดยไม่เลือกปฏิบัติรวมทั้งการจัดทำผังการใช้ประโยชน์ที่ดินรวม และจัดทำผังน้ำเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจสภาพตามธรรมชาติของลำน้ำและไม่บุกรุกเพิ่มโดยพิจารณาจากลักษณะการใช้พื้นที่จริงในปัจจุบันเป็นองค์ประกอบด้วย รวมทั้งต้องสอดคล้องกับฤดูการผลิต วิถีชุมชน และสภาวะอากาศภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งกระบวนการจัดทำจำเป็นต้องมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนด้วย
2.3 ฟื้นฟูและป้องกันทรัพยากรป่าไม้ป่าไม้เป็นตัวยึดหน้าดินและดูดซับน้ำ แต่ป่าต้นน้ำยังคงถูกบุกรุกอย่างต่อเนื่อง การที่ป่าต้นน้ำหายไปจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำท่วมเนื่องจากไม่มีผืนป่าไว้คอยดูดซับน้ำ ดังนั้นการปลูกป่าจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่รัฐบาลควรดำเนินการอย่างจริงจังในการควบคุมการบุกรุกป่า การลักลอบตัดไม้ และการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่า เพื่อให้ไม่มีการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้เพิ่มเติม รวมทั้งฟื้นฟูป่าที่เริ่มเสื่อมสภาพจากการถูกบุกรุก
3. การบริหารจัดการน้ำในฤดูน้ำหลาก สามารถทำได้ด้วยการฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ และจัดระบบการเพาะปลูกควรมีการจัดระบบการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับฤดูกาลและสภาพดินฟ้าอากาศปรับปรุงเพื่อการใช้งานแก้มลิงตามธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะพื้นที่แก้มลิงควรสามารถใช้งานเพื่อรองรับน้ำได้ในเวลาที่น้ำท่วมสูงสุดไหลผ่าน (ราวเดือนสิงหาคม- พฤศจิกายน) ซึ่งการบริหารจัดการต้องสอดคล้องกันระหว่างระบบการปลูกพืช และการใช้ระบบแก้มลิง รวมถึงการปรับปรุงห้วย หนอง บึง หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติเดิมที่มีอยู่ ให้มีประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำหรือเป็นแก้มลิงในช่วงหน้าน้ำหลากลงทุ่งนั่นเอง
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงใคร่ขอความกรุณาจากคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ได้โปรดพิจารณาโครงการเพื่อการออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใหม่อย่างรอบคอบ รอบด้าน และนำผลการศึกษาที่ถูกต้องเหมาะสมนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, เขื่อนแม่วงก์เรื่อง ขอให้ยุติโครงการเขื่อนแม่วงก์
เรียน คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีแนวนโยบายในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบโครงการลักษณะเดียวกับของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงาน โดยจะมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาว่าโครงการใดที่จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้รวมทั้งจะดำเนินการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนบางกลุ่มด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนในภาพรวม ทั้งนี้เพื่อต้องการฟื้นฟูสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอยู่ในขณะนี้และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนรวมถึงต้องการแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย

ถึงแม้จะได้มีการระงับโครงการ 3.5 แสนล้าน ไปแล้ว แต่ยังมีความพยายามจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในการเสนอเรื่องการแก้ไขปัญหาในการบริหารจัดการน้ำอยู่เสมอและหนึ่งในแผนการดังกล่าวยังคงเสนอให้มีการการก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ คือ โครงการเขื่อนแม่วงก์ ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งปัจจุบัน (พ.ศ.2557) ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยเหลืออยู่เพียงแค่ ร้อยละ 31.57 ของพื้นที่ประเทศเท่านั้นและยังคงมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศอย่างยากจะแก้ไขให้กลับคืนมาดั่งเดิมได้ และทั้งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยได้อย่างแท้จริงตามวัตถุประสงค์อันดีที่ได้ตั้งใจไว้ ถ้าปล่อยให้มีการสร้างเขื่อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ คำว่าป่าอนุรักษ์คงไม่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป ใครจะบุกรุกเข้ามาทำลายหรือแม้แต่หน่วยงานของภาครัฐเองก็สามารถที่จะเข้ามาพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้ โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฟังเสียงทัดทานจากใครอีกเลย

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงใคร่ขอให้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก พิจารณาข้อเสนออันเป็นประโยชน์เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้สิ่งก่อสร้างในพื้นที่ป่า เพื่อเป็นการรักษาผืนป่าที่เหลืออยู่เก็บไว้ให้ลูกหลานต่อไปในอนาคตดังต่อไปนี้ คือ

1. การจัดสรรน้ำให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง โดยการสนับสนุนให้มีแหล่งกักเก็บน้ำใกล้บ้านภายในชุมชนของตนเองพัฒนาฝาย และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ในชนบททุกพื้นที่ที่มีศักยภาพ กระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นโดยเน้นการจัดสรรอย่างเป็นระบบและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะเนื่องจากหลายๆ โครงการของภาครัฐที่ผ่านๆ มา ที่ได้ดำเนินการให้กับท้องถิ่นนั้น เมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วได้ถูกทิ้งร้าง หรือปล่อยให้ทรุดโทรม ชำรุดหรือถูกขโมยชิ้นส่วนทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความตั้งใจของผู้ก่อสร้าง เนื่องจาก เป็นโครงการที่ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง หรือบางโครงการแม้มีการใช้งาน แต่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ใช้น้ำด้วยกันในพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้น ควรต้องมีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการดำเนินโครงการอย่างครอบคลุมทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการดำเนินการของรัฐอย่างแท้จริง

2. การบริหารจัดการน้ำท่วม ในหลายๆ พื้นที่ ปัญหาน้ำท่วมเกิดจากการที่ลำน้ำสาธารณะตื้นเขินไม่ได้รับการขุดลอก มีการก่อสร้างรุกล้ำทางน้ำสาธารณะทำให้น้ำไม่สามารถระบายไปได้โดยสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ลำน้ำมีลักษณะแคบและเป็นคอขวด ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการไหลของน้ำ และยังส่งผลให้เกิดการเอ่อล้นในฤดูน้ำหลาก ดังนั้นจึงควรเร่งดำเนินการในขั้นตอน ดังนี้

2.1 สิ่งก่อสร้างในลำน้ำกีดขวางทางน้ำ กรณีที่สิ่งก่อสร้างนั้น เช่น ฝาย ประตูระบายน้ำ หรือสะพานคอนกรีต ไม่ได้ใช้งาน หรือใช้งานไม่ได้ ควรมีการรื้อถอนออกเพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องกีดขวางทางน้ำเสียเอง

2.2  สำรวจเพื่อตรวจสอบแนวเขตทางน้ำตรวจสอบสิทธิการครอบครองของผู้รุกล้ำและแนวทางการดำเนินการตามกฎหมาย จัดทำรายชื่อผู้รุกล้ำเส้นทางน้ำและกำหนดมาตรการการรื้อ ถอนหรือบังคับใช้มาตรการที่มีอยู่แล้วโดยไม่เลือกปฏิบัติรวมทั้งการจัดทำผังการใช้ประโยชน์ที่ดินรวม และจัดทำผังน้ำเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจสภาพตามธรรมชาติของลำน้ำและไม่บุกรุกเพิ่มโดยพิจารณาจากลักษณะการใช้พื้นที่จริงในปัจจุบันเป็นองค์ประกอบด้วย รวมทั้งต้องสอดคล้องกับฤดูการผลิต วิถีชุมชน และสภาวะอากาศภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งกระบวนการจัดทำจำเป็นต้องมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนด้วย

2.3 ฟื้นฟูและป้องกันทรัพยากรป่าไม้ป่าไม้เป็นตัวยึดหน้าดินและดูดซับน้ำ แต่ป่าต้นน้ำยังคงถูกบุกรุกอย่างต่อเนื่อง การที่ป่าต้นน้ำหายไปจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำท่วมเนื่องจากไม่มีผืนป่าไว้คอยดูดซับน้ำ ดังนั้นการปลูกป่าจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่รัฐบาลควรดำเนินการอย่างจริงจังในการควบคุมการบุกรุกป่า การลักลอบตัดไม้ และการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่า เพื่อให้ไม่มีการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้เพิ่มเติม รวมทั้งฟื้นฟูป่าที่เริ่มเสื่อมสภาพจากการถูกบุกรุก

3. การบริหารจัดการน้ำในฤดูน้ำหลาก สามารถทำได้ด้วยการฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ และจัดระบบการเพาะปลูกควรมีการจัดระบบการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับฤดูกาลและสภาพดินฟ้าอากาศปรับปรุงเพื่อการใช้งานแก้มลิงตามธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะพื้นที่แก้มลิงควรสามารถใช้งานเพื่อรองรับน้ำได้ในเวลาที่น้ำท่วมสูงสุดไหลผ่าน (ราวเดือนสิงหาคม- พฤศจิกายน) ซึ่งการบริหารจัดการต้องสอดคล้องกันระหว่างระบบการปลูกพืช และการใช้ระบบแก้มลิง รวมถึงการปรับปรุงห้วย หนอง บึง หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติเดิมที่มีอยู่ ให้มีประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำหรือเป็นแก้มลิงในช่วงหน้าน้ำหลากลงทุ่งนั่นเอง

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงใคร่ขอความกรุณาจากคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ได้โปรดพิจารณาโครงการเพื่อการออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใหม่อย่างรอบคอบ รอบด้าน และนำผลการศึกษาที่ถูกต้องเหมาะสมนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง