• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก เราทำงานให้พี่สืบ ศศิน เฉลิมลาภ บทความโดยศศิน เฉลิมลาภ วันนี้ ITD จะมาสร้างเขื่อนแม่วงก์ เขารู้ไหมว่าเขากำลังจะเอาน้ำมาท่วมอะไร?

วันนี้ ITD จะมาสร้างเขื่อนแม่วงก์ เขารู้ไหมว่าเขากำลังจะเอาน้ำมาท่วมอะไร?

อีเมล พิมพ์ PDF
ผมพบตัวเองย้อนเวลาไปกับเรื่องราวของพี่ดอน พนักงานราชการหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ พื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่ร้านค้าชาวบ้านใกล้ถนนเข้าสู่หน่วยพิทักษ์ป่า พื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนแม่วงก์ ตรงข้ามร้านที่ผมนั่งกินดื่มกับพี่ดอนเป็นบ้านหรูที่เจ้าหน้าที่กรมชลประทานผู้ซึ่งรับผิดชอบในการทำงานโครงการเขื่อนนี้มาซื้อทิ้งไว้นานแล้วประตูรั้วบ้านปิดไว้ ไม่ปรากฏร่องรอยคนอยู่อาศัย
พี่ดอน หนุ่มใหญ่วัยใกล้ห้าสิบ เล่าว่า สมัยเด็กๆเคยอยู่ในป่าที่เขาดูแลเป็นอุทยานอยู่นี่ ทำไร่อยู่กับพ่อแม่ มีคนไทยอย่างแก คนม้ง คนกะเหรี่ยง เข้ามาทำไร่กันแบบบ้านป่า ที่มีอยู่ทั่วๆไปในสมัยเมื่อสามสิบสี่สิบปีที่แล้ว คนเข้ามาบุกเบิกที่ที่มีน้ำสมบูรณ์ในสมัยการทำไม้ตัดรุกคืบเตียนมาจากอำเภอลาดยาว เข้ามาสู่ป่าตะวันตกเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อป่าเตียนมาถึงหุบเขาแม่เลย์ ตลิ่งสูง เกือบเข้าถึงป่าที่แกหักร้างถางพงอยู่ ทางการก็มาแจ้งขอให้ออกจากพื้นที่โดยจะจัดสรรที่ดิน และบ้านให้อยู่ คนละสิบห้าไร่ คนไทยหลายครอบครัวในป่าจึงพากันอพยพออกมาจับจองปลูกบ้าน หน้าหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อย่างไม่มีข้อแม้ เนื่องจากเป็นชาวบ้านป่าทางการเขาว่าอย่างไรก็ตามใจ
แต่วันนี้ผ่านมาสามสิบปี พี่ดอน ก็ไม่มีที่ทำกิน มีเพียงบ้านและที่ดินเล็กน้อยที่ขอซื้อต่อจากคนอื่น และเลิกรอความหวังที่รัฐสัญญาจะให้ที่ทำกิน พี่ดอนสมัครเป็นลูกจ้างพิทักษ์ป่ามาตั้งแต่เริ่มประกาศอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และเป็นส่วนหนึ่งที่เฝ้าระวังรักษาพื้นที่ และได้เห็นพื้นที่บ้านและที่ทำกินของตัวเองฟื้นตัวกลายเป็นป่าใหญ่ ด้วยความรู้สึกสับสนปนเป ในความภาคภูมิใจในการรักษาป่า แต่ขณะเดียวกันก็น้อยใจในโชคชะตา โดยเฉพาะเมื่อถูกส่งไปทำงานช่วยพื้นที่อนุรักษ์ใกล้ๆ อย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ที่ยังมีพี่น้องชาวม้งถากถางทำไร่อยู่ได้ถึงปัจจุบัน อย่างไม่เข้าใจเหตุผล
ต่อความเห็นเรื่องเขื่อนแม่วงก์ พี่ดอนเทเหล้าเข้าคอ แล้วพูดชัดเจนว่าถึงอย่างไร “ผมก็รักป่าแล้วนี่ ผมทำอาชีพเฝ้าป่ามานาน ไปช่วยนักวิจัยฝรั่งเก็บข้อมูลสัตว์ป่ามามาก รู้ว่าป่านี้มีคุณค่ามากนัก ตอนมันเตียนๆเมื่อก่อนไม่ได้สร้าง ถึงตอนนี้ป่ามันดีขนาดนี้ จะมาสร้างทำอะไร”
ผมได้ข้อมูลเรื่องสัตว์ป่าจากคนเดินป่าตัวจริงมากมาย แต่ลูกจ้างเฝ้าป่าอย่างแกจะไปมีบทบาทอะไรในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะในสายตาของนักวิชาการที่มาทำรายงาน เขาก็เชื่อเฉพาะข้อมูลตามที่เขาเข้ามาสำรวจเห็นเองในช่วงสั้นๆ แน่นอนว่าหากยิ่งมีหลักฐานเรื่องสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ งานรับจ้างเขียนใบผ่านทางให้โครงการเขื่อนก็อาจจะยิ่งไม่สัมฤทธิ์ผล
