• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก

ตอบนายกฯ ‘ระเบิดแก่ง’ เสียประโยชน์ตรงไหน ?

อีเมล พิมพ์ PDF

ประยุทธ์ จันทร์โอชา“แม่น้ำโขงก็ไม่ใช่ของประเทศไทย เป็นแม่น้ำระหว่างประเทศไม่ใช่หรือ แล้วถ้ามีการดำเนินการจะเสียประโยชน์ตรงไหน” คำตอบกึ่งคำถาม (?) ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กล่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560


ไม่รู้ว่าถามจริงหรือพูดลอยๆ แต่ประเด็นเหล่านี้ นักอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมมีคำตอบและข้อโต้แย้งให้กับทุกคำสัมภาษณ์นั้น [อ่านข่าว : ‘บิ๊กตู่’ กร้าว!ทรัพยากรเกลี้ยง ‘โขง’ แล้ว ถามกลับ ‘ระเบิดแก่ง’ เสียประโยชน์ตรงไหน https://goo.gl/lY1rAH]

มาฟังความเห็น เพียรพร ดีเทศน์ ผู้ประสานงานการรณรงค์ประเทศไทย องค์การแม่น้ำนานาชาติ และ เดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีคำตอบให้นายกฯ ว่าเสียประโยชน์ตรงไหน ?


ประยุทธ์



เดชรัตน์ สุขกำเนิด : ใช่ครับ ท่านนายกฯ แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ แต่การดำเนินการในแม่น้ำโขงอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศต่างๆ ในลุ่มน้ำโขง ที่ผ่านการสร้างเขื่อนและการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง ได้สร้างผลกระทบให้กับประเทศต่างๆ ทั้งเวียดนาม กัมพูชา ลาว และไทย (ดังประโยคถัดมาที่ท่านนายกบอกว่า น้ำข้างบนไหลมาข้างล่างยังไม่พอ)

ดังนั้น รัฐบาลของประเทศนั้นๆ (รวมถึงรัฐบาลของท่าน) จึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลผลประโยชน์ของประเทศตนเอง การอ้างว่าเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศแล้วประเทศไทยจะไม่เสียประโยชน์นั้นเป็นละเลยหน้าที่รับผิดชอบดังกล่าว

เพียรพร ดีเทศน์ : แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติ ใช้ร่วมกัน 6 ประเทศ จากเทือกเขาหิมาลัย-จีน ผ่านพม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม เฉพาะประเทศไทยที่แม่น้ำโขงไหลผ่านพรมแดน ก็มีถึง 8 จังหวัด คือเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบล

ข้อตกลงเดินเรือเสรีแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ปี ค.ศ. 2000 ลงนามโดย 4 ประเทศ นำโดยจีน มีพม่า ลาว ไทย นำมาสู่การผลักดันโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ "ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง" ที่ทำให้แม่น้ำโขงตอนบนอันมีเกาะแก่งสลับซับซ้อน กลายเป็นเพียง "คลองเดินเรือ​" ให้เรือขนาดอย่างน้อย 500 ตัน เดินทางได้จากซือเหมา/ยูนนาน ลงมาถึงหลวงพระบาง

ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาจีน "ระเบิดแก่ง" ได้แค่ในจีน ลาว พม่า แต่มาติดที่พรมแดนไทย-ลาว จ.เชียงราย ที่แก่งคอนผีหลง เพราะชาวบ้านต้าน และกลาโหมคัดค้านเนื่องจากกระทบพรมแดน "จีน" หงุดหงิดที่ไทยไม่ยอม และพยายามเดินหน้าตลอด สุดท้ายก็สำเร็จ มาผ่านมติครม.ไทยเมื่อ ธันวาคม พ.ศ. 2559 นี่เอง

"แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ" เป็น shared river แปลว่าใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ของไทย ของใคร แต่ "ใช้ร่วมกัน" และนับตั้งแต่ยุคบรรพกาล ชุมชนสองฝั่งน้ำก็ใช้-รักษา มาโดยตลอด ที่สำคัญ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม) ก็มี "ข้อตกลงแม่น้ำโขง พศ.2538" ที่กำกับให้ประเทศสมาชิกใช้แม่น้ำโขงร่วมกันอย่างยั่งยืน


ประยุทธ์

เดชรัตน์ สุขกำเนิด : ไม่จริงครับ แม้ทุกวันนี้ แม่น้ำโขงจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากการสร้างเขื่อนและการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขง แต่แม่น้ำโขงก็ยังเป็นลุ่มน้ำที่มีความสมบูรณ์ในแง่ความหลากหลายชีวภาพอยู่ในระดับต้นๆ ของโลก ยังมีการค้นพบสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ๆในลุ่มน้ำโขงนี้อยู่เสมอ

ท่านนายกฯ ควรเรียกหน่วยงานที่ให้ข้อมูลเช่นนี้กลับท่านมาสอบทานให้แน่ชัด และควรให้หน่วยงานดังกล่าวออกมาเสนอข้อมูลที่ชัดเจนต่อสาธารณะ รวมถึงตอบข้อซักถามของสาธารณะด้วย

เพียรพร ดีเทศน์ : แม่น้ำโขงตอนบนในยูนนาน จีนมีเขื่อนสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 จนเวลานี้ก็สร้างไปแล้ว 6 อภิมหาเขื่อน และกำลังก่อสร้างอีก 3 เขื่อน ทุกวันนี้จีนระบายน้ำ-กักน้ำ โดยเขื่อนจิงหง (Jinghong Dam) ที่เชียงรุ้ง ห่างไทยไป 340 กม กระทบบ้านเราเต็มๆ เพราะน้ำโขงที่ อ.เชียงแสน ในหน้าแล้งแทบจะร้อยทั้งร้อยไหลมาจากจีน

น้ำโขงที่จีนจะปล่อยลงมาหรือไม่นั้น ส่วนใหญ่เพื่อประโยชน์ของจีน เขาปล่อยน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า และเดินเรือสินค้าของเขาเอาของมาขายเรา หากเขาจะเดินเรือ เขาก็ปล่อยน้ำมา ไม่สนว่าท่วมหาดทราย-แปลงเกษตรริมฝั่งฤดูแล้ง หรือพัดเรือ-บ้านเรือนชาวบ้านริมโขงเสียหาย หรือหน้าน้ำหลาก เขาไม่สนฤดูกาล เขื่อนจีนทำเอาระบบนิเวศ น้ำขึ้น-น้ำลง ตามฤดูกาลของแม่น้ำโขงแปรปรวน แต่ก็ยังไม่ "พัง" เพราะยังมีเกาะแก่ง ระบบนิเวศที่ยังคงอยู่

สิ่งที่รัฐบาลไทยควรทำ คือ เรียกร้องให้จีน-เจ้าของเขื่อนแก้ไขปัญหานี้ทันที ให้จัดการเขื่อนที่คำนึงถึงท้ายน้ำ downstream และฤดูกาล แม่น้ำโขงเสียหาย ต้องรีบแก้ไข-ฟื้นฟู ไม่ควรคิดว่าเลยตามเลยแล้วปล่อยให้ใครมากระทืบซ้ำให้ตายไปจริงๆ



ประยุทธ์



เดชรัตน์ สุขกำเนิด : น้ำในลำน้ำมูน ยังไม่ได้ตื้น ลำน้ำมูนยังมีทั้งส่วนที่ลึก (เช่น ส่วนที่เรียกว่า วัง) และส่วนที่ตื้น ตามระบบนิเวศดั้งเดิมของลุ่มน้ำมูนตอนล่าง และภูมิปัญญาในการหาปลาหรือสัตว์น้ำของไทยตั้งแต่โบราณกาล ก็สามารถจับปลาได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกอยู่แล้ว แล้วแต่ภูมิประเทศและชนิดของปลาหรือสัตว์น้ำ

