• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/924084cablecar.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/645416stickerline_______________________________________.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/649893SCBSHOP.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/688702Bangchak_cards.jpg
  • 0
  • 1
  • 2
  • 3

'สีดอแก้ว' สู่ประโยชน์เพื่องานอนุรักษ์

อีเมล พิมพ์ PDF

สีดอแก้วจากเหตุการณ์ที่สีดอแก้วหลุดออกจากพื้นที่โครงการจัดการช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ (สถานที่สำหรับปรับพฤติกรรมช้างป่า) เดินทางไปไกลถึง จ.จันทบุรี จนพากลับเข้าพื้นที่โครงการได้อีกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดสามารถให้ประโยชน์ต่องานอนุรักษ์ได้อย่างไรบ้าง ชวนมาหาคำตอบในเรื่องนี้กัน

จากเหตุการณ์ที่พลายสีดอแก้วหลุดออกจากพื้นที่โครงการจัดการช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ (สถานที่สำหรับปรับพฤติกรรมช้างป่า) เดินทางไปไกลถึง จ.จันทบุรี จนพากลับเข้าพื้นที่โครงการได้อีกครั้ง เรื่องราวทั้งหมดสามารถให้ประโยชน์ต่องานอนุรักษ์ได้อย่างไรบ้าง ชวนมาหาคำตอบในเรื่องนี้กัน
.
‘สีดอแก้ว’ ช้างป่าหนุ่มตัวนี้มีนิสัยชอบออกเดินทางระยะไกลเพื่อหากินนอกพื้นที่อนุรักษ์มาหลายปีแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ทำการติดตาม จับ และพาย้ายเข้าไปในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ถิ่นที่อาศัยเดิมของสีดอแก้ว พร้อมติดปลอกคอวิทยุเพื่อศึกษาเส้นทาง
.
ผลของการติดปลอกคอทำให้ทราบว่า สีดอแก้วมักออกเดินในเส้นทางเดิม คือพื้นที่ จ.จันทบุรี ไปออก จ.ตราด พอเกิดเหตุการณ์ที่สีดอแก้วออกมาหากินนอกพื้นที่อนุรักษ์หลายครั้งเข้า เจ้าหน้าที่จึงได้เคลื่อนย้ายสีดอแก้วมาไว้ใน “โครงการจัดการช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์” บริเวณเขาตะกรุบ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับปรับสัญชาติญาณและพฤติกรรมของช้างป่าด้วยการใช้ธรรมชาติบำบัด แต่เมื่อกุมพาพันธ์ที่ผ่านมา สีดอแก้วสามารถเล็ดลอดไปจากพื้นที่โครงการได้ โดยอาศัยความฉลาดและแสนรู้
.
น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือหมอล็อต สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ชวนสังเกตลักษณะของสีดอแก้วว่า ช้างที่ไม่มีงาไม่น่าจะสู้ใครได้ รวมถึงไม่น่าจะสืบเผ่าพันธุ์ได้ ธรรมชาติจึงสร้างช้างที่ไม่มีงาให้มีลักษณะกะโหลกใหญ่ ช้างสีดอจึงมีความฉลาดกว่าช้างงา
.
“ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเขาฉลาดมากและสามารถเรียนรู้ได้ไว สีดอแก้วจึงสามารถเล็ดลอด และมีการเอาตัวรอดมาอยู่นอกพื้นที่ได้”
.
เมื่อสีดอแก้วออกจากพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตาม เฝ้าระวังให้ความปลอดภัยระหว่างช้างและประชาชน กระทั่งเกิดปฏิบัติการนำสีดอแก้วกลับคืนสู่พื้นที่โครงการจัดการช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ดังที่ปรากฎทางสื่อต่างๆ
.
ภารกิจครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะความร่วมมือจากภาคประชาชนในพื้นที่
.
น.สพ.ภัทรพล เล่าว่า การย้ายสีดอแก้วถือเป็นการดำเนินการเชิงรุกอย่างหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านเห็นการทำงานและสามารถเข้ามามีส่วนร่วมงานกับเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ได้
.
ส่วนสาเหตุที่สีดอแก้วออกหากินนอกพื้นที่นั้น สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ อธิบายว่า “ที่สีดอแก้วออกไปหากินนอกพื้นที่ไม่ใช่เพราะประชากรช้างล้นป่า” จากข้อมูลเบื้องต้นของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าในการสำรวจพื้นที่รอยต่อ 5 จังหวัด มีอาณาเขตพื้นที่ ครอบคลุม 5 จังหวัดได้แก่ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และชลบุรี มีเนื้อที่รวมประมาณ 1.2 ล้านไร่ พบว่ามีประชากรช้างในพื้นที่ประมาณ 424 ตัว แต่ขนาดพื้นที่สามารถได้ถึง 500 ตัว ดังนั้นไม่ได้หมายความว่าช้างมีพื้นที่จำกัดประชากรจึงล้นป่า
.
“ตอนนี้เรากำลังมองในเรื่องของ ศักยภาพในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) พบว่า พื้นที่ทุ่งหญ้าเดิมกลายเป็นพื้นที่ป่าชั้นสองแล้ว (Secondary Forest) เพราะฉะนั้นทางพื้นที่มีโครงการในการพัฒนาปรับปรุงพืชอาหาร แหล่งทุ่งหญ้า แหล่งน้ำ แหล่งดินโป่งให้กับช้างป่า ให้เหมาะสม มันก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ช้างและสัตว์ป่าไม่ออกมานอกพื้นที่”
.
ซึ่งจากการติดตามพฤติกรรมสีดอแก้วเมื่อออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ พบว่าสีดอแก้วชอบแช่น้ำ ไม่ว่าไปที่ไหนก็จะลงเล่นน้ำ เจ้าหน้าที่จึงแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างอ่างให้สีดอแก้วโดยเฉพาะ และเมื่อสีดอแก้วมาถึงปรากฏว่าเขาเดินลงไปเล่นน้ำเลย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าสีดอแก้วมีการเรียนรู้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เราได้เรียนรู้นำไปสู่วิธีการแก้ไขและป้องกัน
.
น.สพ.ภัทรพล แสดงความเห็นว่า ทางเลือกในการปรับปรุงแหล่งน้ำแหล่งอาหารในพื้นที่ตรงนี้จะเป็นทางเลือกที่สำคัญ รวมถึงการเตรียมความพร้อมรอบๆ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ เรื่องการขุดคูกั้น การทำแนวรั้วกั้นแบบบูรณาการ สิ่งจะเป็นโรดแมปสำคัญในการดูแลช้างป่า
.
สีดอแก้วนั้นมีความฉลาดแสนรู้ แต่จะทำอย่างไรที่จะสามารถนำใช้ให้เกิดประโยชน์ในงานอนุรักษ์ได้ นี่คือโจทย์ที่ หมอล็อต ได้ตั้งไว้ และเชื่อว่าหากเราสามารถรับมือกับสีดอแก้วด้วยระบบการจัดการที่ชัดเจน จะนำไปสู่ประโยชน์ในงานอนุรักษ์ ในเรื่องของการจัดการช้างป่าที่ออกนอกพื้นที่ได้ในอนาคตได้ และเราต้องคิดต่อว่า ความฉลาด แสนรู้ ประสบการณ์ที่เขามีจะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไรบ้าง
.
“เมื่อบ้านน่าอยู่ มีขอบเขตชัดเจน มันก็ถึงเวลาที่เราจะพาช้างกลับบ้าน ตอนนี้เรามีโรดแมปที่ชัดเจนอยู่แล้ว ในขั้นตอนต่อไป คือการทำบ้านเขาให้สมบูรณ์อยู่ในขั้นตอเนกำลังดำเนินการ ส่วนคูกั้นช้าง เราทำมาแล้ว โดยเราได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ประมาณกว่า 580 กิโลเมตร แนวกำแพงกั้นช้างแบบผสมผสานตามจุดที่ช้างชอบออกหรือจุดที่ดินถล่มได้ง่าย เพราะฉะนั้นเมื่อบ้านพร้อม ครัวพร้อม ประตูบ้านพร้อม ชัดเจน มันก็ถึงเวลาที่ช้างจะได้กลับบ้าน ฉะนั้นนี่ถือเป็นโรดแมปในการบริหารจัดการช้างป่าที่ออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์ โดยเฉพาะพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด” น.สพ.ภัทรพล กล่าวทิ้งท้
 

กินมังฯ ทำไม ?

อีเมล พิมพ์ PDF

มิงสวิรัตินั่นสิครับ เรากินมังสวิรัติทำไม - คำถามข้างต้นเกิดขึ้นในใจตอนที่ผมเดินทางไปแลกเปลี่ยนหนึ่งภาคการศึกษาที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และพบว่าในวันจันทร์ อาหารส่วนใหญ่ที่ขายในโรงอาหารมหาวิทยาลัยจะเป็นมังสวิรัติ ด้านหน้าก็มีป้ายรณรงค์ว่า “มังสวิรัติทุกวันจันทร์ (Vegetarian Monday)”

 

สิงคโปร์เตรียมแผนเก็บภาษีคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2562

อีเมล พิมพ์ PDF

สิงคโปร์สิงคโปร์ได้ประกาศจะจัดเก็บภาษีคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2562 โดยตั้งราคาไว้ที่ระหว่างตันละ 7 ถึง 14 ดอลลาร์สหรัฐ

 

เขื่อนจีน และความเสี่ยงด้านวิกฤติน้ำของประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

อีเมล พิมพ์ PDF

เขื่อนแม่น้ำสายนี้มีจุดกำเนิดสูงขึ้นไปถึงที่ราบสูงทิเบต และค่อยๆ เคี้ยวคดลงมากว่า 5,000 กิโลเมตรสู่ทางใต้และหายตัวไปในทะเลจีนใต้ ระหว่างทาง ลำน้ำได้ไหลผ่าน 6 ประเทศ หล่อเลี้ยงทั้งระบบนิเวศและเศรษฐกิจระดับชุมชน โดยเฉพาะการประมงที่ต่อสายชีวิตให้กับประชาชนกว่า 60 ล้านคนในลุ่มน้ำตอนล่าง

 

80 องค์กรไทย-พม่า ร่วมหนุน ‘เสรีภาพสื่อ’ หลังเหมืองไทยในพม่าเดินหน้าฟ้อง ‘ผู้สื่อข่าวเนชั่น’

อีเมล พิมพ์ PDF
80 องค์กรไทย-พม่า ร่วมหนุน ‘เสรีภาพสื่อ’ หลังเหมืองไทยในพม่าเดินหน้าฟ้อง ‘ผู้สื่อข่าวเนชั่น’
ผู้สนับสนุนเสรีภาพสื่อและภาคประชาสังคมไทย-พม่า 80 องค์กร ร่วมออกแถลงการณ์ร้องรัฐบาลไทยคุ้มครอง ‘เดอะเนชั่น-ผู้สื่อข่าว’ หลังถูกฟ้องหมิ่นประมาท-ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ จากการรายงานปัญหาเหมืองเฮงดาในพม่าที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ ชี้เป็นการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายละเมิดสิทธิเสรีภาพการแสดงออก สร้างบรรยากาศแห่งความกลัวให้สื่อ-ประชาชน
14 พ.ค. 2560 องค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมผู้สนับสนุนเสรีภาพสื่อและภาคประชาสังคมเรียกร้องรัฐบาลไทยให้คุ้มครองหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น และผู้สื่อข่าวซึ่งรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหมืองเฮงดาที่เป็นของคนไทยแต่ประกอบการในพม่า ลงนามโดย 80 องค์กรภาคประชาสังคมทั้งไทยและพม่า รวมทั้งนักกิจกรรมจากทั้งสองประเทศ
จากกรณีที่ปรัชญ์ รุจิวนารมย์ นักข่าวหนังสือพิมพ์ The Nation ถูกฟ้องในคดีหมิ่นประมาท และการละเมิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 จากการเขียนข่าวกรณีความทุกข์ยากของชุมชนในภาคตะนาวศรี ประเทศพม่า จากผลกระทบของการทำเหมืองดีบุกซึ่งดำเนินการโดยบริษัทไทย
คดีนี้ฝ่ายโจทก์อ้างว่าการรายงานข่าวนั้นบิดเบือนให้ร้ายบริษัท ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายและอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบเหมืองแร่ดีบุกในประเทศพม่าได้ ต่อมาเมื่อ วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนครปฐมได้นัดฝ่ายโจทก์และจำเลยมาไกล่เกลี่ย แต่โจทก์ไม่ประสงค์ที่จะไกล่เกลี่ย คดีจึงต้องเดินหน้าต่อไป ศาลจึงนัดไต่สวนมูลฟ้องล่วงหน้าในวันที่ 29 พ.ค. 2560 แต่ทางจำเลยขอเลื่อนเป็นวันที่ 17 ก.ค. 2560
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุรายละเอียด ดังนี้
แถลงการณ์ร่วม
ผู้สนับสนุนเสรีภาพสื่อและภาคประชาสังคมเรียกร้องรัฐบาลไทยให้คุ้มครองหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น และผู้สื่อข่าวซึ่งรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นจากเหมืองเฮงดาที่เป็นของคนไทยแต่ประกอบการในพม่า
กรุงเทพฯ 14 พฤษภาคม 2560 – พวกเราซึ่งมีชื่อด้านท้ายนี้ ขอกระตุ้นให้รัฐบาลไทยคุ้มครองเสรีภาพสื่อ ลดการเอาผิดทางอาญากับการหมิ่นประมาท และปรับปรุงเนื้อหาของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมทั้งสิทธิที่จะมีเสรีภาพด้านความเห็นและการแสดงออก
เราได้รับแจ้งว่าเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 บริษัทเมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ (Myanmar Phongpipat Co. Ltd. – MPC) ซึ่งประกอบกิจการเหมืองแร่ได้ฟ้องคดีต่อปรัชญ์ รุจิวนารมย์ ผู้สื่อข่าว (จำเลยที่ 1) และบริษัท เนชั่น นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (จำเลยที่ 2) ในข้อหาหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 83, 91, 326 และ 328 และการละเมิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 เราเรียกร้องให้ทางบริษัท MPC ถอนฟ้องคดีอาญาดังกล่าวโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข สอดคล้องกับหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights) ทางบริษัท MPC ควรคุ้มครองและเคารพสิทธิมนุษยชนและจัดให้มีการเยียวยาต่อผลกระทบร้ายแรงใด ๆ ที่เป็นผลมาจากการดำเนินงานของตน
MPC อ้างว่าปรัชญ์ รุจิวนารมย์ และหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท โดยได้รายงานการปล่อยหางแร่ออกจากเหมืองดีบุกและไหลลงสู่แม่น้ำโดยตรง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักสำหรับการบริโภคของชาวบ้านที่หมู่บ้านเมืองเพียว เขตตะนาวศรี พม่า
เนื่องจากปรัชญ์ รุจิวนารมย์ และหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวทั้งทางสื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ในวันที่ 1 มีนาคม 2560 เป็นเหตุให้ถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาททางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งข้อหาอื่น ๆ
ในบทความที่ชื่อ “เหมืองแร่ไทยทำลายทรัพยากรน้ำในเมียนมา” ปรัชญ์ได้อ้างข้อมูลที่ได้รับฟังมาโดยตรงจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบที่เมืองเพียว ซึ่งมีการปนเปื้อนของน้ำดื่ม “เราไม่สามารถใช้น้ำนี้ได้เลย แม้แต่ใช้รดน้ำต้นไม้ เพราะเป็นน้ำที่ไหลออกมาโดยตรงจากเหมืองแร่” เอยีเว (Eyi We) กล่าวระหว่างการเยี่ยมของกรรมการสิทธิมนุษยชนไทย
จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความเป็นพิษด้านสิ่งแวดล้อมของ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ นักวิจัยด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งศึกษาการปนเปื้อนของโลหะหนักในพื้นที่เมื่อปี 2558 ผลการศึกษาพบว่าน้ำที่มาจากบ่อเก็บกักตะกอนของเหมืองเฮงดาปนเปื้อนด้วยแมงกานีส สารหนู และตะกั่วจำนวนมาก จากตัวอย่างน้ำ 34 ตัวอย่างที่มีการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และมีการนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมของคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และองค์กรพัฒนาเอกชนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่สำนักงานของ กสม. งานวิจัยของ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์เผยให้เห็นการปนเปื้อนของแมงกานีสในระดับที่สูงกว่าค่ามาตรฐานที่ปลอดภัยถึง 53-600 เท่าในน้ำตัวอย่างที่ทำการทดสอบใกล้เหมือง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่มหลักของชาวบ้าน
การแจ้งความดำเนินคดีและข้อหาที่มีต่อปรัชญ์ รุจิวนารมย์และหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น สะท้อนให้เห็นการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ซึ่งละเมิดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การเอาผิดทางอาญากับเสรีภาพในการแสดงออกทำให้เกิดบรรยากาศของความหวาดกลัวสำหรับสื่อมวลชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งรายงานข่าวของพวกเขาทั้งในประเด็นสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ล้วนสำคัญต่อการตอบสนองประโยชน์สาธารณะ สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกได้รับการคุ้มครองตามข้อ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งไทยเป็นรัฐภาคี ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายบัญญัติไว้ และให้ทำโดยได้สัดส่วนและจำเป็นเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
หากศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาททางอาญาตามมาตรา 328 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ผู้สื่อข่าวเดอะเนชั่นอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เรายังคงกังวลกับการใช้กฎหมายหมิ่นประมาททางอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อจำกัดสิทธิที่จะมีเสรีภาพด้านความเห็นและการแสดงออกในประเทศไทย รวมทั้งเพื่อข่มขู่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและผู้สื่อข่าว เราประณามการใช้กฎหมายหมิ่นประมาททางอาญาเพื่อข่มขู่ผู้สื่อข่าว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากการใช้กลยุทธ์การฟ้องคดีเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมหรือแสดงความคิดเห็นของประชาชน (strategic act (litigation) against public participation – SLAPP)
โทษจำคุกในคดีหมิ่นประมาท นับว่าไม่ได้สัดส่วนกับการจำกัดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก และเป็นรูปแบบการลงโทษต่อการหมิ่นประมาทที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ตามความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นคณะผู้ชำนาญการที่ดูแลการปฏิบัติตามกติกา ICCPR ประเทศไทยควรลดการเอาผิดทางอาญากับการหมิ่นประมาทโดยทันที และปฏิเสธการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งทำให้เกิดข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชน
สิทธิที่จะมีเสรีภาพด้านความเห็นและการแสดงออกเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกสังคม เสรีภาพเหล่านี้สนับสนุนให้เกิดความโปร่งใส การตรวจสอบได้ และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ก็ต่อเมื่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผู้สื่อข่าว และสื่อมวลชน ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพของตนอย่างสงบ และสามารถทำงานโดยไม่กลัวต่อการข่มขู่หรือการคุกคามโดยใช้กระบวนการศาล
นักปกป้องสิทธิมนุษยชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมถึงสิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับอาหารและน้ำ สามารถเข้าถึงมาตรฐานด้านสุขภาพขั้นสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สามารถเข้าถึงที่พักอาศัยที่เพียงพอ การได้รับชื่อและสัญชาติ การได้รับการศึกษา เสรีภาพในการเดินทางและการไม่ถูกเลือกปฏิบัติ เป็นความรับผิดชอบของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่จะต้องรวบรวมข้อมูล รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน และตรวจสอบโครงการและกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม และรัฐมีหน้าที่คุ้มครองบุคคลเหล่านี้ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ไม่ควรมีการใช้กลยุทธ์การฟ้องคดีเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมหรือแสดงความคิดเห็นของประชาชน เพื่อขัดขวางการวิพากษ์วิจารณ์และปิดปากผู้ทำงานปกป้องสิทธิ ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิและความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรของสังคมในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างสากล (Declaration on the Right and Responsibility of Individuals, Groups and Organs of Society to Promote and Protect Universally Recognized Human Rights and Fundamental Freedoms)
ประเทศไทย
ลงนามโดยองค์กร
1. Reporters Without Borders
2. เสมสิกขาลัย Spirit in Education Movement (SEM)
3. Earth Rights International
4. มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน Community Resource Centre Foundation
5. โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง TERRA
6. สมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา Kaokuha Community Rights Protection Association
7. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม EnLaw
8. Focus on the Global South
9. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร Seub Nakasatien Foundation
10. กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน Land Watch Thai
11. Sustainable Agriculture Foundation Thailand
12. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม Cross Cultural Foundation
13. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก Alternative Agriculture Network
14. สมาคมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม Human Rights and Environment Promotion Association
15. โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ Campaign for Public Policy for Mineral Resources
16. โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม Young Leadership for Social Change Program
17. องค์กรแม่น้ำนานาชาติ Internatioanl Rivers
18. เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง The Network of Thai People in Eight Mekong Provinces
19. Mymekong.org
20. กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)
21. International Accountability Project (IAP)
22. มูลนิธิบูรณะนิเวศ Ecological Alert and Recovery – Thailand
23. ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา Karen Studies and Development Centre)
24. กลุ่มรักษ์เชียงของ Chiang Khong Conservation Group
บุคคล
1. เอกชัย อิสระทะ Eakachai Issaratha
2. อาภา หวังเกียรติ Arpa Wangkiat
3. ไพรินทร์ เสาะสาย Phairin Sohsai
4. พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ Pornpen Khongkachonkiet
5. นภวรรณ งามขำ Noppawan Ngamkame
6. เพียรพร ดีเทศน์ Pianporn Deetes
7. นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ Suwit Kularbwong
8. ศิริพร ฉายเพ็ชร Siriphorn Chaiphet
9. เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ Lertsak Kumkongsak
10. ธารา บัวคำศรี Tara Buakamsri
11. เรวดี ประเสริฐเจริญสุข Ravadee Prasertcharoensuk
12. ชุมพล คำวรรณะ Chumpol Kamwanna
13. ประสาท นิรันดรประเสริฐ Prasat Nirundornprasert
14. วิชชุกร ตั้งไพบูลย์ Vichukorn Tangpaiboon
15. อำนาจ เกตุชื่น Amnat Ketchuen
16. ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร Teerachai Sanjaroenkijthawon
17. ญาศศิภาส์ สุกใส Yasasipa Suksai
18. ชวิศา อุตตะมัง Chawisa Uttamang
19. จามร ศรเพชรนรินทร์ Jamon Sonpednarin
20. ทวีศักดิ์ เกิดโภคา Taweesak Kerdpoka
21. รพีพัฒน์ มัณฑนะรัตน์ Rapeepat Mantanarat
22. จารยา บุญมาก Jaraya Boonmark
23. ลัลธริมา หลงเจริญ Lantharimar Longcharoen
24. จิตติมา ผลเสวก Jittima Pholsawek
25. สาธิต รักษาศรี Satit Raksasri
26. วิชัย จันทวาโร Wichai Juntavaro
27. จักรกริช ฉิมนอก Chakkrit Chimnok
28. นฤมล ทับจุมพล Assistant Professor Dr.Narumon Thabchumpon
29. สายัณห์ ชื่นอุดมสวัสดิ์ Sayan Chuenudomsavad
30. อารีวัณย์ สมบุญวัฒนกุล Areewan Sombunwatthanakun
ประเทศพม่า
1. Myanmar ICT for Development Organization (MIDO)
2. IFI Watch Myanmar
3. Dawei Watch
4. Dawei Research Association (DRA)
5. Dawei Probono Lawyer Network (DPLN)
6. Tavoyan Women’s Union
7. Dawei Development Association (DDA)
8. Tarkapaw Youth Group
9. Dawei Farmers’ Union
10. Human Rights Watch (Dawei)
11. Karen Environmental and Social Action Network (KESAN)
12. Karen River Watch
13. Save the Salween Network
14. Burma Environmental Working Group
15. Association of Labor right defender
16. Kyunsu Youth Network
17. IFI watch (Kyunsu)
18. 88 Generation Open and Peace Society (Myeik)
19. ေတာင္သူလယ္သမားမ်ားနွင္႔ ေျမယာလုပ္သားမ်ားသမဂၢ ( ျမိတ္ခရိုင္)
20. Green Network Mergui Archipelago
21. ပဲခူးတိုင္း MATA အလုပ္အဖြဲ႕
22. Political and Civil Engagement Group (PACE-G)
23. ျမစ္မခေစာင့္ၾကည့္ေရးအဖြဲ႕
24. Public Network
25. မ်က္၀န္းသစ္ အသိပညာရပ္၀န္း
26. ေရႊရိပ္စစ္ အဖြဲ႕
27. ေရႊက်င္ခ်စ္သူအဖြဲ႕
28. ရိုးမခ်စ္သူ အဖြဲ႕
29. Edu-Wave Foundation
30. ေမာ္ကြန္းသစ္ အရပ္ဘက္လူမႈအဖြဲ႕အစည္း
31. အလင္းေစတမာန္ ေဒသဖြံ႕ၿဖိဳေရးအဖြဲ႕
32. သဲကုန္းလူငယ္အဖြဲ႕ခ်ဳပ္
33. Thuriya Sandra Environmental Watch Group
34. Chinland Natural Resources Watch Group
35. Mwetaung Area Development Group
36. Community Response Group
37. Ayearwaddy West Development Organization (AWDO) (Magway Region)
38. Satotetayar Development Orginization (SDO) (Magway Region)
39. Pwinphu Development Organization-PDO(Magway Region)
40. AWDO (Ngaphe)
41. လြတ္လပ္ေသာအရိႈခ်င္းမ်ားအင္အားစု (နတ္ေရကန္ေတာင္ထိန္းသိမ္းေရး) ငဖဲ။
42. ရိုးမခ်င္းအဖဲြ႕ (ေစတုတၲရာ)။
43. ေက်းလက္လူငယ္ကြန္ယက္ (ေစတုတၲရာ)
44. Myanmar-China Pipeline Watch Committee
45. Peace & Open Society Kyaukse Township
46. Myanmar Alliance for Transparency & Accountability Mandalay Division
47. Mong Pan Youth Association
48. လူထုမဟာမိတ္ ( ရွမ္းျပည္ )
49. Alin Ein Development Centre
50. Green Memo alternative newsletter
51. ေရွ႕ေျပးအသံ အဖဲြ႔
52. Twantay Youth
53. Land in our hand
54. Environmental Conservation And Farmers Development Organization E.C.F.D.O(Southern Shan)
55. Farmers And Land Workers Union (Myanmar)
56. ေပါင္းကူး
 80 องค์กรไทย-พม่า ร่วมหนุน ‘เสรีภาพสื่อ’ หลังเหมืองไทยในพม่าเดินหน้าฟ้อง ‘ผู้สื่อข่าวเนชั่น’
ผู้สนับสนุนเสรีภาพสื่อและภาคประชาสังคมไทย-พม่า 80 องค์กร ร่วมออกแถลงการณ์ร้องรัฐบาลไทยคุ้มครอง ‘เดอะเนชั่น-ผู้สื่อข่าว’ หลังถูกฟ้องหมิ่นประมาท-ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ จากการรายงานปัญหาเหมืองเฮงดาในพม่าที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ
 

การรับมือความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของ “ควายป่าฝูงสุดท้าย”

อีเมล พิมพ์ PDF
รับมือความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของ “ควายป่าฝูงสุดท้าย”
.
ทั่วทั้งโลกสามารถพบควายป่า (Wild Water Buffalo) ที่ได้ที่ประเทศอินเดีย เนปาล ภูฏาน และไทย จำนวนทั้งหมดประมาณ 4,000 ตัวเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีควายป่าเพียงฝูงเดียวและเป็นสุดท้ายทั้งสิ้น 69 ตัว อาศัยอยู่ในผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นั่นคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี
.
สำหรับประเทศไทย ควายป่าจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งใน 15 ชนิด และอนุสัญญา CITES จัดควายป่าไว้ใน Appendix III ในประเทศไทย แต่เดิมเคยมีควายป่าอยู่ตามป่าทุ่งป่าโปร่งเกือบทุกภาค ยกเว้นก็แต่ภาคใต้ ปัจจุบันถูกล่าหมดไป และยังคงมีหลงเหลืออยู่เพียงแห่งที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นอกจากแหล่งนี้ ควายป่าที่พบที่แห่งอื่น อาจไม่ใช่ควายป่าหรือมหิงสาแท้ๆ โดยสาเหตุของการเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มีปัจจัยภัยคุกคามดังต่อไปนี้
.
1)พืชต่างถิ่นเข้ามารุกรานพืชท้องถิ่นในพื้นที่หากินของควายป่า เช่น ไมยราบยักษ์ ที่แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วทำให้พืชท้องถิ่นซึ่งเป็นอาหารของควายป่ามีจำนวนน้อยลง นำไปสู่ปัญหาแหล่งที่อยู่อาศัยอันเหมาะสมได้เปลี่ยนแปลงไปและพื้นที่หากินของควายป่าคับแคบลง
.
2)การผสมกันเองภายในเครือญาติ ที่เกิดจากมีจำนวนประชากรน้อยทำให้เกิดปัญหาเลือดชิด (Inbreeding) ส่งผลให้ลูกควายป่าที่เกิดจากการผสมพันธุ์เช่นนี้อ่อนแอ ภูมิต้านทานโรคต่ำ และเมื่อผสมพันธุ์เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้ควายป่าอ่อนแอและเสี่ยงสูญพันธุ์
.
3)เกิดการแย่งพื้นที่หากินทั้งอาหารและแหล่งน้ำของควายป่าและควายบ้าน
.
4)การผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างควายป่ากับควายบ้าน ทำให้เกิดพันธุกรรมควายป่าเปลี่ยนแปลงไป โอกาสติดโรคระบาด โรคปรสิตที่ส่งผ่านโดยควายบ้านได้มากขึ้น
.
5)การล่าควายป่าห้วยขาแข้งเฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2558
.
รวมไปถึงข้อจำกัดในการขยายพันธุ์ควายป่าตามธรรมชาตินั้น ควายป่าใช้เวลาอุ้มท้องนานถึง 10 เดือน ฉะนั้นใน 1 ปีจะออกลูกได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น ทำให้ประชากรควายป่าคงที่ประมาณ 40-60 ตัว มาตลอดช่วงระยะเวลากว่าสองทศวรรษ แต่ปัญหาสายพันธุ์อ่อนแอทั้งจากเลือกชิดและการผสมข้ามสายพันธุ์นี้เองจะทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย
.
ด้าน น.ส.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวถึงมาตรการและแนวทางในการอนุรักษ์ควายป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่า กรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการ 4 โครงการ ได้แก่
.
1)โครงการธนาคารพันธุกรรมสัตว์ป่า เพื่อดำรงและฟื้นฟูพันธุกรรมของควายป่าให้เป็นสายพันธุ์แท้และมีความแข็งแรงมากขึ้น โดยเซลล์พันธุกรรมของควายป่าจะถูกจัดเก็บรักษาอย่างเป็นระบบมาตรฐาน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
.
2)โครงการสถาบันสุขภาพสัตว์ป่าแห่งชาติ เพื่อดูแลสุขภาพของสัตว์ป่าทั้งในถิ่นอาศัยและนอกถิ่นอาศัยให้ดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
.
3)โครงการศูนย์ประสานงานสุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อให้มีหน่วยงานซึ่งเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านโรคอุบัติใหม่ซ้ำ เพื่อช่วยในการจัดการทรัพยากรสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
.
4)โครงการเครือข่ายเฝ้าระวังและสอบสวนโรคสัตว์ป่า เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและสอบสวนโรคสัตว์ป่าอันเป็นคุกคามร้ายแรงของความหลากหลายทางชีวภาพของทรัพยากรสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน
.
ทั้งนี้ทั้งนั้นอนาคตของควายป่าจะเป็นอย่างไรต่อไปภายใต้การดูแลของกรมอุทยานฯ องค์กร เจ้าหน้าที่ รวมไปถึงความร่วมมือของประชาชน ที่จะแก้ปัญหาภัยคุกคามต่างๆ ที่จะนำไปสู่หนทางการแก้ไขวิกฤตการณ์ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของควายป่าฝูงสุดท้ายของประเทศไทยได้หรือไม่ และในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้เอง เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย อย่าลืมช่วยกันเป็นกำลังใจให้ควายป่าแห่งห้วยขาแข้งซึ่งเป็นควายป่าฝูงสุดท้ายของประเทศไทยกันนะคะ
.
https://goo.gl/GzcxDv
https://goo.gl/n0puDw
ควายป่าทั่วทั้งโลกสามารถพบ "ควายป่า" หรือ "มหิงสา" (Wild Water Buffalo) ที่ได้ที่ประเทศอินเดีย เนปาล ภูฏาน และไทย จำนวนทั้งหมดประมาณ 4,000 ตัวเท่านั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีควายป่าเพียงฝูงเดียวและเป็นสุดท้ายทั้งสิ้น 69 ตัว ซึ่งอาศัยอยู่ภายในผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในเขตพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี
 

รับข่าวสาร

Community

facebook twitter youtube
instagram ebooks

DOWNLOAD E-BOOKS

คู่มือ
คู่มือการมีส่วนร่วม
และจัดการความขัดแย้ง
ในผืนป่าตะวันตก

DOWNLOAD

Who's online

เรามี 317 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

<<  พฤษภาคม 2017  >>
 จ.  อ.  พ.  พฤ  ศ.  ส.  อา 
  1  2  3  4  5  6  7
  8  91011121314
15161718192021
232425262728
293031    
ของที่ระลึก
nodam
เหตุผลในการคัดค้าน
เขื่อนแม่วงก์
โดย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ป่าตะวันตก


ของที่ระลึกองค์กร

http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/895080saveforest.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/544918GIFT_1.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/982449GIFT_2.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/183825GIFT_3.jpg

ผู้สนับสนุนมูลนิธิ

http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/547665THANK_PORAR.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/594961THANK_SCB.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/631573THANK_CROWNPROPERTY.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/868548THANK_EGCO.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/593615THANK_PASAYA.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/725396THANK_BAREFOOT.jpg
สำหรับเจ้าหน้าที่ iconkeyy สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ครั้ง

resource