พี่ดอนเล่าชีวิต ให้ฟังว่าสมัยหนุ่มๆ เพิ่งได้เมีย และมีลูกใหม่ๆ ได้รับมอบหมายให้เข้าป่าไปช่วยงานวิจัยสัตว์ป่า และลาดตระเวนไพรในพื้นที่ห่างไกล สมัยนั้นจะติดต่อลูกเมียทางโทรศัพท์ก็ไม่มีทาง เดินป่าอยู่เป็นเดือนๆ กลับมาเมียก็ทิ้งไปแล้ว ทิ้งลูกไว้ให้แกเลี้ยงดูจนเป็นสาวในปัจจุบัน แต่ดูเหมือนแกก็ยังรักงานเดินป่า พาคนไปดูยอดเขาโมโกจู พานักวิจัยกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า เข้าไปเก็บข้อมูลสัตว์ป่าอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อย แต่พี่ดอนก็ไม่เข้าใจว่าข้อมูลต่างๆที่แกพาผู้คนไปเห็นเป็นหลักฐานทำไมไม่เพียงพอที่จะให้รัฐบาลรักษาป่าแห่งนี้ที่แกเสียสละบ้าน และที่ทำกิน ไว้ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นต้นน้ำลำธาร แทนที่จะเป็นก้อนน้ำยักษ์ ที่ทับป่า ทับอดีตของแก และทับความตั้งใจในการเสียสละทั้งบ้าน และเสียเมีย ในการทำงานเพื่อรักษาไว้
ผมมองไปในความมืดรอบตัว แสงสะท้อนจากเครื่องดื่มสีสวยรสรุนแรง มองเห็นแววตาขอคู่สนทนาที่มีความมุ่งมั่น แต่ในแววตานั้นเช่นกัน ก็แฝงไปด้วยความน้อยใจในชีวิต
เราต่างมองไปที่บ้านหรูของนายช่างชลประทานที่บังเอิญมาอยู่ตรงข้ามบ้านพี่ดอนโดยมิได้นัดหมาย ผมไม่รู้ว่าแกคิดอย่างไรในห้วงขณะนี้ จะคิดคำนึงเหมือนผมหรือเปล่าว่า นายช่างที่มาซื้อบ้าน ซื้อรีสอร์ตริมน้ำเพื่อประโยชน์อะไรเราก็ไม่รู้ ซื้อไว้แต่ไม่ได้อยู่ แต่จะเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์มหาศาลเมื่อเขื่อนได้สร้าง แต่เขาได้ตอกย้ำความอยุติธรรมให้กับคนที่เสียสละออกจากป่า มาเพื่ออาศัยในกระท่อมไม้เล็ก เพื่อมาดูคนมีเงินอย่างนายช่างชลประทานเข้ามาสำรวจ มาคุยใหญ่โตอวดชาวบ้านถึงโครงการยิ่งใหญ่ ที่เขามารับผิดชอบโดยไม่ทราบถึงอดีต และความรู้สึกของคนอย่างพี่ดอนที่อาศัยอยู่แค่นี้
และแน่นอนว่า ชีวิตและงานทั้งหมดของคนเฝ้าป่า รวมถึงอดีตในวัยเด็กที่เคยมีความหวังจะสร้างชีวิตหักร้างถางพงสร้างอนาคตที่ต้องเปลี่ยนแปลงมาเฝ้าป่าที่ไล่ และหลอกให้แกออกมาเป็นเพียงลูกจ้างอุทยาน เป็นชาวบ้านชายป่าอย่างแก  เมียสาว และความฝันที่จะมีชีวิตครอบครัวที่เสียให้กับงานอนุรักษ์ เส้นทางที่เคยพาผู้คนคนแล้วคนเล่าเข้าไปในบ้านของสัตว์ป่า และยอดโมโกจู ย่อมต้องหายไปในพริบตาอีกครั้ง
หากเพียงสันเขื่อนขนาดสูงเท่าตึกยี่สิบชั้นยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตรแม่วงก์กั้นเขาสองลูก เพื่อทดสายน้ำในห้วยใส ให้เป็นก้อนน้ำมืดดำทับอดีตและเรื่องราวของคนเฝ้าป่าชาวบ้านอย่างพี่ดอนให้หายไป เหมือนกับที่ผ่านมา
เขื่อนแม่วงก์ผมพบตัวเองย้อนเวลาไปกับเรื่องราวของพี่ดอน พนักงานราชการหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ พื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนแม่วงก์ ที่ร้านค้าชาวบ้านใกล้ถนนเข้าสู่หน่วยพิทักษ์ป่า พื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนแม่วงก์ ตรงข้ามร้านที่ผมนั่งกินดื่มกับพี่ดอนเป็นบ้านหรูที่เจ้าหน้าที่กรมชลประทานผู้ซึ่งรับผิดชอบในการทำงานโครงการเขื่อนนี้มาซื้อทิ้งไว้นานแล้วประตูรั้วบ้านปิดไว้ ไม่ปรากฏร่องรอยคนอยู่อาศัย

พี่ดอน หนุ่มใหญ่วัยใกล้ห้าสิบ เล่าว่า สมัยเด็กๆเคยอยู่ในป่าที่เขาดูแลเป็นอุทยานอยู่นี่ ทำไร่อยู่กับพ่อแม่ มีคนไทยอย่างแก คนม้ง คนกะเหรี่ยง เข้ามาทำไร่กันแบบบ้านป่า ที่มีอยู่ทั่วๆไปในสมัยเมื่อสามสิบสี่สิบปีที่แล้ว คนเข้ามาบุกเบิกที่ที่มีน้ำสมบูรณ์ในสมัยการทำไม้ตัดรุกคืบเตียนมาจากอำเภอลาดยาว เข้ามาสู่ป่าตะวันตกเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อป่าเตียนมาถึงหุบเขาแม่เลย์ ตลิ่งสูง เกือบเข้าถึงป่าที่แกหักร้างถางพงอยู่ ทางการก็มาแจ้งขอให้ออกจากพื้นที่โดยจะจัดสรรที่ดิน และบ้านให้อยู่ คนละสิบห้าไร่ คนไทยหลายครอบครัวในป่าจึงพากันอพยพออกมาจับจองปลูกบ้าน หน้าหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อย่างไม่มีข้อแม้ เนื่องจากเป็นชาวบ้านป่าทางการเขาว่าอย่างไรก็ตามใจ

แต่วันนี้ผ่านมาสามสิบปี พี่ดอน ก็ไม่มีที่ทำกิน มีเพียงบ้านและที่ดินเล็กน้อยที่ขอซื้อต่อจากคนอื่น และเลิกรอความหวังที่รัฐสัญญาจะให้ที่ทำกิน พี่ดอนสมัครเป็นลูกจ้างพิทักษ์ป่ามาตั้งแต่เริ่มประกาศอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และเป็นส่วนหนึ่งที่เฝ้าระวังรักษาพื้นที่ และได้เห็นพื้นที่บ้านและที่ทำกินของตัวเองฟื้นตัวกลายเป็นป่าใหญ่ ด้วยความรู้สึกสับสนปนเป ในความภาคภูมิใจในการรักษาป่า แต่ขณะเดียวกันก็น้อยใจในโชคชะตา โดยเฉพาะเมื่อถูกส่งไปทำงานช่วยพื้นที่อนุรักษ์ใกล้ๆ อย่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ที่ยังมีพี่น้องชาวม้งถากถางทำไร่อยู่ได้ถึงปัจจุบัน อย่างไม่เข้าใจเหตุผล

ต่อความเห็นเรื่องเขื่อนแม่วงก์ พี่ดอนเทเหล้าเข้าคอ แล้วพูดชัดเจนว่าถึงอย่างไร “ผมก็รักป่าแล้วนี่ ผมทำอาชีพเฝ้าป่ามานาน ไปช่วยนักวิจัยฝรั่งเก็บข้อมูลสัตว์ป่ามามาก รู้ว่าป่านี้มีคุณค่ามากนัก ตอนมันเตียนๆเมื่อก่อนไม่ได้สร้าง ถึงตอนนี้ป่ามันดีขนาดนี้ จะมาสร้างทำอะไร”

ผมได้ข้อมูลเรื่องสัตว์ป่าจากคนเดินป่าตัวจริงมากมาย แต่ลูกจ้างเฝ้าป่าอย่างแกจะไปมีบทบาทอะไรในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะในสายตาของนักวิชาการที่มาทำรายงาน เขาก็เชื่อเฉพาะข้อมูลตามที่เขาเข้ามาสำรวจเห็นเองในช่วงสั้นๆ แน่นอนว่าหากยิ่งมีหลักฐานเรื่องสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ งานรับจ้างเขียนใบผ่านทางให้โครงการเขื่อนก็อาจจะยิ่งไม่สัมฤทธิ์ผล

พี่ดอนเล่าชีวิต ให้ฟังว่าสมัยหนุ่มๆ เพิ่งได้เมีย และมีลูกใหม่ๆ ได้รับมอบหมายให้เข้าป่าไปช่วยงานวิจัยสัตว์ป่า และลาดตระเวนไพรในพื้นที่ห่างไกล สมัยนั้นจะติดต่อลูกเมียทางโทรศัพท์ก็ไม่มีทาง เดินป่าอยู่เป็นเดือนๆ กลับมาเมียก็ทิ้งไปแล้ว ทิ้งลูกไว้ให้แกเลี้ยงดูจนเป็นสาวในปัจจุบัน แต่ดูเหมือนแกก็ยังรักงานเดินป่า พาคนไปดูยอดเขาโมโกจู พานักวิจัยกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า เข้าไปเก็บข้อมูลสัตว์ป่าอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อย แต่พี่ดอนก็ไม่เข้าใจว่าข้อมูลต่างๆที่แกพาผู้คนไปเห็นเป็นหลักฐานทำไมไม่เพียงพอที่จะให้รัฐบาลรักษาป่าแห่งนี้ที่แกเสียสละบ้าน และที่ทำกิน ไว้ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นต้นน้ำลำธาร แทนที่จะเป็นก้อนน้ำยักษ์ ที่ทับป่า ทับอดีตของแก และทับความตั้งใจในการเสียสละทั้งบ้าน และเสียเมีย ในการทำงานเพื่อรักษาไว้

ผมมองไปในความมืดรอบตัว แสงสะท้อนจากเครื่องดื่มสีสวยรสรุนแรง มองเห็นแววตาขอคู่สนทนาที่มีความมุ่งมั่น แต่ในแววตานั้นเช่นกัน ก็แฝงไปด้วยความน้อยใจในชีวิต

เราต่างมองไปที่บ้านหรูของนายช่างชลประทานที่บังเอิญมาอยู่ตรงข้ามบ้านพี่ดอนโดยมิได้นัดหมาย ผมไม่รู้ว่าแกคิดอย่างไรในห้วงขณะนี้ จะคิดคำนึงเหมือนผมหรือเปล่าว่า นายช่างที่มาซื้อบ้าน ซื้อรีสอร์ตริมน้ำเพื่อประโยชน์อะไรเราก็ไม่รู้ ซื้อไว้แต่ไม่ได้อยู่ แต่จะเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์มหาศาลเมื่อเขื่อนได้สร้าง แต่เขาได้ตอกย้ำความอยุติธรรมให้กับคนที่เสียสละออกจากป่า มาเพื่ออาศัยในกระท่อมไม้เล็ก เพื่อมาดูคนมีเงินอย่างนายช่างชลประทานเข้ามาสำรวจ มาคุยใหญ่โตอวดชาวบ้านถึงโครงการยิ่งใหญ่ ที่เขามารับผิดชอบโดยไม่ทราบถึงอดีต และความรู้สึกของคนอย่างพี่ดอนที่อาศัยอยู่แค่นี้

และแน่นอนว่า ชีวิตและงานทั้งหมดของคนเฝ้าป่า รวมถึงอดีตในวัยเด็กที่เคยมีความหวังจะสร้างชีวิตหักร้างถางพงสร้างอนาคตที่ต้องเปลี่ยนแปลงมาเฝ้าป่าที่ไล่ และหลอกให้แกออกมาเป็นเพียงลูกจ้างอุทยาน เป็นชาวบ้านชายป่าอย่างแก  เมียสาว และความฝันที่จะมีชีวิตครอบครัวที่เสียให้กับงานอนุรักษ์ เส้นทางที่เคยพาผู้คนคนแล้วคนเล่าเข้าไปในบ้านของสัตว์ป่า และยอดโมโกจู ย่อมต้องหายไปในพริบตาอีกครั้ง

หากเพียงสันเขื่อนขนาดสูงเท่าตึกยี่สิบชั้นยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตรแม่วงก์กั้นเขาสองลูก เพื่อทดสายน้ำในห้วยใส ให้เป็นก้อนน้ำมืดดำทับอดีตและเรื่องราวของคนเฝ้าป่าชาวบ้านอย่างพี่ดอนให้หายไป เหมือนกับที่ผ่านมา

เขื่อนแม่วงก์
ไม่เหลือ

เขื่อนแม่วงก์
พื้นที่น้ำท่วมที่แรกเลยคือตรงนี้

เขื่อนแม่วงก์
ต้นกระบากใหญ่ แม่เรวา

เขื่อนแม่วงก์
ตรงนี้ท่วมหมด
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง