• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ รายงานสถานการณ์ป่าไม้ พ.ศ. 2558 -2559

รายงานสถานการณ์ป่าไม้ พ.ศ. 2558 -2559

อีเมล พิมพ์ PDF
รายงานสถานการณ์ป่าไม้ พ.ศ. 2558 -2559
ภาพรวมสถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทย  พ.ศ. 2504 เป็นปีแรกที่มีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ซึ่งในช่วงปีนั้นประเทศไทย มีพื้นที่ป่าไม้อยู่ประมาณ 171 ล้านไร่ หรือร้อยละ 53.33 ของพื้นที่ประเทศ
จากภาพสถานการณ์พื้นที่ป่าไม้ไทยแสดงให้เห็นว่า พ.ศ. 2504 – 2531 พื้นที่ป่าไม้มีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง จนปลายปี พ.ศ. 2531 เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม ที่ต่างไปจากเดิมคือดินโคลนที่ถล่มนั้น มาพร้อมกับท่อนซุงจำนวนมหาศาล กวาดบ้านเรือนและประชาชนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ที่ตำบลกระทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ความสูญเสียที่ใครมิอาจคาดคิดนี้ทำให้ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ และจำนวนป่าไม้ที่ลดลง
จนเป็นที่มาของการปิดสัมปทานป่าบกใน พ.ศ. 2532 ถ้าดูต่อมาเรื่อยๆ จะพบว่าพื้นที่ป่าไม้ก็ยังคงลดลงจนกระทั่งในช่วง พ.ศ. 2543 ตัวเลขพื้นที่ป่าไม้กลับมีอัตราที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้เกิดจาการที่มีพื้นที่ป่าไม้เพิ่มมากขึ้น แต่เกิดจากการที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการแปลพื้นที่ป่า จากเมื่อก่อนใช้แผนที่ในอัตรา 1:250,000 มาเป็น 1:50,000 ทำให้เห็นพื้นที่ป่าได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น จึงทำให้พื้นที่ป่าสูงขึ้นมาจนน่าตกใจ มาจนถึง พ.ศ.2558 เรามีตัวเลขพื้นที่ป่าล่าสุดอยู่ทั้งหมด 102,240,981.88 ไร่ หรือ ร้อยละ 31.60 ซึ่งพื้นที่ป่าลดลงจาก พ.ศ. 2557 อยู่ 44,418.74 ไร่ หรือลดลงร้อยละ 0.02
ตัวเลขพื้นที่ป่าไม้ของไทยที่สามารถเปรียบเทียบกันได้จริงจึงถูกแบ่งออกเป็น  2 ช่วง ช่วงที่ 1. 2516-2541 พื้นที่ป่าลดลงจาก 138,566,875 ไร่ เหลือ 81,076,250.00 ไร่ อัตราลดลงเท่ากับ 2,053,236.61 ไร่ ต่อปี ช่วงที่ 2. 2543-2557  พื้นที่ป่าลดลงจาก 106,319,237.50 ไร่ เหลือ 102,120,417.98 ไร่ อัตราลดลงเท่ากับ 299,915.68 ไร่ ต่อปี
สถานการณ์พื้นที่ป่าไม้รายภาคในปัจจุบัน ภาคเหนือมีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 64.48 ของพื้นที่ภาค รองลงมาคือ ภาคตะวันตก ร้อยละ 59.09 ภาคใต้ ร้อยละ 23.99 ภาคตะวันออก ร้อยละ 21.77 ภาคกลาง ร้อยละ 21.06 และภาคที่มีพื้นที่ป่าที่น้อยที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 14.94 ของพื้นที่ภาค
จากข้อมูลล่าสุดปี 2558 ภาคตะวันออกเองก็ยังคงมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 0.05 ภาคกลาง และภาคใต้มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.15 และ 0.02 ส่วนอีก 3 ภาคกลับมีตัวเลขพื้นที่ป่าที่ลดลงจากปี 2557 คือ ภาคเหนือ ลดลงร้อยละ 0.09 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลงร้อยละ 0.08 และภาคตะวันตกลดลงร้อยละ 0.03
จังหวัดที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุด 5 อันดับ  (1)แม่ฮ่องสอน 86.99 (2)ตาก 72  (3)ลำปาง 70.64  (4)เชียงใหม่ 69.96 (5)แพร่ 64.17
และถ้าหากนำข้อมูลพื้นที่ป่าปีปัจจุบันเปรียบเทียบกับปี 2557 พบว่า จังหวัดที่มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 5 อันดับแรก ได้แก่  (1)สระบุรี 1.16  (2)สุรินทร์ 1.12  (3)ประจวบคีรีขันธ์ 0.48  (4)ลพบุรี 0.47  (5)สุพรรณบุรี 0.46
และจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าลดลง 5 อันดับแรก ได้แก่  (1)นครพนม 2.38 (2)อุดรธานี 0.72  (3)ยะลา 0.60  (4)เลย 0.49  (5)สมุทรสงคราม 0.47
ส่วนจังหวัดที่ไม่ถูกระบุว่ามีพื้นที่ป่าจากการแปลภาพถ่ายดาวเทียมมีอยู่ทั้งหมด  4 จังหวัด ได้แก่ (1)อยุธยา (2)นนทบุรี (3)ปทุมธานี (4)อ่างทอง ในปีนี้จังหวัดที่หลายๆ คนยังคงเป็นห่วงเนื่องจากมีกรณีเขาหัวโล้นที่ปรากฏเป็นข่าวอย่าง จังหวัดน่าน นั้น ยังคงมีพื้นที่ป่าอยู่ถึงร้อยละ 61.40 ของพื้นที่จังหวัด
ส่วนคนกรุงเทพฯอย่างเราๆ เมื่อก่อนถูกระบุว่าไม่มีพื้นที่ป่า แต่ตอนนี้กรุงเทพมีพื้นที่ป่าอยู่ร้อยละ 0.03 หรือประมาณ 3,253 ไร่ พื้นที่ที่ถูกตีความว่าเป็นป่า พบอยู่ที่เขตบางขุนเทียน
ลองหันมาดูนโยบายป่าไม้ของชาติบ้าง เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้อนุมัติแผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรไม้ของชาติ โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่ป่าของประเทศที่ควรมีไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศหรือประมาณ 128.41 ล้านไร่ ภายใน 10 ปี ดังนั้นพื้นที่ป่าของประเทศไทยจึงมีเป้าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ประมาณ 27.29 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 8.43 ของพื้นที่ประเทศ
จากภาพนโยบายป่าไม้แห่งชาติในปี 2528  ที่ได้กำหนดให้มีพื้นที่ป่าทั่วประเทศอย่างน้อยในอัตราร้อยละ 40 เป็นป่าอนุรักษ์ร้อยละ 15 และป่าเพื่อเศรษฐกิจร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ โดยกำหนดจากฐานคิดที่ว่า ณ ช่วงเวลานั้นคนไทยมีประมาณ 52 ล้านคน จะใช้ไม้ประมาณ 13.31 ล้านม3 ซึ่งจะผลิตจากป่าประมาณ ร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ
แต่ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ สังคม ภาวะมลพิษ และจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไปจากเดิมมาก จึงทำให้เกิดคำถามว่า ตัวเลขป่าอนุรักษ์ ร้อยละ 15 และป่าเพื่อเศรษฐกิจ ร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ ยังมีความเหมาะสมในสภาพปัจจุบันอยู่อีกหรือไม่ รวมไปถึงนโยบายของหลายๆ หน่วยงานที่ขัดแย้งกันเองทำให้เป็นอุปสรรคในการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ เช่น นโยบายประกันราคา หรือการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวบางชนิดของภาครัฐเองทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พื้นที่ป่าโดนรุกอย่างหนัก การพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ป่าเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ
แต่ยังพอมีทางออก หากเรายังคงยอมรับตัวเลขที่ว่าประเทศไทยควรต้องมีป่าร้อยละ 40 จะทำอย่างไรได้บ้าง ศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ “ป่าไม้ไทยวิกฤติหรือไม่” (เชื่อมลิ้งค์ https://goo.gl/jee9VO ) โดย อ.ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
รายงานสถานการณ์ป่าไม้ พ.ศ. 2558 -2559 ภาพรวมสถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทย  พ.ศ. 2504 เป็นปีแรกที่มีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ซึ่งในช่วงปีนั้นประเทศไทย มีพื้นที่ป่าไม้อยู่ประมาณ 171 ล้านไร่ หรือร้อยละ 53.33 ของพื้นที่ประเทศ



สถานการณ์ป่าไม้ไทย

สถานการณ์พื้นที่ป่าไม้ไทย

จากภาพสถานการณ์พื้นที่ป่าไม้ไทยแสดงให้เห็นว่า พ.ศ. 2504 – 2531 พื้นที่ป่าไม้มีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง จนปลายปี พ.ศ. 2531 เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม ที่ต่างไปจากเดิมคือดินโคลนที่ถล่มนั้น มาพร้อมกับท่อนซุงจำนวนมหาศาล กวาดบ้านเรือนและประชาชนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ที่ตำบลกระทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ความสูญเสียที่ใครมิอาจคาดคิดนี้ทำให้ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ และจำนวนป่าไม้ที่ลดลง

จนเป็นที่มาของการปิดสัมปทานป่าบกใน พ.ศ. 2532 ถ้าดูต่อมาเรื่อยๆ จะพบว่าพื้นที่ป่าไม้ก็ยังคงลดลงจนกระทั่งในช่วง พ.ศ. 2543 ตัวเลขพื้นที่ป่าไม้กลับมีอัตราที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้เกิดจาการที่มีพื้นที่ป่าไม้เพิ่มมากขึ้น แต่เกิดจากการที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการแปลพื้นที่ป่า จากเมื่อก่อนใช้แผนที่ในอัตรา 1:250,000 มาเป็น 1:50,000 ทำให้เห็นพื้นที่ป่าได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น จึงทำให้พื้นที่ป่าสูงขึ้นมาจนน่าตกใจ มาจนถึง พ.ศ.2558 เรามีตัวเลขพื้นที่ป่าล่าสุดอยู่ทั้งหมด 102,240,981.88 ไร่ หรือ ร้อยละ 31.60 ซึ่งพื้นที่ป่าลดลงจาก พ.ศ. 2557 อยู่ 44,418.74 ไร่ หรือลดลงร้อยละ 0.02

การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้รายจังหวัด พ.ศ. 2558-2559ตัวเลขพื้นที่ป่าไม้ของไทยที่สามารถเปรียบเทียบกันได้จริงจึงถูกแบ่งออกเป็น  2 ช่วง ช่วงที่ 1. 2516-2541 พื้นที่ป่าลดลงจาก 138,566,875 ไร่ เหลือ 81,076,250.00 ไร่ อัตราลดลงเท่ากับ 2,053,236.61 ไร่ ต่อปี ช่วงที่ 2. 2543-2557  พื้นที่ป่าลดลงจาก 106,319,237.50 ไร่ เหลือ 102,120,417.98 ไร่ อัตราลดลงเท่ากับ 299,915.68 ไร่ ต่อปี

สถานการณ์พื้นที่ป่าไม้รายภาคในปัจจุบัน ภาคเหนือมีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 64.48 ของพื้นที่ภาค รองลงมาคือ ภาคตะวันตก ร้อยละ 59.09 ภาคใต้ ร้อยละ 23.99 ภาคตะวันออก ร้อยละ 21.77 ภาคกลาง ร้อยละ 21.06 และภาคที่มีพื้นที่ป่าที่น้อยที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 14.94 ของพื้นที่ภาค

จากข้อมูลล่าสุดปี 2558 ภาคตะวันออกเองก็ยังคงมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ร้อยละ 0.05 ภาคกลาง และภาคใต้มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.15 และ 0.02 ส่วนอีก 3 ภาคกลับมีตัวเลขพื้นที่ป่าที่ลดลงจากปี 2557 คือ ภาคเหนือ ลดลงร้อยละ 0.09 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลงร้อยละ 0.08 และภาคตะวันตกลดลงร้อยละ 0.03

จังหวัดที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุด 5 อันดับ  (1)แม่ฮ่องสอน 86.99 (2)ตาก 72  (3)ลำปาง 70.64  (4)เชียงใหม่ 69.96 (5)แพร่ 64.17

และถ้าหากนำข้อมูลพื้นที่ป่าปีปัจจุบันเปรียบเทียบกับปี 2557 พบว่า จังหวัดที่มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 5 อันดับแรก ได้แก่  (1)สระบุรี 1.16  (2)สุรินทร์ 1.12  (3)ประจวบคีรีขันธ์ 0.48  (4)ลพบุรี 0.47  (5)สุพรรณบุรี 0.46

และจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าลดลง 5 อันดับแรก ได้แก่  (1)นครพนม 2.38 (2)อุดรธานี 0.72  (3)ยะลา 0.60  (4)เลย 0.49  (5)สมุทรสงคราม 0.47

ส่วนจังหวัดที่ไม่ถูกระบุว่ามีพื้นที่ป่าจากการแปลภาพถ่ายดาวเทียมมีอยู่ทั้งหมด  4 จังหวัด ได้แก่ (1)อยุธยา (2)นนทบุรี (3)ปทุมธานี (4)อ่างทอง ในปีนี้จังหวัดที่หลายๆ คนยังคงเป็นห่วงเนื่องจากมีกรณีเขาหัวโล้นที่ปรากฏเป็นข่าวอย่าง จังหวัดน่าน นั้น ยังคงมีพื้นที่ป่าอยู่ถึงร้อยละ 61.40 ของพื้นที่จังหวัด

ส่วนคนกรุงเทพฯอย่างเราๆ เมื่อก่อนถูกระบุว่าไม่มีพื้นที่ป่า แต่ตอนนี้กรุงเทพมีพื้นที่ป่าอยู่ร้อยละ 0.03 หรือประมาณ 3,253 ไร่ พื้นที่ที่ถูกตีความว่าเป็นป่า พบอยู่ที่เขตบางขุนเทียน
นโยบายป่าไม้แห่งชาติ

ลองหันมาดูนโยบายป่าไม้ของชาติบ้าง เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติแผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรไม้ของชาติ โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่ป่าของประเทศที่ควรมีไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศหรือประมาณ 128.41 ล้านไร่ ภายใน 10 ปี ดังนั้นพื้นที่ป่าของประเทศไทยจึงมีเป้าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ประมาณ 27.29 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 8.43 ของพื้นที่ประเทศ
จากภาพนโยบายป่าไม้แห่งชาติในปี 2528  ที่ได้กำหนดให้มีพื้นที่ป่าทั่วประเทศอย่างน้อยในอัตราร้อยละ 40 เป็นป่าอนุรักษ์ร้อยละ 15 และป่าเพื่อเศรษฐกิจร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ โดยกำหนดจากฐานคิดที่ว่า ณ ช่วงเวลานั้นคนไทยมีประมาณ 52 ล้านคน จะใช้ไม้ประมาณ 13.31 ล้านม3 ซึ่งจะผลิตจากป่าประมาณ ร้อยละ 25 ของพื้นที่ประเทศ
แต่ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ สังคม ภาวะมลพิษ และจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไปจากเดิม รวมไปถึงนโยบายของหลายๆ หน่วยงานที่ขัดแย้งกันเองทำให้เป็นอุปสรรคในการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ เช่น นโยบายประกันราคา หรือการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวบางชนิดของภาครัฐเองทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พื้นที่ป่าโดนรุกอย่างหนัก การพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ป่าเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ

แต่ยังพอมีทางออก หากเรายังคงยอมรับตัวเลขที่ว่าประเทศไทยควรต้องมีป่าร้อยละ 40 จะทำอย่างไรได้บ้าง ศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ “ป่าไม้ไทยวิกฤติหรือไม่” โดย อ.ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ดาวน์โหลด E-BOOK รายงานสถานการณ์ป่าไม้ไทย 2558-2559

บทความโดยอรยุพา สังขะมาน หัวหน้าวิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง