• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

ปัญหาป่าไม้ไทย

อีเมล พิมพ์ PDF

ศศิน เฉลิมลาภสัมภาษณ์ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ถึงประเด็นสถานการณ์ป่าไม้ในปัจจุบันของประเทศไทย และบทบาทหน้าที่ในการรักษาป่าของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในรายการ ปฏิรูปประเทศไทยกับมหาวทยาลัยรังสิต ตอนปัญหาป่าไม้ ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2557

 






ปัญหาป่าไม้ไทย ตอนที่ 1

 



ปัญหาป่าไม้ไทย ตอนที่ 2




ป่าไม้สำคัญอย่างไร
ป่าเป็นต้นน้ำ สามารถกันตะกอนจากภูเขาไม่ให้ลงมา ชะลอการไหลหลากของน้ำป่า ปล่อยให้ค่อยๆ ไหลลงมาพอดีกับลำห้วย พอดีกับลำน้ำไม่ให้มันหมด ชะลอไว้ในหน้าแล้งด้วย ซึ่งเขื่อนมันไม่ได้มีอยู่ในทุกลำน้ำสายย่อย และก็ไม่ได้มีเฉพาะน้ำผิวดิน ยังมีน้ำใต้ดินที่ค่อยๆ ซึมมาทางใต้ดินให้ความชุ่มชื้น อันนี้คือสมดุลทางตรง ที่เขาว่ากันว่าประเทศที่ต้องการทำเกษตรมันต้องมีป่าสัก 40% อย่างญี่ปุ่นมี 70% อย่าไปคิดว่าเขาเจริญแล้วเขาไม่มี เขามีอุตสาหกรรมแต่เขาก็มีป่า ส่วนประเทศไทยมีอยู่ 30% คือ 1 ใน 3 ซึ่งก็ไม่ได้เลวร้าย

เราปล่อยให้เกิดการทำลายป่ามาหลายปี เพราะเราไม่ได้คิดเรื่องนี้เลยหรืออย่างไร
เพราะเราก็ตัดป่าไปขาย คือการใช้ทรัพยากรโดยตรง ในยุคสัมปทานป่าก็ตัดไปขายกันหมด เวลาพูดว่าขาดจิตสำนึก ก็คือรัฐนะขาดจิตสำนึก มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาชน ใครขาดจิตสำนึกก็คือรัฐขาดจิตสำนึก เพราะตัดไปขาย พอตัดก็รัฐอีกนั่นแหละที่ไม่ดูแล คือการตัดมันต้องตัดเป็นแปลง ตัดแปลงนี้ก็ไปปลูกแปลงนี้ให้เป็นลายสก็อต เสร็จแล้วเดี๋ยวสัตว์มันก็วิ่งกลับมา ต้นไม้ก็ขึ้น แต่พอตัดเสร็จก็บอกว่าตรงนี้จะถูกปฏิรูปที่ดิน ตรงนี้จะต้องถูกให้คนเข้ามาใช้ เสร็จแล้วก็เอาไปขายกันบ้าง ก็หมด แทนที่เหลือก็ให้มันฟื้นฟูขึ้นมาอะไรแบบนี้ก็ไม่เห็นมี พอตัดเสร็จก็มีคนตามเข้าไป ทั้งนายทุน ทั้งชาวบ้าน ก็มีถนน ต้นไม้ที่นายทุนเอาไปเป็นต้นใหญ่ๆ พอชาวบ้านเข้าไปก็ตัดขนาดกลางขนาดเล็ก จนถึงเผาถ่าน เผาถ่านนี้เป็นกระบวนการสุดท้าย แต่บางพื้นที่ก็มีชุมชนเข้าไป เข้าไปโดยไม่ต้องเอาไม้ออกมาเป็นมูลค่า เข้าไปเผาเพื่อที่จะเอาที่ แต่ทั้งหมดประชาชนชาวบ้านทำเองไม่ได้ อย่างป่าเมืองกาญจน์เขาเล่าให้ผมฟังว่าในป่าลึกๆ ขึ้นเขาไป มีคนเอาชาวบ้านเข้าไปเป็นคันรถ เพื่อเข้าไปเป็นฐานเสียงไปเป็นคะแนนเสียง แจกที่สาธารณะเพื่อฐานเสียงของตัวเอง

แล้วสัตว์ป่ามีคุณค่าอย่างไร เพราะมีการกระแหนะกระแหนอย่างตอนสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นบอกว่ามีนกยูงอยู่ 3 ตัว พอมาแม่วงก์ก็ถามว่า ทำไมถึงรักษาเสือ ไม่เห็นใจคนที่ถูกน้ำท่วมบ้างหรือไง
มันเป็นเรื่องทางเทคนิค เพราะว่าสัตว์ป่าคือตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของป่า โดยกฎหมายเวลาจะไปทำอะไรเขาจะบอกว่าเป็นป่าเสื่อมโทรม ส่วนป่าสมบูรณ์มันต้องมีสัตว์ป่า พอมีสัตว์ป่ามันก็เป็นการต่อสู้กันว่าป่าสมบูรณ์หรือเสื่อมโทรม เพราะว่าทุกคนยิงเข้ามาที่กฎหมายหมด อย่างทำ EIA หรือ EHIA ถ้าเป็นป่าเสื่อมโทรมแล้วก็สามารถขอใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นเวลาที่เราจะต่อสู้มันก็ต้องเอาสัตว์ป่าเข้ามาสู้ แต่จริงๆ แล้วประเด็นนี้มันเป็นประเด็นจิ๊บจ๊อยมาก ประเด็นจริงๆ คือมันไม่ควรสร้างในป่าก็จบ

โดยตัวของสัตว์ป่าเอง ก็ส่งผลถึงระบบนิเวศการหมุนเวียนด้วย
มันเป็นเรื่องในระยะยาว ต้องดูกันว่าการผสมพันธุ์ของดอกไม้ดอกหนึ่ง มันต้องขึ้นอยู่กับผีเสือและนกกินปลีที่ปากเป็นจงอย การที่ป่าไม้มันจะมีเมล็ดแพร่พันธุ์ก็ขึ้นอยู่กับนกเงือกและช้างป่า ซึ่งทั้งหมดทันต้องถูกควบคุมโดยเสือ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์มันก็ต้องยอมรับว่า การเก็บสายพันธุ์ในป่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเรามีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไปรองรับมันจริง ถ้าเราลองศึกษาวิจัยจริงๆ ป่าคือขุมทรัพย์ใหญ่ หากเราสามรถใช้ความรู้จาก DNA ของพรรณไม้แล้วเอามาพัฒนาในสิ่งที่ที่อื่นเขาไม่มีก็เป็นประโยชน์

เดี๋ยวนี้ป่าไทยเป็นอย่างไร ถึงขั้นใช้คำว่าวิกฤตได้หรือยัง
ไม่หรอกครับ ด้วยการทำงานที่ผ่านมาของหลายภาคส่วน รัฐก็ตื่นตัวขึ้นเยอะ ภาคเอกชนก็ร่วมทำจนถึงประชาชน การเก็บป่าไว้ได้ 1 ใน 3 ของประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะ

1 ใน 3 ที่เก็บไว้ได้สมบูรณ์เพียงพอหรือเปล่า
มันเติมไปได้ วันนี้ปัญหาใหญ่ๆ ก็คือการขยายตัวของพืชเชิงเดี่ยว ผมไม่โทษอะไรนะ ผมโทษเรื่องการดูแลรักษาป่าของรัฐ เรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่และปัญหากระจุกกระจิกก็ไม่ทำ ก็คือว่า มันมีคนอยู่ในป่า มีชาวเขา มีกะเหรี่ยง มีม้ง อย่างกะเหรี่ยงเขาทำไร่หมุนเวียน คุณก็ไปว่าเขาทำไร่เลื่อนลอยก็ไปตามจับเขา มันก็ไม่ได้รับความร่วมมือ อย่างเราเป็น NGO เราไปดู คุณเป็นข้าราชการแล้วคุณไปรังแกประชาชน ชาวบ้านขุดนิดขุดหน่อย ถางนิดถางหน่อยคุณจับ แต่นายทุนเข้ามาทำไมคุณไม่จับ มันก็ไม่เกิดความร่วมมือจากอีกฝ่าย จากภาคประชาชน คือถ้าเกิดไปจัดการได้ ปัญหาเล็กๆ อย่างกะเหรี่ยงเขาอยู่แบบนี้เขาทำไร่หมุนเวียน คุณก็ยอมรับคำว่าหมุนเวียน ก็เข้าใจเสียว่าคุณจะทำตรงไหน ก็ขีดวงด้วยกัน ไม่ใช่ไปขีดอยู่ฝ่ายเดียว คืออำนาจความรู้ไปอยู่กับรัฐฝ่ายเดียว ทำให้มันมีสกิลของการมีส่วนร่วมซะ อยู่กันให้ได้ แล้วดึงพลังนั้นเอามาอนุรักษ์ร่วมกัน

มันเป็นปัญหาเชิงนโยบาย
มันเป็นปัญหากระจุกกระจิก อย่างสมมุติว่าจะพิสูจน์สิทธิ 30 มิ.ย. 41 จนถึงวันนี้ก็ไม่สำเร็จ พอไม่สำเร็จแล้วที่สำคัญคือไม่เข้าใจวิถีวัฒนธรรม อย่างไปพิสูจน์สิทธิในไร่หมุนเวียน พอไปพิสูจน์สิทธิเสร็จ นายทุนก็ตามเข้าไปซื้อสิทธิ ก็จะไปบอกว่าตรงนี้ไม่ควรเป็นอุทยานหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตรงนี้ต้องออกโฉนด ออกโฉนดเสร็จก็เอาเข้าแบงค์ แล้วไปช้อนมาทำรีสอร์ท มันไม่สามารถที่จะบูรณาการว่า วิถีชีวิตแบบนี้ถ้าเขาต้องเปลี่ยน ต้องเปลี่ยนเป็นอะไร เปลี่ยนเป็นวนเกษตร รัฐก็เข้าไป ไม่ใช่ว่าส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวโพดเข้าไปในไร่หมุนเวียนกะเหรี่ยง

มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าชาวบ้านเป็นพวกตัดไม้ทำลายป่า
ก็มีตัดอยู่ ตัดเพราะว่าเขาต้องทำมาหากิน เขาต้องขยายพื้นที่เพราะว่าคุณปล่อยให้พืชเชิงเดี่ยวเข้าไป ปีแรกๆ มันก็กำไร พอปีหลังๆ ดินมันก็เริ่มเสื่อมคุณภาพ ก็ต้องเพิ่มปริมาณเพิ่มที่ให้มากขึ้น เขาก็ต้องตัดไม้เพื่อขยายพื้นที่ แต่ถ้าคุณไม่เอาพืชเชิงเดี่ยวเข้าไปแต่ต้น คุณมีการทำวนเกษตร มีการจ้างชาวบ้านเพื่อการดูแลรักษาป่าร่วมกัน มีการลดใช้สารเคมี มีการส่งเสริมกองทุนที่ไม่ใช่การปลูกพืชเชิงเดี่ยว ไม่ปลูกยาง ไม่ปลูกปาล์ม ไม่ปลูกข้าวโพด ไม่ปลูกอ้อย ไม่ปลูกมันสัมปะหลัง ดึงเศรษฐกิจที่มันเป็นวนเกษตรเข้าไป มันก็ไม่มีการตัดไม้เพิ่มหรอกครับ แต่ละพื้นที่มันก็ต้องมีบริบทการเข้าไปจัดการที่แตกต่างกัน

สภาพป่าส่วนหนึ่งยังเป็นปัญหาที่ถูกทำลายมาจากโครงการ ไม่ว่าจะตัดถนน สร้างเขื่อนก็ยังเป็นเรื่องใหญ่
ป่าที่ถูกทำลายก็เพราะว่ามีโครงการของรัฐเข้าไป แต่ว่าวันนี้ปัญหาประเด็นใหญ่ที่ผมพูด อย่างอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์ที่มีประมาณ 2 ใน 3 ของป่าที่เหลืออยู่ 1 ใน 3 ของพื้นที่ ปัญหานั้นถ้าแก้อย่างที่ผมพูดเรื่องของชุมชนที่อยู่ในป่าแล้วก็เปลี่ยน อันนั้นจบ ประสิทธิภาพของการทำงานของกรมอุทยานฯ พอเอาอยู่

ไม่ใช่เอาคนออกจากป่า
ไม่ต้องหรอกครับ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงานกับเขา การมีส่วนร่วม อยู่ด้วยกัน แล้วประสิทธิภาพการบริหารงานในวันนี้เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ก็พอไหว แต่ประเด็นก็คือว่าอีกประมาณหลายล้านไร่ที่ยังเป็นป่าที่ไม่ถูกกรมอุทยานฯ ดูแล ที่เป็นป่าสงวน วันนี้ก็กลายเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ใครอยากถางก็ไปถาง ใครอยากทำอะไรก็ไปทำ ประสิทธิภาพการดูแลไม่พอ อันนี้หมด ภายใน 5 ปี 10 ปีนี้ถ้ายังทำงานกันแบบนี้

ส่วนรัฐเองก็มีนโยบายที่จะให้ทุนเข้ามาเช่าพื้นที่ป่า
ก็มีเข้ามาปลูกยูคาบ้าง ของรัฐเองก็ปลูกยาง ยางก็ถือเป็นสวนป่า อะไรทำนองนี้ ไม่นานมันก็หมด

ส่วนอุทยานทางทะเล ตอนนี้ก็มีความคิดที่จะให้ทางทุนเข้ามาทำรีสอร์ทใหญ่ๆ ราคาแพงๆ ตอนนี้มีเยอะไหม
ยังไม่มี แต่ตอนนี้ก็มาจ่อกัน เพราะมีแนวคิดเกิดขึ้นมา ก็มาจากข้างคนในกรมฯ เป็นตัวที่บอกว่าทำได้ กรมอุทยานฯ ควรจะไปเฝ้าระวังป้องกัน งานนี้หน้าที่นี้มันจะต้องให้เอกชนมาดู มีผลประโยชน์กับใคร ซึ่งจริงๆ มันต้องคิดว่า ทำงานป้องกันดูแล บ้านพักในอุทยานก็เอาให้มันพอสมควร ก็ไปบูมรอบๆ อุทยาน หาดทรายข้างๆ อะไรข้างๆ เอกชนอยากจะทำอะไรก็ทำไป แต่ว่ามีพื้นที่ธรรมชาติสำคัญให้คนเข้ามาเที่ยว ไม่ต้องไปวิริศมาหราให้มันมากมายนัก อย่างเขาใหญ่ก็รักษาเขาใหญ่ให้ดี รอบๆ เขาใหญ่จะมีรีสอร์ทอย่างไรมันห้ามไม่อยู่แล้ว ก็ไม่เป็นไร ก็ทำกันไป แต่เขาใหญ่ต้องอย่าถูกรุกเพิ่ม

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรทำอะไร
รักษาป่าใหญ่ให้คนไทยทั้งชาติ ป่าใหญ่ก็คือป่าห้วยขาแข้ง ป่าทุ่งใหญ่ และป่าโดยรอบที่เรียกว่าป่าตะวันตก เราก็พยายามเป็นหมาเฝ้าบ้าน ใครจะมาทำเขื่อนมาตัดถนน ผมก็จะโวย โวยไม่ไหวผมก็ใช้เดิน อันนั้นคืองานประจำที่เราจะต้องทำ ทีนี้โดยพื้นที่ที่มูลนิธิสืบทำงานต่อจากสืบ นาคะเสถียรมันไหวอยู่แค่นี้ แค่ห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่และป่าตะวันตก เป็นป่ากันชนของป่าห้วยขาแข้ง ตอนผมมาทำงานที่มูลนิธิฯ มีคนทำงานอยู่ 7-8 คน ไปได้ทุนของต่างประเทศมา เราก็เพิ่มคนได้อีกสัก 20 คน พิมพ์หนังสือให้อาจารย์รตยาไปค้านเขื่อนแม่วงก์ ก็ใช้ไป 3 คนแล้ว มันก็ได้เท่านี้ครับ มีผมเข้ามาก็ขับรถวิ่งทำงาน มีเจ้าหน้าที่ภาคสนามทำงาน คือ หนึ่ง มองไปที่ป่าใหญ่ สอง ถ้าในระดับทั้งประเทศ เรามองว่า คนที่ต้องดูแลป่าจริงๆ คือ ลูกจ้างที่เขาเดินลาดตระเวนป่า เหมือนเรามีทหารที่ต้องป้องกันประเทศ ป่าไม้ก็มีลูกจ้างในการเดินลาดตระเวน แต่คนพวกนี้ไม่มีสวัสดิภาพ สวัสดิการ เราก็ตั้งเป็นกองทุนเพื่อผู้พิทักษ์ป่า เวลาที่เราทำอะไรแบบนี้มันไม่ใช่ว่าสืบจะเข้าไปเป็นสังคมสงเคราะห์ แต่เข้าไปเพราะมันเป็นช่องว่างว่ารัฐไม่ทำ เราก็ไปทำให้ดู รัฐก็ควรจะปรับปรุง ต้องกระตุ้นให้รัฐที่เป็นคนทำหลักๆ

ส่วนงานใหญ่ที่ผมทำมา 10 ปี ก็คือ ปัญหาของกรมอุทยานฯ ดูแลรักษาป่าให้สมบูรณ์แต่มีอยู่นิดเดียวคือปัญหาเรื่องคนอยู่ในป่า และไม่ยอมรับเขา ก็มีอยู่ 2 ประเด็น หนึ่ง จะย้ายเขาออกจากป่าเพราะขี้เกียจดูแลเขา อันที่สองพอไม่ย้ายก็เพิกถอนพื้นที่ตรงนี้ออกเลย กูไม่ดูแลแล้ว เป็นเรื่องของคน ฉันจะดูแลสัตว์ป่าอย่างเดียว ปรากฎพอเพิกถอนเดี๋ยวก็มีนายทุนเข้าไปมันก็จบ คือไม่เคยมีความคิดจะทำงานยากๆ คือเดินเข้าไปแล้วอยู่ด้วยกันดีๆ เรื่องแบบนี้คือถ้ากระทรวงทรัพฯ ให้กรมอุทยานเข้าไปอยู่กับคนอย่างดีๆ มีการใช้รัฐธรรมนูญการมีส่วนร่วมก็ทำซะ มันก็จะอยู่ด้วยกันได้

คือโครงการจอมป่า (JoMPA)
ชื่อเต็มมันคือ Joint Management of Protected Areas ก็ลองทำดู เอาโครงการเข้าไป ขอทำแนวเขตที่มีส่วนร่วมตามโครงการนี้ก่อน แต่ว่าไม่ได้พิสูจน์สิทธินะ แต่เพื่อที่จะอยู่ร่วมกัน นี่เขตชั้นนี่เขตเธอ แต่ทั้งหมดต้องรักษาร่วมกัน เพราะว่าเขตมันเกี่ยวกัน น้ำมันไหลจากเขตนี้ไปสู่เขตนี้ก็ต้องช่วยกัน มูลนิธิฯทำงานเป็นคนกลาง หาทางช่วยเหลือทั้งสองฝั่ง ช่วยทั้งรัฐทั้งชาวบ้าน ทำเรื่องอาชีพ ทำเรื่องวัฒนธรรม ทำเรื่องการลาดตระเวนร่วมกัน มันก็ไปได้

อาจารย์เห็นประกายความดีงาม ความสามารถรักษาป่า ของชาวบ้านของชุมชนอย่างไรบ้าง
เท่าที่เราทำงานมาสิบปี มันน้อยมากเลยที่ชาวบ้านจะล้ำออกมาจากแนวเขต เพราะว่ามันมีกระบวนการดูแลร่วมกัน กับในบางที่ความสันติสุขมันเกิด บางที่มันไม่มีคดีเลย ในพื้นที่ที่เราทำงานมีพื้นที่ตัวอย่างแบบนี้เยอะมาก อาจจะมีแปลงสองแปลงที่หลุดออกมานอกแนวเขตก็คุยกันได้ เอากลับมาซะ จับบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่มีแบบทั้งหมู่บ้านเอามาประท้วงกับป่าไม้ ล้มซุงขวางไม่ให้ป่าไม้ออกจากพื้นที่เป็นม๊อบ มันไม่มี

โครงการนี้ควรจะขยายไหม
ควร อันแรกเลย ในพื้นที่ที่ผมทำมาแล้วต้องรับไปเป็นแบบอย่างก่อน เราก็ต้องค่อยๆ ถอยออกมา ต้องยังทำงานต่อ พอไม่มีเราแล้วก็ต้องยังประชุมกับชาวบ้านอย่างปกติ มีเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปทำงานร่วมกัน ก็เหมือนที่บอกไปว่า NGO เข้ามาทำในส่วนที่รัฐยังไม่ได้ทำ

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรทำงานกับนักธุรกิจ ทำงานกับคนเมืองอย่างไร
ทำน้อย เราทำงานรณรงค์ให้รักษาป่ากับในเมืองน้อยมาก ทำค่ายเยาวชนก็ทำนิดๆ หน่อยๆ ส่วนใหญ่ผมจะขอตังค์เขาเยอะกว่า รำลึกคุณสืบวันที่ 1 กันยา ก็ทำอยู่แค่นั้น หลังๆ มาเราก็เป็นองค์กรสื่อสารอนุรักษ์ก็ทำเรื่องเฟสบุ๊ค เว็บไซต์

ภาพของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร หรือของศศิน เฉลิมลาภ ยังเป็นนักอนุรักษ์ไม่ใช่นักประท้วง
ตอนที่ผมเดิน ผมก็ชัดเจนว่าผมเดินประท้วง EHIA

การมีส่วนร่วมของคนเมือง ไม่เฉพาะกับมูลนิธิสืบฯ อย่างเดียว มีข้อเสนออะไรไหม
ไปช่วยคนเล็กคนน้อยตัวจริงที่อยู่ในป่า เขาขาดอะไรก็ไปช่วยเขา เขาขาดรองเท้าเอารองเท้าไปให้ในป่าใกล้ๆ บ้านคุณ มันต้องลงแรง หรือการกดไลท์กดแชร์ก็ไม่ใช่แค่กดอย่างเดียว แต่ต้องช่วยกันหาข้อมูล มีข้อเสนอแนะอะไรเข้ามาบ้าง ช่วยกันเฝ้าระวัง

 

 

รับข่าวสาร