• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

ขอบคุณที่มาเดินด้วยกัน

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อวันที่  9 ที่ผ่านมาผมขับรถไปตั้งต้นเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา จังหวัดนครสวรรค์ โดยเริ่มออกเดินตั้งแต่เช้าวันที่ 10  เวลา ตีห้าห้าสิบนาที ก่อนหน้านั้นผมไปไหว้ศาลพระภูมิที่ริมน้ำแม่เรวา ที่ตั้งอยู่บริเวณแก่งลานนกยูง และศาลเจ้าแม่เรวาที่ชายป่า ใกล้ป้อมทางเข้าหน่วย เพื่อสักการะขอพร เพื่อเดินรักษาป่าให้รอดจากเขื่อนที่จะสร้างปิดเขาสบกก และมออีหืด พาดทับบนแก่งลานนกยูงทำให้น้ำท่วมป่าหมื่นสามพันไร่ ด้านตะวันตกให้จมอยู่ใต้น้ำ
อาจารย์ณรงค์ แรงกสิกร แห่ง บ้านธารมะยม อำเภอแม่วงก์ ผู้รู้เรื่องราวการจัดการน้ำระดับชุมชนที่ธารมะยม และรู้พื้นที่แม่วงก์ลาดยาว ราวกับสายน้ำทุกเส้นเป็นลายมือของแก มาสมทบตั้งแต่เช้ามืดเช่นกัน เพื่อนผม ในฐานะ นักอนุรักษ์ในท้องที่ แน่นอนว่าการปรากฏตัวเช่นนี้ ย่อมเป็นการแสดงเจตนาให้เห็นว่าปัญญาชนผู้อาวุโสของท้องถิ่นก็ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนในบริเวณนี้  ผมและอาจารย์ณรงค์เดินมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบอีกสี่ห้าคน ใช้เวลาสี่ห้าชั่วโมงผ่านเช้ามืดมาจนแดดสาย จนถึงบ้านตลิ่งสูง อันเป็นที่หมายพักกินข้าวเช้ารวบกับข้าวเที่ยงกัน
ผมพบน้องๆ ศิษย์เก่าชมรมอนุรักษ์ของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรจน์ ประสานมิตร 3 คนโบกรถมารออยู่ที่ตลิ่งสูง แนะนำตัวพร้อมทั้งแสดงเจตนาว่ามาเดินด้วย โล๊ะ ทศ และ ป้อง ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจขึ้นอย่างประหลาด หลังจากผ่านยี่สิบกิโลเมตรแรก มาในเวลาร่วมสี่ชั่วโมง
พี่กิ้น อดิศักดิ์ จันทรวิชานุวงศ์ นักอนุรักษ์ใหญ่แห่งนครสวรรค์ มาสมทบกับเราที่สี่แยกเขาชนกัน ตอนบ่ายๆ  และชวนกันเดินเลยจุดหมายพักแรมในวันแรกที่วังชุมพร เนื่องจากว่าเราถึงจุดพักแรมของเราเพียงแค่เวลาบ่ายเท่านั้น และพี่กิ้นก็ยังไม่ได้เดินเท่าไหร่เลย แน่นอนว่า พวกเราล้วนคล้อยตามเนื่องจากเรียวแรงยังดีในวันแรก
ไม่น่าเชื่อว่า ระหว่างทางเราจะเริ่มมีกำลังใจจากกลุ่มนักธุรกิจเมืองนครสวรรค์มาร่วมเดิน พร้อมทั้งแสดงเจตนาเลี้ยงข้าวปลาอาหารในตอนเย็น
น้ำจัน หนุ่มกรุงเทพ มาพร้อมเพื่อนหลังจากสอบถามทางจากผมในเฟสบุ๊ค นั่งรถประจำทางมาถึงตอนค่ำๆ เจอกันที่วัดวังซ่าน แสดงเจตนาชัดเจนในการร่วมทาง
วันรุ่งขึ้นเราเริ่มขบวนแต่เช้ามืดผ่านชุมชนวังซ่านเข้าสู่พื้นที่แห่งความขัดแย้งชุมชนลาดยาว ขบวนของเราใหญ่ขึ้นเท่าตัวจาก ทีมเด็กวัดป่า จากจังหวัดกาญจนบุรี และกลุ่มนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ราชภัฏ นครสวรรค์ มาพร้อมน้ำแดงเย็นเจี๊ยบกลางบ่ายร้อน เริ่มมีสื่อมวลชน มาร่วมเส้นทางของเรามากขึ้น พาขบวนผ่านปัญหาสารพันจนถึงลาดยาวในเวลาหัวค่ำ ไม่มีปัญหาอุปสรรค์ จากความขัดแย้งมากเท่าที่คาด แต่กลับเจอการต้อนรับของชาวตลาดอย่างน่าประทับใจ
เราเดินเท้าพักแรมตาม วัด โรงเรียน และบ้านมิตรสหายผ่านเมืองอุทัย มายังชัยนาท สิงห์บุรี อยุธยา เข้าปทุมและกรุงเทพด้วยขบวนที่ยาวขึ้นเรื่อย จนกระทั่งก่อตัวเป็นภาพอันน่าตื่นตายิ่งนักในการเดินขบวนยาวนับร้อยคน ในเสาร์อาทิตย์ จากอุทัยไปชัยนาท และไม่เคยมีคนน้อยลงเลยในทุกบ่ายบนสายเอเชีย และไม่น่าเชื่อว่าขบวนของเราจะเพิ่มปริมาณเป็นหลายร้อย หลายพัน จนถึงหลักหมื่นในวันสุดท้ายของการเดินทาง มีผู้คนหลากหลายจากทุกวงการมาคอยให้กำลังใจ มิเว้นแต่พี่นิคม พุทรา ยังเดินเป็นเพื่อนจากดอนเชียงดาว ลงมาเชียงใหม่ เพื่อให้กำลังใจจากแดนไกล
ขอบคุณทุกท่านบนเส้นทางเดียวกันครับ
ศศิน เฉลิมลาภเมื่อวันที่  9 ที่ผ่านมาผมขับรถไปตั้งต้นเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา จังหวัดนครสวรรค์ โดยเริ่มออกเดินตั้งแต่เช้าวันที่ 10  เวลา ตีห้าห้าสิบนาที ก่อนหน้านั้นผมไปไหว้ศาลพระภูมิที่ริมน้ำแม่เรวา ที่ตั้งอยู่บริเวณแก่งลานนกยูง และศาลเจ้าแม่เรวาที่ชายป่า ใกล้ป้อมทางเข้าหน่วย เพื่อสักการะขอพร เพื่อเดินรักษาป่าให้รอดจากเขื่อนที่จะสร้างปิดเขาสบกก และมออีหืด พาดทับบนแก่งลานนกยูงทำให้น้ำท่วมป่าหมื่นสามพันไร่ ด้านตะวันตกให้จมอยู่ใต้น้ำ

อาจารย์ณรงค์ แรงกสิกร แห่ง บ้านธารมะยม อำเภอแม่วงก์ ผู้รู้เรื่องราวการจัดการน้ำระดับชุมชนที่ธารมะยม และรู้พื้นที่แม่วงก์ลาดยาว ราวกับสายน้ำทุกเส้นเป็นลายมือของแก มาสมทบตั้งแต่เช้ามืดเช่นกัน เพื่อนผม ในฐานะ นักอนุรักษ์ในท้องที่ แน่นอนว่าการปรากฏตัวเช่นนี้ ย่อมเป็นการแสดงเจตนาให้เห็นว่าปัญญาชนผู้อาวุโสของท้องถิ่นก็ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนในบริเวณนี้  ผมและอาจารย์ณรงค์เดินมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบอีกสี่ห้าคน ใช้เวลาสี่ห้าชั่วโมงผ่านเช้ามืดมาจนแดดสาย จนถึงบ้านตลิ่งสูง อันเป็นที่หมายพักกินข้าวเช้ารวบกับข้าวเที่ยงกัน

ผมพบน้องๆ ศิษย์เก่าชมรมอนุรักษ์ของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรจน์ ประสานมิตร 3 คนโบกรถมารออยู่ที่ตลิ่งสูง แนะนำตัวพร้อมทั้งแสดงเจตนาว่ามาเดินด้วย โล๊ะ ทศ และ ป้อง ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังใจขึ้นอย่างประหลาด หลังจากผ่านยี่สิบกิโลเมตรแรก มาในเวลาร่วมสี่ชั่วโมง

พี่กิ้น อดิศักดิ์ จันทรวิชานุวงศ์ นักอนุรักษ์ใหญ่แห่งนครสวรรค์ มาสมทบกับเราที่สี่แยกเขาชนกัน ตอนบ่ายๆ  และชวนกันเดินเลยจุดหมายพักแรมในวันแรกที่วังชุมพร เนื่องจากว่าเราถึงจุดพักแรมของเราเพียงแค่เวลาบ่ายเท่านั้น และพี่กิ้นก็ยังไม่ได้เดินเท่าไหร่เลย แน่นอนว่า พวกเราล้วนคล้อยตามเนื่องจากเรียวแรงยังดีในวันแรก

ไม่น่าเชื่อว่า ระหว่างทางเราจะเริ่มมีกำลังใจจากกลุ่มนักธุรกิจเมืองนครสวรรค์มาร่วมเดิน พร้อมทั้งแสดงเจตนาเลี้ยงข้าวปลาอาหารในตอนเย็น

น้ำจัน หนุ่มกรุงเทพ มาพร้อมเพื่อนหลังจากสอบถามทางจากผมในเฟสบุ๊ค นั่งรถประจำทางมาถึงตอนค่ำๆ เจอกันที่วัดวังซ่าน แสดงเจตนาชัดเจนในการร่วมทาง

วันรุ่งขึ้นเราเริ่มขบวนแต่เช้ามืดผ่านชุมชนวังซ่านเข้าสู่พื้นที่แห่งความขัดแย้งชุมชนลาดยาว ขบวนของเราใหญ่ขึ้นเท่าตัวจาก ทีมเด็กวัดป่า จากจังหวัดกาญจนบุรี และกลุ่มนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ราชภัฏ นครสวรรค์ มาพร้อมน้ำแดงเย็นเจี๊ยบกลางบ่ายร้อน เริ่มมีสื่อมวลชน มาร่วมเส้นทางของเรามากขึ้น พาขบวนผ่านปัญหาสารพันจนถึงลาดยาวในเวลาหัวค่ำ ไม่มีปัญหาอุปสรรค์ จากความขัดแย้งมากเท่าที่คาด แต่กลับเจอการต้อนรับของชาวตลาดอย่างน่าประทับใจ

เราเดินเท้าพักแรมตาม วัด โรงเรียน และบ้านมิตรสหายผ่านเมืองอุทัย มายังชัยนาท สิงห์บุรี อยุธยา เข้าปทุมและกรุงเทพด้วยขบวนที่ยาวขึ้นเรื่อย จนกระทั่งก่อตัวเป็นภาพอันน่าตื่นตายิ่งนักในการเดินขบวนยาวนับร้อยคน ในเสาร์อาทิตย์ จากอุทัยไปชัยนาท และไม่เคยมีคนน้อยลงเลยในทุกบ่ายบนสายเอเชีย และไม่น่าเชื่อว่าขบวนของเราจะเพิ่มปริมาณเป็นหลายร้อย หลายพัน จนถึงหลักหมื่นในวันสุดท้ายของการเดินทาง มีผู้คนหลากหลายจากทุกวงการมาคอยให้กำลังใจ มิเว้นแต่พี่นิคม พุทรา ยังเดินเป็นเพื่อนจากดอนเชียงดาว ลงมาเชียงใหม่ เพื่อให้กำลังใจจากแดนไกล

ขอบคุณทุกท่านบนเส้นทางเดียวกันครับ
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง