• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/924084cablecar.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/645416stickerline_______________________________________.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/649893SCBSHOP.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/688702Bangchak_cards.jpg
  • 0
  • 1
  • 2
  • 3

ทบทวนโครงการความร่วมมือกับการไฟฟ้าฯ

อีเมล พิมพ์ PDF
27 กันยายน 2559 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อให้ทบทวนการทำโครงการความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อจัดตั้งกองทุนการวิจัยว่าด้วยเรื่องพลังงาน เนื่องจากมีความหวั่นเกรงว่าจะนำพาไปสู่ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
เนื้อหาในจดหมายระบุถึง เหตุผลที่สกว. ไม่ควรร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เนื่องจากโครงการนี้เป็นเรื่องไม่ปกติ เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันมีความขัดแย้งเรื่องพลังงานอย่างหนัก โดยที่กฟผ. ไม่เคยยอมรับว่าเชื้อเพลิงถ่านหิน คือ มลพิษที่ร้ายแรง แต่ยิ่งดึงดันที่จะหาความชอบธรรมทุกวิถีทางและกำลังจะใช้สถาบันอย่าง สกว. มารับรองความเชื่อนี้
ในจดหมายยังระบุอีกว่า สกว. ซึ่งเป็นสถาบันที่มีสถานะที่ดีทางสังคม และได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์กรที่สร้างสรรค์สังคมไปสู่สิ่งดีงามผ่านกระบวนการศึกษาวิจัย จึงต้องระมัดระวังในการนำพาองค์กรไปสู่ความขัดแย้งอย่างไม่จำเป็น และอาจจะกลายเป็นคู่ขัดแย้งใหม่เสียเอง สกว. จึงควรเป็นองค์กรเพื่อการค้นหาคำตอบหรือหาทางออกให้กับสังคมอย่างเป็นธรรมและมีคุณธรรมตามหลักวิชาการ และไม่ควรลดบทบาทของตนเองเพียงเพราะเงินงบประมาณ
จดหมายเปิดผนึก ขอให้ทบทวนโครงการความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
สืบเนื่องจากโครงการความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกันสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อจัดตั้งกองทุนการวิจัยว่าด้วยเรื่องพลังงาน เสมือนจะเป็นเรื่องปกติ และน่ายินดีที่ กฟผ.มีแนวความคิดที่จะส่งเสริม และสนับสนุนให้ทุนวิจัยผ่าน สกว. ในเรื่องนี้ หากแต่ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งอย่างหนักด้านพลังงาน โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน จึงถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะปกตินักของโครงการนี้
ทั้งนี้ เนื่องจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. เป็นที่รับรู้กันในสังคมวงกว้างว่า คือ สถาบันที่สร้างองค์ความรู้ และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการวิจัยในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นที่ยอมรับทั่วไปอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะการส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นในประเทศไทยได้ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “งานวิจัย” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งนับเป็นคุณค่าที่มิอาจประเมินได้ การสั่งสมชื่อเสียงและเกียรติภูมิของความเป็นสถาบันแห่ง
การสร้างการเรียนรู้นี้ จึงเป็นความภูมิใจร่วมกันของคนในสังคมไทย โดยเฉพาะประชาชนและภาคประชาสังคมทั่วไป
แต่ในประเด็นโครงการความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ มีข้อสังเกตดังนี้กล่าวคือ
ที่ผ่านมา กฟผ. ไม่เคยยอมรับว่าเชื้อเพลิงถ่านหิน คือ มลพิษที่ร้ายแรง แต่ยิ่งดึงดันที่จะหาความชอบธรรมทุกวิถีทางและกำลังจะใช้สถาบันอย่าง สกว. มารับรองความเชื่อนี้อีกทางหนึ่ง โดยการสร้างความร่วมมือผ่านสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรท่ามกลางความขัดแย้งเรื่อง การใช้พลังงานถ่านหินในโรงไฟฟ้าใช่หรือไม่ และการใช้งบประมาณหรือกองทุนส่วนนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการสร้างทางเลือกเพื่อเป็นทางออกของสังคม แต่แท้จริงแล้วเป็นการสนับสนุนผ่านบางกลุ่มบางฝ่ายเท่านั้น ดังนั้น การดำเนินงานในครั้งนี้ของ กฟผ. กำลังกลายเป็นการสร้างความแปลกแยกทางสังคมและในระดับชุมชนมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น กฟผ. ก็กำลังกลายเป็นคู่ขัดแย้งที่สำคัญกับภาคประชาสังคม หรือคนทั่วไปที่พยายามทักท้วงถึงความอันตรายของโรงไฟฟ้าถ่านหิน อันถือเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้
สำหรับ สกว. ซึ่งเป็นสถาบันที่มีสถานะที่ดีทางสังคม และได้รับการยอมรับว่าเป็นองค์กรที่สร้างสรรค์สังคมไปสู่สิ่งดีงามผ่านกระบวนการศึกษาวิจัย จึงต้องระมัดระวังในการนำพาองค์กรไปสู่ความขัดแย้งอย่างไม่จำเป็น และอาจจะกลายเป็นคู่ขัดแย้งใหม่เสียเอง สกว. จึงควรเป็นองค์กรเพื่อการค้นหาคำตอบหรือหาทางออกให้กับสังคมอย่างเป็นธรรมและมีคุณธรรมตามหลักวิชาการ และไม่ควรลดบทบาทของตนเองเพียงเพราะเงินงบประมาณจำนวนหนึ่งเพียงเพื่อไปรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ซึ่งมีสมาชิกที่เป็นองค์กรนักพัฒนากว่า 20 องค์กรในภาคใต้ จึงของเรียกร้องให้สำนักงานกองทุนสนันสนุนการวิจัยทบทวนโครงการความร่วมมือที่ทำขึ้นกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และควรตระหนักถึงเกียรติภูมิขององค์กรที่ได้สั่งสมมาอย่างช้านาน ในฐานะองค์การสาธารณะของสังคมโดยรวม
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)
วันที่ 27 กันยายน 2559
โรงไฟฟ้าถ่านหิน27 กันยายน 2559 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อให้ทบทวนการทำโครงการความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อจัดตั้งกองทุนการวิจัยว่าด้วยเรื่องพลังงาน เนื่องจากมีความหวั่นเกรงว่าจะนำพาไปสู่ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
 

ธรรมชาติมาหานคร : ปณิธานหญิงแกร่ง... คนเมืองเพชรบุรี

อีเมล พิมพ์ PDF

ปณิธานหญิงแกร่งคนเมืองเพชรบุรี1

ผมได้มาศึกษาเรื่องราวการจัดการสิ่งแวดล้อมของลุ่มน้ำเพชรบุรีกับจังหวัดเพชรบุรีจากอาจารย์สุมล สุตะวิริยะวัฒน์

อาจารย์สุมล ต่อสู้ในนามประธานชมรมรักษ์สิ่งแวดล้อมจนกลายเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตอนนี้หมดวาระไปแล้วแต่ท่านยังต่อสู้เพื่อบ้านเกิดที่ท่านรักอยู่

 

พัชราภรณ์ ต๊ะกู่

อีเมล พิมพ์ PDF
เกือบสิบปีที่แล้ว ที่สำนักงานภาคสนามพื้นที่อุ้มผาง มูลนิธิสืบนาคะเสถียรรับ "แม่บ้าน" มาทำงานหนึ่งคน
เธอเป็นสาวชาวปากะญอ จากบ้านแม่จัน หมู่บ้านกลางป่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำของน้ำตกทีลอซู
สาวชาวปากะญอคนนั้นหน้าตาสะสวย ตาวาวสดใส ประดับยิ้มบนใบหน้าเสมอ เธอชื่อ พัช - พัชราภรณ์ ต๊ะกู่
ผมรู้ประวัติเธอสั้นๆ แต่เพียงว่าจบมัธยมต้นที่โรงเรียนแถวบ้าน แล้วเดินทางไปทำงานโรงงานที่สมุทรปราการ อยู่ปีสองปี ก่อนทนสภาพแวดล้อมไม่ไหวอยากกลับมาหางานทำที่อุ้มผาง
เวลาผมไปทำงานที่อุ้มผาง พัช จะประสานงานถามไถ่ว่าใครมาบ้าง จะหาที่พักไหม กินข้าวที่ไหน มาถึงสำนักงานก็กุลีกุจอต้อนรับ วิ่งซื้อของ ขับมอเตอร์ไซด์ไปทั่ว เป็นขวัญใจของแขกที่มาเยือน และผู้คนที่มาติดต่องานที่สำนักงาน เวลามีชาวบ้านจากในป่ามาพักอาศัยนอนที่สำนักงานพัชดูแล หุงข้าวปลาอาหาร พวกเราก็ได้เธอนี่แหล่ะเป็นล่ามคุยภาษากับชาวบ้านที่พูดภาษาเราไม่คล่อง เวลาผมเข้าไปทำงานในหมู่บ้านก็ได้พัชนำทาง และเป็นล่าม
ทุกครั้งที่มีกิจกรรมกับชาวบ้าน พัช นอนดึกตื่นเช้า ท่าทางคล่องแคล่วก่อไฟ ปรุงอาหาร และฝีมือตำน้ำพริกสารพัดของเธอเป็นที่ร่ำลือ (เวลามากรุงเทพ เธอจะต้องมีน้ำพริกสูตรพิเศษติดมาฝากพี่ๆ ที่สำนักงานกลางเสมอ)
ระหว่างทำงานกับเรา เธอขอไปเรียนเพิ่มเติมในระบบการศึกษานอกโรงเรียน หลายครั้งต้องเดินทางจากแผ่นดินดอยลอยฟ้ามาเข้าร่วมกิจกรรมที่จังหวัดตากซึ่งห่างลงมาบนทางภูเขากว่าห้าหกชั่วโมง เธอฝ่าฟันอาการเมารถลงมาหลายรอบจนเทียบชั้นมัธยมปลายสำเร็จ
ขณะเดียวกันการทำงานของเธอก็พัฒนาขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงาน และระหว่างนั้นก็เริ่มงานสร้างกลุ่มเครือข่ายผ้าทอปากะญอ และรับผิดชอบประสานงานจัดตั้งกองทุนผ้าทอจอมป่าขึ้นมาจนสำเร็จ (จอมป่า เป็นชื่อย่อโครงการของมูลนิธิสืบที่ทำงานการมีส่วนร่วมกับชุมชนในการอนุรักษ์ป่า JoMPA-Joint Management of Protected Area)
พัชรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักในการรวบรวมสมาชิกกลุ่มที่เป็นแม่บ้านชาวกะเหรี่ยงปากะญอ และโผล่ว ในหมู่บ้านกลางป่าลึก บางทีต้องขับมอเตอร์ไซด์ลุยโคลนเข้าป่าห้าสิบกิโลเมตร ไม่นับรวมขี่มอเตอร์ไซด์จากสำนักงานที่อุ้มผางไปยังชายป่าอีกร้อยกิโลฯ
ระหว่างงานที่ยากลำบากวุ่นวายนี้ พัช สมัครเรียนศึกษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลับสุโขทัยธรรมาธิราช ระหว่างการเรียนเธอเปรียบเสมือนเป็นผู้จัดการโครงการวิสาหกิจชุมชน ผ้าทอจอมป่า ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากโครงการผ้าทอ ซึ่งปัจจุบันขยายกิจกรรมกว้างขวางไปหลายหมู่บ้าน พัฒนากลุ่ม และผลิตภัณฑ์เข้าสู่มาตรฐาน OTOP และวิสาหกิจชุมชนระดับจังหวัด มีสมาชิกกลุ่มนับร้อยคน นับเป็นการสร้างฐานเศรษฐกิจชุมชนให้ยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่ทำงานกับชุมชนเพื่อนำไปสู่วิถีชีวิตเป็นมิตรผืนป่า ในป่าตะวันตก
ผมสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในฝีมือการเขียนรายงานสรุปงาน การถ่ายภาพ ทำเพจสื่อสารในการขายผ้าทอ ( https://www.facebook.com/ผ้าทอ-จอมป่า-ผลิตภัณฑ์ชุมชนในผืนป่าตะวันตก) แม้แต่การนำเสนองานด้วยเพาเวอร์พอยท์ ที่ทำได้อย่างไม่เป็นรองเพื่อนร่วมงานที่เป้็นบัณฑิตจากการศึกษาในระบบที่จบมาก่อนเธอหลายปีด้วยซ้ำ
วันนี้เธอสำเร็จรับปริญญาตรีที่สุโขทัยธรรมาธิราช ผมไปแสดงความยินดีกับเธอ และชื่นชมกับความอุตสาหะ วิริยะ พากเพียร และชีวิตที่เลือกกำหนดเองของเธอ ยินดีกับครอบครัว ญาติพี่น้องที่เดินทางมาร่วมงานรับปริญญา
เธอบอกว่าเสร็จพิธีแล้วเธอจะขอพาแม่ และญาติไปเที่ยวทะเล เพราะที่บ้านของเธอไม่เคยเห็นทะเล
วันนี้ผมรู้สึกภาคภูมิใจกับน้องพัชราภรณ์ ต๊ะกู่ แห่งบ้านแม่จันเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่จากปริญญากระดาษใบนี้ แต่เป็นปริญญาของชีวิตที่เลือกที่จะสร้างสรรค์ และกำหนดให้ชีวิตผ่านความลำบากมาพบความสำเร็จที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับตนเอง ครอบครัว ท้องถิ่น และประเทศนี้
ขอบคุณครับพัช ที่แสดงความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่งในสายตาพวกเราที่เป็นพี่น้อง เพื่อนร่วมงานของคุณ
พัชราภรณ์ ต๊ะกู่เกือบสิบปีที่แล้ว ที่สำนักงานภาคสนามพื้นที่อุ้มผาง มูลนิธิสืบนาคะเสถียรรับ "แม่บ้าน" มาทำงานหนึ่งคนเธอเป็นสาวชาวปากะญอ จากบ้านแม่จัน หมู่บ้านกลางป่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำของน้ำตกทีลอซู

สาวชาวปากะญอคนนั้นหน้าตาสะสวย ตาวาวสดใส ประดับยิ้มบนใบหน้าเสมอ เธอชื่อ พัช - พัชราภรณ์ ต๊ะกู่
 

ฝรั่งเศสประกาศห้ามใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารที่ทำจากพลาสติก

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศฝรั่งเศสได้ประกาศกฎหมายห้ามใช้อุปกรณ์รับประทานอาหาร เช่น มีด ส้อม ช้อน จาน และแก้ว ที่ทำจากพลาสติก โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลใน ค.ศ. 2020 และเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่การเติบโตสีเขียว (Energy Transition for Green Growth Act) ที่ได้ประกาศแบนถุงพลาสติกทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตะลึงแต่อย่างใด การห้ามแจกถุงพลาสติกโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายถูกห้ามในหลายประเทศเป็นเวลากว่าทศวรรษ เช่น ไอร์แลนด์ (บังคับใช้ ค.ศ.2002) เดนมาร์ก (บังคับใช้ ค.ศ.2003) เบลเยียม (บังคับใช้ ค.ศ.2007) เม็กซิโก (บังคับใช้ ค.ศ.2010) เวลส์และอิตาลี (บังคับใช้ ค.ศ.2011) สก็อตแลนด์ (บังคับใช้ ค.ศ.2014) และอังกฤษ (บังคับใช้ ค.ศ.2015) ตัวอย่างเหล่านี้ต่างเป็นแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้กฎหมาย
สำหรับประเทศจีน บังคลาเทศ แอฟริกาใต้ อูกันดา โซมาเลีย รวันดา บอตสวานา เคนยา เอธิโอเปีย ประกาศห้ามใช้ถึงพลาสติกอย่างเด็ดขาด สำหรับสหรัฐอเมริกา รัฐบาลกลางไม่ได้มองประเด็นนี้เป็นเรื่องของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้แต่ละรัฐกำหนดกฎหมายของตัวเอง
สำหรับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นค่อนข้างช้า แม้ว่าแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งจะถูกคุกคามจากขยะพลาสติก EcoMENA รายงานว่ารัฐบาลในหลายประเทศพยายามสร้างจิตสำนึกและการตระหนักของสาธารณชน โดยพยายามหลีกเลี่ยงการห้ามใช้โดยเด็ดขาด
ในปี ค.ศ. 2009 กระทรวงสิ่งแวดล้อมและน้ำของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เริ่มโครงการรณรงค์ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปลอดพลาสติก” เพื่อกำจัดถุงพลาสติก 500 ล้านถุงออกจากระบบ ส่วนประเทศอย่างซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ และคูเวต ดำเนินการรณรงค์ขนาดเล็ก โดยเน้นการทำความสะอาดในทะเล ทะเลทราย และในเมือง
ปี ค.ศ. 2014 ประเทศจอร์แดนได้ประกาศแผนการห้ามใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกห่ออาหารในการขายอาหาร  แต่สองปีที่ผ่านมาก็แทบไม่เห็นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในปี ค.ศ. 2017 นี้ ประเทศอิสราเองจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามแจกจ่ายถุงพลาสติกโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และห้ามใช้ถุงพลาสติกที่บางเกินกว่า 20 ไมครอน
เมืองฮูร์กาดา ประเทศอียิปต์ เป็นเมืองแรกในอียิปต์ที่ปลอดถุงพลาสติกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 การห้ามใช้ถุงพลาสติกยังสร้างรายได้ให้กลุ่มแม่บ้านในการผลิตถุงผ้าเพื่อทดแทนการใช้ถุงพลาสติกอีกด้วย
สำหรับกฎหมายที่กำลังจะบังคับใช้ในฝรั่งเศส ระบุให้จำหน่ายหรือใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรับประทานอาหารที่เป็นพลาสติกที่มีส่วนผสมของวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอย่างน้อยร้อยละ 50 เท่านั้น ข้อบังคับดังกล่าวเกิดจากการบรรลุข้อตกลงปารีส ที่มีเป้าหมายรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นประเทศแรกในโลกที่ข้ามผ่านการแบนถุงพลาสติกสู้พลาสติกสำหรับรับประทานอาหาร
การผลิตพลาสติกจำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่าคือสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จะกลายเป็นภูเขาขยะ หรืออาจปนเปื้อนสู่มหาสมุทรหรือทางน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบทางลบต่อสัตว์ป่า
การใช้พลาสติกของมนุษย์กลายเป็นเรื่องแพร่หลายอย่างมาก โดยนักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2050 จะมีพลาสติกมากกว่าปลาในทะเล หรือพลาสติกอาจมีมากพอที่จะกลายเป็นแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลแหล่งใหม่ในศตวรรษหน้า
“เราจะเป็นประเทศตัวอย่างที่ลดการปล่อยปล่อยแก๊สเรือนกระจก มีรูปแบบการผลิตพลังงานที่หลากหลาย และมีการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น”ฟร็องซัวออล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแสดงความเห็น
อย่างไรก็ดี บริษัทบรรจุภัณฑ์อย่าง Pack2Go แสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว โดยมองว่าการออกกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสขัดต่อข้อตกลงของสหภาพยุโรปว่าด้วยการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์อย่างเสรีและการปกป้องผู้ผลิต
ถอดความและเรียบเรียงจาก‘France bans plastic cups, plates, and cutlery in a bid to save the planet’ โดย Chase Purdy เข้าถึงได้ที่ http://qz.com/788845/france-bans-plastic-cups-plates-and-cutlery-in-a-bid-to-save-the-planet/และ‘France’s new ban on plastic throwaways should be extended globally’ โดย Laurie Balbo เข้าถึงได้ที่ http://www.greenprophet.com/2016/09/frances-new-ban-on-plastic-throwaways-should-be-extended-globally/
ถอดความและเรียบเรียง โดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
พลาสติกเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศฝรั่งเศสได้ประกาศกฎหมายห้ามใช้อุปกรณ์รับประทานอาหาร เช่น มีด ส้อม ช้อน จาน และแก้ว ที่ทำจากพลาสติก โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลใน ค.ศ. 2020 และเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่การเติบโตสีเขียว (Energy Transition for Green Growth Act) ที่ได้ประกาศแบนถุงพลาสติกทั่วประเทศ
 

Say Ball Point Pen ศิลปินผู้วาดผืนป่าด้วยหัวใจ

อีเมล พิมพ์ PDF
SAY BALL POINT PEN ศิลปินผู้วาดผืนป่าด้วยหัวใจ
ในงานจากป่า สู่เมือง บทเรียนงานอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน (รำลึก 26 ปี สืบ นาคะเสถียร) ที่ผ่านมา มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้จัดกิจกรรมประมูลภาพวาดสีน้ำมัน “นกเงือก 13 ชนิด” ขนาด 1.8X2 เมตร เพื่อหารายได้สมทบทุนการทำงานแก่มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก โดยมี บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ชนะการประมูลไปในมูลค่า 330,000 บาท และภาพวาดนี้จะถูกนำไปจัดแสดงที่หอภาคภูมิแผ่นดินไทย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสำคัญของนกเงือก และการทำงานศึกษาวิจัยเพื่อการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศป่าและสัตว์ป่า
บางท่านอาจสงสัยว่าภาพนกเงือก 13 ชนิดนี้ มีที่มาอย่างไร ใครเป็นผู้วาด และวาดขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจใด ในบทความนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จะชวนมาทำความรู้จักกับเจ้าของผลงาน ศิลปินอิสระที่มีนามแฝงว่า Say Ball Point Pen
Say Ball Point Pen  หรือ ตุ๊ก ศิลปินสาวคนนี้อาจไม่ใช่ศิลปินชื่อดังที่มีชื่อติดทำเนียบหอศิลป์ใดๆ แต่สำหรับกิจกรรมสาธารณะกุศลแล้ว ชื่อของเธอมักถูกกล่าวขอบคุณบนเวทีอยู่บ่อยครั้งในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังผลงานภาพวาด หรือชิ้นงานที่จัดแสดงและนำมาใช้ในกิจกรรมระดมทุน เช่น งานรำลึก สืบ นาคะเสถียร ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หรืองาน จากป่า สู่เมือง ซึ่งโดยจัดมูลนิธิสืบนาคะเสถียร หรือแม้แต่งานคัดค้านการสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบาราทางภาคใต้ เธอก็เคยเดินทางไปร่วมงานทำกิจกรรมผ่านงานศิลปะหารายได้มอบแก่ชุมน และหน่วยงานต่างๆ มากมาย
สำหรับผลงานล่าสุดของเธอ ภาพวาดนกเงือก 13 ชนิด ที่เพิ่งได้รับการประมูลไปเมื่อต้นเดือนกันยายน ศิลปินสาวเจ้าของผลงาน เล่าถึงที่มาการวาดภาพนกเงือกทั้ง 13 ชนิดนี้ว่า ตัวเองเป็นคนชอบนกเงือกอยู่แล้ว และมีโอกาสได้เห็นนกเงือก 2-3 ชนิด นกแก๊ก นกกก หรือนกกาฮัง และยังมีโอกาสเจอ ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ ตอนที่ติดตามกองถ่าย รายการธรรมชาติมาหานคร ไปสัมภาษณ์ ดร.พิไล (ตอน หัวใจนี้ แด่...นกเงือก)
ประจวบเหมาะเลยได้ติดตามเข้าไปดูการทำงานศึกษาวิจัยนกเงือก ดูชีวิตนก จนได้ทราบปัญหาการขาดงบประมาณในการทำงานของมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก ที่ต้องนำเงินไปจ่ายให้ชาวบ้านอาสาสมัครที่ทำงานดูแลนกเงือก จึงเกิดความคิดร่วมกับอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ ประธารมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อช่วยเหลือมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือกได้
ศิลปินสาวบอกว่า ตัวเองไม่ได้เป็นคนร่ำรวย แต่พอมีความสามารถในทางการวาดภาพบ้าง เลยคิดว่าจะวาดภาพนกเงือกเพื่อนำไปประมูลหารายได้เพื่อสมทบทุนการทำงานให้มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก จนได้ไปปรึกษากับคุณนิวัติ กองเพียร ผู้จัดการมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก คุณนิวัติจึงเสนอให้วาดนกเงือก 13 ชนิดอยู่ในเฟรมภาพเดียวกันเป็นภาพขนาดใหญ่เลย
เป็นเวลาเวลากว่า 2 เดือนที่ Say Ball Point Pen หมกตัวอยู่กับเฟรมภาพขนาดใหญ่ ลงมือวาดภาพนกเงือกในอิริยาบถต่างๆ ด้วยเทคนิคสีน้ำมัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงชนิดพันธุ์นกเงือก 13 ชนิดที่พบในผืนป่าของประเทศไทย จนอกมาสำเร็จเป็นภาพอย่างที่เห็นในงาน
แต่หากนับจำนวนนกในภาพจะพบว่ามีทั้งหมด 14 ตัว ศิลปินสาวเฉลยว่า มีนกกกเพียงชนิดเดียวที่เป็นคู่ผัวตัวเมียกัน วาดแถมให้เพราะชอบ
นอกจากจะวาดภาพนกเงือกขนาดใหญ่แล้ว ศิลปินสาวยังใช้เวลาโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันประมูล ลงมือเพ้นท์ภาพนกเงือกทั้ง 13 ชนิดลงบนเสื้อยืดไว้อีก 13 ตัว (ชนิดละตัว) เพื่อใช้สมทบทุนหารายได้เพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง
ผลงานต่างๆ ของ Say Ball Point Pen ที่มอบให้แก่องค์กรการกุศล ในทุกๆ งานเธอบอกว่า ไม่เคยหักค่าต้นทุนหรือเอาอะไรคืนจากองค์กรเลย ที่เข้ามาทำงานตรงนี้เพราะอยากมีส่วนในการช่วยเหลือกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ตามความสามารถที่ตัวเองมี
หากจะกล่าวว่า Say Ball Point Pen เป็นศิลปินที่มีความรักต่อธรรมชาติจากภายใจหัวใจอย่างแท้จริงก็คงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินเลยอะไร
บทความที่เกี่ยวข้อง
บ.สยามพิวรรธน์ ประมูลภาพนกเงือก 13 ชนิด มอบทุนงานวิจัยแก่ มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก https://goo.gl/17NDlK
ร่วมอนุรักษ์นกเงือก กับ มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก https://goo.gl/qvXGSk
SAY BALL POINT PEN ศิลปินผู้วาดผืนป่าด้วยหัวใจในงานจากป่า สู่เมือง บทเรียนงานอพยพสัตว์ป่าที่เขื่อนเชี่ยวหลาน (รำลึก 26 ปี สืบ นาคะเสถียร) ที่ผ่านมา มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้จัดกิจกรรมประมูลภาพวาดสีน้ำมัน “นกเงือก 13 ชนิด” ขนาด 1.8X2 เมตร เพื่อหารายได้สมทบทุนการทำงานแก่มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก โดยมี บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ชนะการประมูลไปในมูลค่า 330,000 บาท และภาพวาดนี้จะถูกนำไปจัดแสดงที่หอภาคภูมิแผ่นดินไทย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสำคัญของนกเงือก และการทำงานศึกษาวิจัยเพื่อการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศป่าและสัตว์ป่า

 

หยุดใช้ ม.44 จัดตั้ง “กรมพัฒนาน้ำ”

อีเมล พิมพ์ PDF
26 กันยายน 2559 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกแถลงการณ์ คัดค้านการใช้มาตรา 44 จัดตั้ง “กรมพัฒนาน้ำ” เนื่องจาก เห็นว่าเป็นการกระทำที่รวบรัดจนเกินไป เพราะประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำ และร่างดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสปท. และการจัดตั้งในครั้งนี้จะก่อให้เกิดอำนาจเบ็ดเสร็จที่ขัดต่อหลักการปฏิรูปและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ
อ่านเนื้อหาแถลงการณ์ คัดค้านการจัดตั้ง “กรมพัฒนาน้ำ” โดย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ตามที่มีกระแสข่าวความพยายามใช้มาตรา 44 เพื่อจัดตั้ง “กรมพัฒนาน้ำ” ขึ้นใหม่ในสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการรวม กรมทรัพยากรน้ำ และ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเดิม และเพิ่มอำนาจหน้าที่เข้าไปอย่างมากนั้น นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการพยายามดำเนินการดังกล่าว ด้วยเหตุผลและประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย มีพียงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2550
2. จะเป็นการขัดต่อร่างกฎหมายทรัพยากรน้ำที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยจะมีการจัดตั้งสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดทำแผนนโยบาย และควบคุมกำกับการใช้งบประมาณของประเทศในการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำ
3. เป็นการจัดตั้งหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานเดิม ได้แก่ กรมชลประทาน ซึ่งปฏิบัติภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำของประเทศอย่างยาวนาน
4. ในการกำหนดหน้าที่ของหน่วยงาน ซึ่งดำเนินงานทั้งการวางแผน ปฏิบัติงาน และติดตามประเมินผลภายในหน่วยงานเดียวกัน เป็นการรวมศูนย์อำนาจ เป็นแนวคิดการบริหารเบ็ดเสร็จแบบเดิมที่ขัดต่อหลักการปฏิรูปและหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นแนวทางการบริหารจัดการของประเทศในอนาคต
จากเหตุผลและประเด็นดังกล่าว จึงยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ซึ่งมีภารกิจที่ขัดต่อหลักการและแนวทางการปฏิรูประบบบริหารจัดการน้ำของประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นลำดับ ตั้งแต่ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จนถึงขั้นการพิจารณาของ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในปัจจุบัน
อนุกรรมวิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 26 กันยายน 2559
มาตรา 4426 กันยายน 2559 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกแถลงการณ์ คัดค้านการใช้มาตรา 44 จัดตั้ง “กรมพัฒนาน้ำ” เนื่องจาก เห็นว่าเป็นการกระทำที่รวบรัดจนเกินไป เพราะประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำ และร่างดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสปท. และการจัดตั้งในครั้งนี้จะก่อให้เกิดอำนาจเบ็ดเสร็จที่ขัดต่อหลักการปฏิรูปและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ
 

รับข่าวสาร

Community

facebook twitter youtube
instagram ebooks

DOWNLOAD E-BOOKS

เขื่อนเชี่ยวหลาน
สาส์นสืบ
30 ปี งานอพยพสัตว์ป่า
ที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

DOWNLOAD

Who's online

เรามี 256 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

<<  กันยายน 2016  >>
 จ.  อ.  พ.  พฤ  ศ.  ส.  อา 
     3
  6  7  8
121315161718
192022
26272829  
ของที่ระลึก
nodam
เหตุผลในการคัดค้าน
เขื่อนแม่วงก์
โดย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ป่าตะวันตก


ของที่ระลึกองค์กร

http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/895080saveforest.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/544918GIFT_1.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/982449GIFT_2.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/183825GIFT_3.jpg

ผู้สนับสนุนมูลนิธิ

http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/547665THANK_PORAR.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/594961THANK_SCB.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/631573THANK_CROWNPROPERTY.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/868548THANK_EGCO.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/593615THANK_PASAYA.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/725396THANK_BAREFOOT.jpg
สำหรับเจ้าหน้าที่ iconkeyy สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ครั้ง

resource