• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

จะทำตอแบบโฮปเวลล์กันอีกหรือ

อีเมล พิมพ์ PDF
นายกรัฐมนตรีของเราไม่มีประสบการณ์งานบริหารบ้านเมือง เลยเป็นโอกาสให้รองนายกฯ ได้แสดงบทบาทกันเต็มที่ แต่น่าแปลกครับ การบริหารจัดการน้ำ อุทกภัยกลับให้บริษัทจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มารับจ้างทำ ทั้งๆ ที่คนไทยมากมาย ทั้งวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และคนที่ทำงานชุมชนสิ่งแวดล้อมของไทยก็มีความรู้ ความชำนาญเรื่องน้ำในชาติ
แก้ไขโดยโครงการก่อสร้างก็ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีซับซ้อน ระบบข้อมูลเดี๋ยวนี้เราก็ไปไกลพอควรแล้วในเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง เพราะเท่าที่ทราบมาการเปลี่ยนแปลงระบบน้ำใหญ่ของแผ่นดิน จากที่ท่วมให้ทำนาทั้งภาคกลาง จะเปลี่ยนให้แบ่งน้ำออกไปพ้นทุ่งเจ้าพระยา มันต้องเข้าใจวิถีชีวิตของคนไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง บางปะกง อ่าวตัว ก.ไก่ ที่ปากบางปะกง จรดปากแม่กลอง แต่ยังไงก็ต้องช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เมืองริมเจ้าพระยา ชาวนา ชาวสวน ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ให้อยู่ร่วมกันได้
เรื่องนี้ค่อยๆ วางแผนออกแบบก็น่าจะได้ เพราะความเสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยแบบปีโน้นมีไม่มากครับ แค่ราว 1/100 (อาจจะถึง 1/200 ด้วยซ้ำ เพราะตามสถิติแล้วระดับน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว สูงกว่าเมื่อปี 2485 เทียบประวัติศาสตร์ไปประมาณการได้ราวน้ำท่วมใหญ่เมื่อรัชกาลที่ 3 เมื่อเกือบ 200 ปี)
ผมว่าเราต้องมองข้อมูลในอดีตให้ชัด แล้วรอบคอบวางแผนให้ดีก็ยังทัน แต่ก็น่าจะมีมาตรการระยะกลางไว้เตรียมรับคาบน้ำท่วมในลานิญาถัดไปด้วย เพราะดูคร่าวๆ แผนของรัฐบาลคือ การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่น้อยอีกมากมาย ขุดคลองยกถนนทำทางน้ำผ่านจากใต้เขื่อนเจ้าพระยาแบ่งน้ำออกไปแม่กลองและบางปะกง โดยเลิกใช้แนวฟลัดเวย์เดิมที่ทุ่งวังน้อย (อันกลายเป็นนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ) อันมีพื้นที่ต่อเนื่องกับคลองแนวตั้งอย่างคลองรังสิต 15 คลอง ผ่านลงทุ่งคลองสามวา มีนบุรี และลาดกระบัง ออกทะเลที่สมุทรปรากร ตามระบบที่เราออกแบบประยุกต์กับภูมิประเทศตามธรรมชาติแบบเดิมๆ ที่เป็นแนวที่ราบต่ำกว่าฝั่งตะวันตก เรื่องใหญ่ขนาดเปลี่ยนธรรมชาติและระบบนิเวศแผ่นดินเชียวนะครับ
จริงแล้ว... ที่น่ากลัวกว่าการเปลี่ยนแ ปลงของระบบน้ำที่จะกระทบต่อบ้านช่อง ที่ดินนาสวนของผู้คนนับล้าน เพื่อข้ออ้างกันน้ำท่วมก็คือ การฉวยโอกาสจากน้ำท่วมมาทำลายกลไกทางผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังเช่นที่มีข่าวการยุบเปลี่ยนคณะกรรมการที่พิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เมื่อเห็นท่าไม่ดีว่าเขื่อนแม่วงก์จะต้องมีปัญหา เพราะทำอย่างไรก็ไม่คุ้มทุน เขื่อนแก่งเสือเต้นก็ไม่มีการศึกษาสิ่งแวดล้อมเสร็จ คงต้องทำอีกนาน ก็หาทางให้โครงการอนุมัติให้ได้ไม่ติดเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคม
เรื่องแบบนี้น่าจะขยายไปสู่เรื่องทำแนวน้ำท่วมทาง จ.สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ลพบุรี ฉะเทริงเทราด้วย โดยไม่นึกว่าคนที่จะยอมให้บ้านตัวเองในแนวคิดนี้อย่างไร และจะยอมหรือไม่ จะทำง่ายๆ หรือเปล่า ไม่มีทางแน่ๆ
ตอนนี้หาทางผ่านโครงการโดยหาทางสร้ารง และใช้เงินกู้ 3.5 แสนล้าน บนความไม่รู้และไม่ใส่ใจของประชาชน ว่าเขากำลังทำเรื่องใหญ่ ที่ไม่น่าจะเสร็จง่าย และค้างเป็นอนุสาวรีย์โฮปเลส เหมือนโฮปเวลล์ เพราะเรื่องนี้มีแนวโน้มใหญ่กว่าไอ้ตอผุดรถไฟลอยฟ้าโฮปเวลล์ในกรุงเทพฯมาก แต่มันจะเป็นตอโฮปเลสประจานอยู่เต็มที่ราบน้ำท่วมถึงทั้งภาคกลาง
ถ้าใจร้อนแบบนี้
มิติชน วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556
3.5 แสนล้านนายกรัฐมนตรีของเราไม่มีประสบการณ์งานบริหารบ้านเมือง เลยเป็นโอกาสให้รองนายกฯ ได้แสดงบทบาทกันเต็มที่ แต่น่าแปลกครับ การบริหารจัดการน้ำ อุทกภัยกลับให้บริษัทจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มารับจ้างทำ ทั้งๆ ที่คนไทยมากมาย ทั้งวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และคนที่ทำงานชุมชนสิ่งแวดล้อมของไทยก็มีความรู้ ความชำนาญเรื่องน้ำในชาติ

แก้ไขโดยโครงการก่อสร้างก็ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีซับซ้อน ระบบข้อมูลเดี๋ยวนี้เราก็ไปไกลพอควรแล้วในเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง เพราะเท่าที่ทราบมาการเปลี่ยนแปลงระบบน้ำใหญ่ของแผ่นดิน จากที่ท่วมให้ทำนาทั้งภาคกลาง จะเปลี่ยนให้แบ่งน้ำออกไปพ้นทุ่งเจ้าพระยา มันต้องเข้าใจวิถีชีวิตของคนไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง บางปะกง อ่าวตัว ก.ไก่ ที่ปากบางปะกง จรดปากแม่กลอง แต่ยังไงก็ต้องช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เมืองริมเจ้าพระยา ชาวนา ชาวสวน ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ให้อยู่ร่วมกันได้

เรื่องนี้ค่อยๆ วางแผนออกแบบก็น่าจะได้ เพราะความเสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยแบบปีโน้นมีไม่มากครับ แค่ราว 1/100 (อาจจะถึง 1/200 ด้วยซ้ำ เพราะตามสถิติแล้วระดับน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว สูงกว่าเมื่อปี 2485 เทียบประวัติศาสตร์ไปประมาณการได้ราวน้ำท่วมใหญ่เมื่อรัชกาลที่ 3 เมื่อเกือบ 200 ปี)

ผมว่าเราต้องมองข้อมูลในอดีตให้ชัด แล้วรอบคอบวางแผนให้ดีก็ยังทัน แต่ก็น่าจะมีมาตรการระยะกลางไว้เตรียมรับคาบน้ำท่วมในลานิญาถัดไปด้วย เพราะดูคร่าวๆ แผนของรัฐบาลคือ การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่น้อยอีกมากมาย ขุดคลองยกถนนทำทางน้ำผ่านจากใต้เขื่อนเจ้าพระยาแบ่งน้ำออกไปแม่กลองและบางปะกง โดยเลิกใช้แนวฟลัดเวย์เดิมที่ทุ่งวังน้อย (อันกลายเป็นนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ) อันมีพื้นที่ต่อเนื่องกับคลองแนวตั้งอย่างคลองรังสิต 15 คลอง ผ่านลงทุ่งคลองสามวา มีนบุรี และลาดกระบัง ออกทะเลที่สมุทรปรากร ตามระบบที่เราออกแบบประยุกต์กับภูมิประเทศตามธรรมชาติแบบเดิมๆ ที่เป็นแนวที่ราบต่ำกว่าฝั่งตะวันตก เรื่องใหญ่ขนาดเปลี่ยนธรรมชาติและระบบนิเวศแผ่นดินเชียวนะครับ

จริงแล้ว... ที่น่ากลัวกว่าการเปลี่ยนแ ปลงของระบบน้ำที่จะกระทบต่อบ้านช่อง ที่ดินนาสวนของผู้คนนับล้าน เพื่อข้ออ้างกันน้ำท่วมก็คือ การฉวยโอกาสจากน้ำท่วมมาทำลายกลไกทางผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังเช่นที่มีข่าวการยุบเปลี่ยนคณะกรรมการที่พิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เมื่อเห็นท่าไม่ดีว่าเขื่อนแม่วงก์จะต้องมีปัญหา เพราะทำอย่างไรก็ไม่คุ้มทุน เขื่อนแก่งเสือเต้นก็ไม่มีการศึกษาสิ่งแวดล้อมเสร็จ คงต้องทำอีกนาน ก็หาทางให้โครงการอนุมัติให้ได้ไม่ติดเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคม

เรื่องแบบนี้น่าจะขยายไปสู่เรื่องทำแนวน้ำท่วมทาง จ.สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ลพบุรี ฉะเทริงเทราด้วย โดยไม่นึกว่าคนที่จะยอมให้บ้านตัวเองในแนวคิดนี้อย่างไร และจะยอมหรือไม่ จะทำง่ายๆ หรือเปล่า ไม่มีทางแน่ๆ

ตอนนี้หาทางผ่านโครงการโดยหาทางสร้ารง และใช้เงินกู้ 3.5 แสนล้าน บนความไม่รู้และไม่ใส่ใจของประชาชน ว่าเขากำลังทำเรื่องใหญ่ ที่ไม่น่าจะเสร็จง่าย และค้างเป็นอนุสาวรีย์โฮปเลส เหมือนโฮปเวลล์ เพราะเรื่องนี้มีแนวโน้มใหญ่กว่าไอ้ตอผุดรถไฟลอยฟ้าโฮปเวลล์ในกรุงเทพฯมาก แต่มันจะเป็นตอโฮปเลสประจานอยู่เต็มที่ราบน้ำท่วมถึงทั้งภาคกลาง

ถ้าใจร้อนแบบนี้!

มิติชน วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2556
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2015 เวลา 02:14 น.  

รับข่าวสาร