• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/799907foresttotown.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/897014nodam.jpg
  • 0
  • 1

รู้จักแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกที่แม่วงก์

อีเมล พิมพ์ PDF
แมงมุมถือเป็นสัตว์ผู้ล่า (Predator) ที่มีความหลากหลายสูงที่สุดในระบบนิเวศ ในปัจจุบันมีการค้นพบแล้วมากกว่า 46,000 ชนิด และมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจมีจำนวนมากถึง 200,000 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้แมงมุมที่จัดได้ว่าเป็นแมงมุมที่เก่าแก่ที่สุดของโลกคือ แมงมุมฝาปิดโบราณ (Liphistiidae, Mesothelae)
สายพันธุ์เก่าแก่เมื่อ 300 ล้านปีก่อน
แมงมุมฝาปิดโบราณ ถือได้ว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต (Living fossil) เนื่องจากยังคงมีลักษณะหลายประการที่เหมือนกับบรรพบุรุษที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายล้านปีก่อน เช่น การที่แผ่นปิดท้องยังไม่รวมเป็นแผ่นเดียว และการที่มีอวัยวะสร้างใย (Spinneret) อยู่กลางลำตัว ซึ่งลักษณะทั้ง 2 ประการนี้ไม่พบในแมงมุมกลุ่มอื่นๆ จากหลักฐานด้านบรรพชีวินวิทยาแสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษของแมงมุมฝาปิดโบราณอาจมีการถือกำเนิดตั้งแต่เมื่อประมาณ 300 ล้านปีก่อน แมงมุมฝาปิดโบราณมีการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ด้านตะวันออกของประเทศจีนและแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น โดยในปัจจุบันมีรายงานการค้นพบแล้ว 96 ชนิด ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับจำนวนแมงมุมทั้งหมด ที่สำคัญแมงมุมฝาปิดโบราณแต่ละชนิดมักเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นที่สามารถพบได้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น
แมงมุมฝาปิดโบราณถือเป็นกลุ่มแมงมุมที่มีช่วงชีวิตยาว โดยแมงมุมเพศเมียอาจมีอายุได้ถึง 20 ปี แมงมุมฝาปิดโบราณทุกชนิดจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในรังเท่านั้น โดยการสร้างฝาปิด (Trapdoor) ขึ้นมาเพื่ออำพรางทางเข้าออกจากผู้ล่าและซุ่มดักจับเหยื่อ แมงมุมฝาปิดโบราณที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการสร้างเส้นใยลักษณะพิเศษคล้ายรัศมีไว้ใช้รับแรงสั่นสะเทือน (Signal lines) เพื่อช่วยในการล่าเหยื่อด้วย
พิษไม่เป็นอันตรายต่อคน
แมงมุมฝาปิดโบราณเหมือนกับแมงมุมส่วนใหญ่ที่มีการพัฒนาต่อมพิษ (Venom gland) ที่บริเวณเขี้ยว แต่อย่างไรก็ตามพิษของแมงมุมฝาปิดโบราณมีไว้เพื่อจัดการแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กที่เป็นเหยื่อของพวกมัน ดังนั้น พิษของแมงมุมโบราณจึงไม่ได้เป็นอันตรายกับมนุษย์
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ หรือ Liphistius maewongensis Sivayyapram et al., 2017 ถือได้ว่าเป็นแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดที่ 97 ของโลก และเป็นชนิดที่ 33 ที่ถูกค้นพบในประเทศไทย โดยแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดนี้สามารถพบได้เฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ที่ระดับความสูงกว่า 100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์จะทำรังอยู่พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นหน้าผาดินที่มีความชันสูง โดยขุดดินลึกไปประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร และจะชักใยบุผนังโพรงดำรงชีวิต นอกจากนี้ที่ปากทางเข้าออกจะมีการสร้างฝาปิดเพื่ออำพรางทางเข้าออก และมีการสร้างเส้นใยรัศมีเพื่อรับแรงสั่นสะเทือนเมื่อมีเหยื่อมาสัมผัส ที่น่าสนใจคือแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์มีการสร้างรัง 2 รูปแบบที่แตกต่างกัน คือ รังรูปแบบท่อตรง (Simple burrow) ที่มีเพียงทางเข้าออกเดียว และรังรูปแบบตัว T (T-shape burrow) ที่มีทางเข้าออก 2 ทาง โดยคาดว่าทางออกที่สร้างขึ้นมาทีหลังมีไว้สำหรับเป็นทางออกสำรองเพื่อหลบหนีจากผู้ล่า
การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแม่วงก์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแมงมุมฝาปิดโบราณทุกชนิดจะใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตอยู่ภายในรัง ทำให้สามารถพบแมงมุมกลุ่มนี้ได้เฉพาะพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงเท่านั้น
การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นการย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ขนาดเล็ก ไม่เพียงแต่กลุ่มของแมงมุม แต่ยังรวมถึงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มอื่นๆ ที่มีบทบาทหน้าที่ต่างๆ กัน ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศให้ดำเนินไปอย่างสมดุล
การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลก ดำเนินการวิจัยและสำรวจโดย ภาควิชาชีววิทยาและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกีฏวิทยาฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดยนายวรัตถ์ ศิวายพราหมณ์ นิสิตระดับปริญญาโท (สัตววิทยา) และดร.ณัฐพจน์ วาฤทธิ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Journal of Arachnology การตั้งชื่อให้กับแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดนี้ว่า “แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์” หรือ Liphistius maewongensis Sivayyapram et al., 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และสำคัญต่อสัตว์ป่า
แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์แมงมุมถือเป็นสัตว์ผู้ล่า (Predator) ที่มีความหลากหลายสูงที่สุดในระบบนิเวศ ในปัจจุบันมีการค้นพบแล้วมากกว่า 46,000 ชนิด และมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจมีจำนวนมากถึง 200,000 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้แมงมุมที่จัดได้ว่าเป็นแมงมุมที่เก่าแก่ที่สุดของโลกคือ แมงมุมฝาปิดโบราณ (Liphistiidae, Mesothelae)
 

การทำลายป่าและความป่วยไข้ของเด็กในกัมพูชา

อีเมล พิมพ์ PDF
การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร The Lancet Planetary Health สรุปได้ว่าการตัดไม้ทำลายป่าในกัมพูชาเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของเด็กๆ คณะวิจัยพบว่าการสูญเสียป่าดิบในกัมพูชานั้น เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคท้องร่วม ติดเชื้อในปอด และเป็นไข้ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5  ปี
“นับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่การตัดไม้ทำลายป่าจะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตของเด็กในกัมพูชา”Roman Carrasco หนึ่งในคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งสิงคโปร์ (National University of Singapore)ให้สัมภาษณ์
การศึกษาดังกล่าวช่วยเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างการทำลายผืนป่าขนาดใหญ่อย่างรวดเร็วและความเสี่ยงด้านสุขภาพของมนุษย์ คณะวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพจำนวนกว่า 35,000ครัวเรือนซึ่งจัดเก็บจากการรวบรวมข้อมูลทางประชากรศาสตร์และสุขภาพของกัมพูชา ระหว่างปี พ.ศ. 2548 และ 2557 ผลการศึกษาพบว่าการสูญเสียป่าทึบจะทำให้โอกาสเกิดโรคต่างๆ เพิ่มขึ้นในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เช่น การลดลงของพื้นที่ป่าร้อยละ 14 จะเพิ่มความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคท้องร่วงของเด็กถึงร้อยละ 14
ในทางกลับกัน หากพื้นที่รอบชุมชนเป็นป่าอนุรักษ์ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคท้องร่วง และการติดเชื้อในปอดอย่างเฉียบพลันในเด็ก
แม้ว่าการศึกษาดังกล่าวจะไม่ได้วิจัยโดยตรงว่าการเพิ่มขึ้นของการเป็นโรคท้องร่วงนั้นเชื่อมโยงกับการสูญเสียพื้นที่ป่าอย่างไร แต่การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าการสูญเสียพื้นที่ป่าจะทำให้วัฏจักรน้ำเสียสมดุล ส่งผลให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงไปโดยเชื้อโรคซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงเพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณน้ำที่ลดลงซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรักษาสุขอนามัยในครัวเรือน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ย่อมส่งผลให้เกิดโรคท้องร่วงมากขึ้นในชุมชนปลายน้ำ
เป็นไปได้ว่าประเทศกัมพูชาก็อาจเผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน เนื่องจากชุมชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ห่างไกลของกัมพูชายังจำเป็นต้องใช้น้ำดื่มจากแหล่งน้ำที่ไม่ได้รับการป้องกัน เช่น บ่อน้ำสาธารณะ อีกทั้งยังไม่ได้มีวิธีทำความสะอาดน้ำก่อนดื่มที่เหมาะสม นอกจากนี้ การตัดไม้ทำลายป่าอาจสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะกับการระบาดของยุง เช่น สภาพอากาศที่อุ่นขึ้น ส่งผลให้การแพร่กระจายของโรคที่มียุงเป็นพาหะมีแนวโน้มสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี คณะวิจัยก็ยังไม่แน่ใจว่าการฟื้นฟูผืนป่าจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพได้หรือไม่
“การอนุรักษ์อาจมีบทบาทสำคัญในการป้องกันภัยคุกคามดังกล่าว แต่เราก็ยังไม่แน่ใจว่าวิธีการนี้จะคุ้มค่ากับเงินลงทุนหรือไม่ในแง่การลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ หากเปรียบเทียบกับมาตรการทางสาธารณสุขโดยทั่วไป” Thomas Pienkowski นักวิจัยหลักจากมหาวิทยาลัยแห่งสิงคโปร์กล่าว
“หัวใจสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้คือ การที่เราค้บพบความเชื่อมโยงระหว่างการตัดไม้ทำลายป่าในเขตร้อนชื้นและโอกาสเสียชีวิตในเด็กที่เพิ่มขึ้นจากโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคท้องร่วง ซึ่งข้อค้นพบนี้จะสร้างมิติใหม่ของผลกระทบจากการตัดไม้ทำลายป่าต่อชุมชน”Thomas Pienkowski สรุป
อ้างอิงงานวิจัย Thomas Pienkowski et al. Empirical evidence of the public health benefits of tropical forest conservation in Cambodia: a generalised linear mixed-effects model analysis, The Lancet Planetary Health (2017). DOI: 10.1016/S2542-5196(17)30081-5.
ถอดความและเรียบเรียงจาก Deforestation in Cambodia linked to ill health in children โดย Shreya Dasgupta
ถอดความและเรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
กัมพูชาการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร The Lancet Planetary Health สรุปได้ว่าการตัดไม้ทำลายป่าในกัมพูชาเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของเด็กๆ คณะวิจัยพบว่าการสูญเสียป่าดิบในกัมพูชานั้น เพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคท้องร่วม ติดเชื้อในปอด และเป็นไข้ในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5  ปี
 

ภัยคุกคามการเกษตรจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อีเมล พิมพ์ PDF
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติเตือนว่า สภาวะโลกร้อนคาดว่าจะสร้างผลกระทบสำคัญต่อผลิตภาพในอนาคตของสินค้าเกษตรตั้งแต่ข้าวไปจนถึงปลา โดยเฉพาะในประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรโดยระบุว่ากลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิกควรจะเป็นผู้นำในการรับมือรวมทั้งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
“เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ APEC กำลังได้รับผลกระทบจากความสูญเสียผลิตผลทางการเกษตรเนื่องจากภัยธรรมชาติเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยภัยธรรมชาติเหล่านั้นต่างเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” Kundhavi Kadiresan ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิกประกาศผ่านทางช่อง UN News
ในทางภูมิศาสตร์ ผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลต่อปริมาณผลผลิตของข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลือง ในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ส่วนประเทศที่อยู่เหนือขึ้นไป มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากการทำประมง
“ความสูญเสียในแต่ละปีอาจมีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เราจึงต้องดำเนินการรับมือกับปัญหาเดี๋ยวนี้ ผู้กำหนดนโยบายควรเตรียมพร้อมสำหรับปริมาณผลผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป ลักษณะการซื้อขายที่ไม่เหมือนเดิม รวมถึงการลงทุนมูลค่าสูงในการจัดการด้านการเกษตร การประมง ที่ดิน และน้ำเพื่อเอื้อประโยชน์แก่เกษตรกรรายย่อยที่ผลิตอาหาร”KundhaviKadiresan กล่าวเสริม
จากผลการวิจัยของ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่าแนวโน้มที่เราเผชิญในปัจจุบัน อาจเลวร้ายลงในอนาคตจากผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ อย่างไรก็ดี เรายังมีโอกาสที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเกษตรและการใช้ที่ดินในเอเชียอีกมาก
การเกษตร เป็นผู้ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 1 ใน 5 ของการปลดปล่อยคาร์บอนทั้งหมดของโลก ส่วนใหญ่เกิดจากการเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่การเกษตร การปศุสัตว์ และการปลูกข้าวแบบนาขังน้ำ รวมถึงการใช้ปุ๋ยเคมี โดยการศึกษาเชิงเทคนิคระบุว่ามีโอกาสที่จะลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลงถึงร้อยละ 70 สำหรับพื้นที่การเกษตรในเขตร้อนชื้น นั่นก็คือภูมิภาคเอเชีย
“ถึงเวลาที่เราจะต้องไตร่ตรองว่ารัฐบาลในกลุ่ม APEC นั้นควรจะจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร อาจต้องมีการคำนึงถึงมาตรการเพื่อคุ้มครองประชาชนในสังคม รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์ก็ควรปรับตัวกับอุปสงค์และอุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่แก้ไขได้ในระยะสั้น แต่มีเหตุผลรองรับว่าเราควรดำเนิการ” Kundhavi Kadiresan ย้ำ
FAO ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท ประเทศเวียดนาม เพื่อประเมินโอกาสในการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยการใช้ระบบปลูกข้าวอย่างเข้มข้น และการจัดการด้านปศุสัตว์ ในประเทศกัมพูชา ปาปัวนิวกินี และมองโกเลีย FAO ได้จับมือเพื่อริเริ่มโครงการวัด ตรวจสอบ และรายงานการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และทางเลือกในการทำการเกษตรและการใช้ที่ดิน ในภาคอุตสาหกรรมป่าไม้ การตัดไม้ทำลายป่าที่ลดลง การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ป่า และการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนได้สร้างพื้นที่ดูดซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก
การเพิ่มศักยภาพของเกษตรกร รวมทั้งสร้างความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องใช้เงินลงทุน กองทุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Fund) นับว่าเป็นแหล่งเงินทุนหนึ่งที่จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านทำได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องสอดคล้องกับเงินลงทุนจากรัฐบาลและเอกชนที่ควรตั้งเป้าการสนับสนุนการเกษตรที่คำนึงถึงผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ถอดความและเรียบเรียงบางส่วนจาก Climate Change Threatens Agriculture in Pacific Rim Economies โดย J Nastranis
ถอดความและเรียบเรียงโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
โลกร้อนองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติเตือนว่า สภาวะโลกร้อนคาดว่าจะสร้างผลกระทบสำคัญต่อผลิตภาพในอนาคตของสินค้าเกษตรตั้งแต่ข้าวไปจนถึงปลา โดยเฉพาะในประเทศที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรโดยระบุว่ากลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิกควรจะเป็นผู้นำในการรับมือรวมทั้งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
 

สาส์นสืบ บันทึกหยุดเขื่อนน้ำโจน

อีเมล พิมพ์ PDF

เขื่อนน้ำโจนถ้า 30 ปีที่แล้วโครงการเขื่อนน้ำโจนได้รับความเห็นชอบโดยปราศจากเสียงคัดค้าน ลำนำที่ปรากฎอยู่ในภาพถ่ายนี้จะกลายสภาพเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ต้นไม้ใหญ่หลากหลายชนิดจะล้มหาย สัตว์ป่าจะถูกแบ่งแยกออกจากกันไม่สามารถหากินและโยกย้ายถิ่นฐานได้ตามฤดูกาลปกติ รวมถึงการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติที่มนุษย์มิอาจสร้างขึ้นมาได้อีก

 

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร : แนวคิด และเจตนารมย์ การก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเพื่อนที่เคยกอดคอกันช่วงคัดค้านโครงการเขื่อนน้ำโจนดูเหมือนจะได้มาพบพร้อมเพรียงกันในงานพระราชทานเพลิงศพคุณสืบ นาคะเสถียรคาดว่าในใจของแต่ละคนคงจะมีความเสียใจอย่างยิ่ง และรู้สึกผิดที่หลังจากเดือนเมษายน พ.ศ. 2531 เมื่อรัฐบาลชะลอการสร้างโครงการเขื่อนน้ำโจน เราไม่ได้ติดต่อกับคุณสืบเลย

 

พบ ‘แมงมุมฝาปิดโบราณ’ ชนิดใหม่ของโลกที่แม่วงก์

อีเมล พิมพ์ PDF
คณะผู้วิจัยจากภาควิชาชีววิทยาและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกีฏวิทยาฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ได้ทำการสำรวจและค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
แมงมุมฝาบิดโบราณ เป็นหนึ่งในซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต และเป็นหนึ่งในกลุ่มของแมงมุมที่หายากที่สุดในโลก ในปัจจุบันมีการค้นพบแล้ว 96 ชนิด (จากแมงมุมกว่า 46,000 ชนิดทั่วโลก) โดยพบอาศัยอยู่เฉพาะในบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับแมงมุมฝาปิดโบราณ คือ แมงมุมชนิดนี้จะสร้างฝาปิดทางเข้าออกรังเพื่ออำพรางตัวจากผู้ล่าและซุ่มรอเพื่อจับเหยื่อ โดยกลุ่มที่อยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการสร้างใยลักษณะพิเศษคล้ายรัศมีแผ่ออกจากปากทางเข้าออกรังใช้รับแรงสั่นสะเทือนซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการล่าเหยื่อของมัน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีรายงานการค้นพบแมงมุมในกลุ่มนี้มากที่สุด โดยมีรายงานการค้นพบแล้วทั้งสิ้น 32 ชนิด อย่างไรก็ตามแมงมุมนี้จัดเป็นสัตว์ที่มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์สูง และยังไม่มีแนวทางในการอนุรักษ์อย่างชัดเจน โดยแต่ละชนิดมักสามารถพบได้ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นต่อความจำเพาะต่อแหล่งอาศัย และความสามารถในการกระจายพันธุ์ที่จำกัดของพวกมัน
ในปัจจุบันการศึกษาเกี่ยวกับแมงมุมฝาปิดโบราณยังมีอยู่น้อยทำให้ไม่เป็นที่รู้จัก และไม่มีข้อมูลสำหรับการวางแผนอนุรักษ์
สำหรับการค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกในครั้งนี้ ทางคณะผู้วิจัยจากภาควิชาชีววิทยาและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกีฏวิทยาฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดยนายวรัตถ์ ศิวายพราหมณ์ นิสิตระดับปริญญาโท (สัตววิทยา) และดร.ณัฐพจน์ วาฤทธิ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ได้ทำการสำรวจและค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
ผลงานวิจัยการค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Journal of Arachnology โดยทางผู้วิจัยได้ตั้งชื่อให้กับแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดนี้ว่า “แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์” หรือ Liphistius maewongensis Sivayyapram et al., 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และสำคัญต่อสัตว์ป่า เช่น เสือโคร่ง และนกประจำถิ่นนานาชนิด
การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์นั้นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแมงมุมฝาปิดโบราณทุกชนิดเป็นผู้ล่าที่ดำรงชีวิตโดยการขุดโพรงอยู่ใต้ดิน ซึ่งพบได้ในระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และมีปริมาณของแมลงที่เป็นอาหารของพวกมันมากพอเท่านั้น
อนึ่ง ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะจัดงานแถลงข่าว “การค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์” ในวันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมคณะวิทยาศาสตร์ ห้อง 217 อาคารเคมี 2 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แมงมุมฝาปิดโบราณคณะผู้วิจัยจากภาควิชาชีววิทยาและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกีฏวิทยาฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ได้ทำการสำรวจและค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
 

รับข่าวสาร

Community

facebook twitter youtube
instagram ebooks

DOWNLOAD E-BOOKS

คู่มือ
คู่มือการมีส่วนร่วม
และจัดการความขัดแย้ง
ในผืนป่าตะวันตก

DOWNLOAD

Who's online

เรามี 243 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

<<  กันยายน 2017  >>
 จ.  อ.  พ.  พฤ  ศ.  ส.  อา 
      2  3
  4  5  6  7  8  910
11121314151617
181920222324
252627282930 
จากป่าสู่เมือง
nodam
เหตุผลในการคัดค้าน
เขื่อนแม่วงก์
โดย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ป่าตะวันตก


ของที่ระลึกองค์กร

http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/895080saveforest.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/544918GIFT_1.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/982449GIFT_2.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/183825GIFT_3.jpg

ผู้สนับสนุนมูลนิธิ

http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/547665THANK_PORAR.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/594961THANK_SCB.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/631573THANK_CROWNPROPERTY.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/868548THANK_EGCO.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/593615THANK_PASAYA.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/725396THANK_BAREFOOT.jpg
สำหรับเจ้าหน้าที่ iconkeyy สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ครั้ง

resource