ในช่วงที่เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล และในช่วงที่ปลาอพยพจากลำน้ำโขงขึ้นมาในลำน้ำมูน ชาวประมงทั้งในท้องถิ่นและนอกท้องถิ่นสามารถเข้ามาจับปลาจนเป็นอาชีพหลักในช่วงเวลาดังกล่าว มีรายได้พอเพียงตั้งแต่ 500 บาท ถึงเป็นหลักพันต่อวัน แล้วแต่กรณี การหาปลาจึงเป็นอาชีพที่ยังมีความสำคัญสำหรับชุมชนในลุ่มน้ำมูลตอนล่าง

ที่ท่านนายกฯ ถามว่า “ประมงพื้นบ้านหาเงินได้วันละเท่าไร” อาจไม่สำคัญเท่ากับ ถ้ามีการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ชาวประมงพื้นบ้านสามารถพึ่งตนเองได้จากการทำประมงดังกล่าว และที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนปากมูล รัฐบาล (ตั้งแต่ที่ผ่านมา) ก็ยังไม่สามารถหาวิถีชีวิตที่พึ่งพาตนเองได้ มาทดแทนให้กับชาวประมงพื้นบ้านได้เลย”

ที่ผ่านมาเราใช้เขื่อนปิดกั้นความอุดมสมบูรณ์ที่จะผ่านเข้ามาเองตามธรรมชาติจากลำน้ำโขงสู่ลำน้ำมูน ไปวันละเท่าไร เดือนละเท่าไร ปีละเท่าไร ขอให้ท่านและคสช. ลองไปคิดกันเอาเอง

เพียรพร ดีเทศน์ : ลุ่มน้ำโขงเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประชาชนหลายล้ายคนใน 4 ประเทศน้ำโขงตอนล่างจับปลาและสัตว์น้ำได้ปีละ 1.9-4 ล้านตัน ปลาแม่น้ำโขงเป็นแหล่งโปรตีน แหล่งรายได้ แหล่งอารยธรรมของภูมิภาคนี้ (รวมทั้งอารยธรรมสมัยนครวัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ทะเลสาบเขมร)

ราคาปลาน้ำโขงรู้กันว่าเดี๋ยวนี้แพงมากๆ ที่เชียงของ จ.เชียงราย ปลาเนื้ออ่อน-ปลานาง กิโลกรัมละ 450 บาท ร้านอาหารแย่งกันซื้อ มีเงินก็ไม่ใช่ว่าจะได้กิน (ที่ลาวใต้-สีพันดอน จับปลาน้ำโขงได้ฤดูกาละ 1-10 ตัน/ครอบครัว รายได้จากปลาก็หลายล้านบาท)

"การระบายน้ำทิ้ง" ไม่มีคะ แม่น้ำโขงที่ไหลไปนั้นคือสิ่งหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต หล่อเลี้ยงระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์เป็นอันดับ 2 ของโลก แม่น้ำโขงไม่ใช่ท่อน้ำหรือคลอง แม่น้ำโขงมีวัฏจักรน้ำขึ้นน้ำลงหมุนเวียนตามฤดูกาล ปลาแม่น้ำโขง 70% อพยพทางไกล จากปากน้ำเวียดนาม-ทะเลสาบเขมร-พรมแดนไทยลาว-ลำน้ำสาขา

น้ำโขงที่ไหลจากต้นน้ำถึงทะเลจีนใต้ มีคุณค่า ตะกอนที่แม่น้ำพัดพามา คืออู่ข้าวอู่น้ำของภูมิภาค ลองหาข้อมูลอ่านดู google ก็จะพบงานวิจัยทั้งภาษาไทย อังกฤษ และอื่นๆ น่าจะหลายพันชิ้นคะ แม่น้ำโขงมีทุกอย่างคะ แต่หายนะที่เกิดและกำลังจะเกิด เนื่องจากขาดอย่างเดียว คือความเป็นธรรม-ความโปร่งใส



ที่มา
facebook.com/decharut.sukkumnoed (เข้าถึงเมื่อ 10 มกราคม 2560)
facebook.com/pai.deetes (เข้าถึงเมื่อ 10 มกราคม 2560)


 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง