• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/924084cablecar.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/645416stickerline_______________________________________.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/649893SCBSHOP.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/688702Bangchak_cards.jpg
  • 0
  • 1
  • 2
  • 3

รับสมัครพนักงานขาย 1 อัตรา

อีเมล พิมพ์ PDF
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ ประจำตำแหน่งพนักงานขายจำนวน 1 อัตรา ผู้สนใจสามารถส่งเอกสารแนะนำตัว มาที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2580-4381-2
หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก
- ประชาสัมพันธ์ด้านการขายและการตลาด
- พบปะพูดคุยกับลูกค้า ในการนำเสนองาน สินค้า และประชาสัมพันธ์โครงการ
- ออกบูธจัดจำหน่ายสินค้าและเช็คสต็อกสินค้า
- งานอื่นๆ ตามความเหมาะสมและได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติของผู้สมัคร
- เพศ ชาย / หญิง อายุไม่เกิน 30 ปี (ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่)
- การศึกษา ปวส หรือ ป.ตรี
- ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
- ใช้โปรแกรม Microsoft Excel
- รักงานบริการ
- มีมนุษยสัมพันธ์ดี
- มีประสบการณ์ด้านการดูแลงานลูกค้าสัมพันธ์และการตลาดจะพิจารณาเป็นพิเศษ
- สามารถขับรถได้ (มีใบขับขี่จะพิจารณาเป็นพิเศษ)
- ทำงานเสาร์ อาทิตย์ได้
- สามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 วัน หรือทำงานวันหยุดได้
- สามารถเริ่มงานได้ทันที
วิธีการสมัครงาน
- เอกสารแนะนำตนเอง Resume
- ส่งเอกสารการสมัครมาที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
มูลนิธิสืบนาคะเสถียรมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ ประจำตำแหน่งพนักงานขายจำนวน 1 อัตรา ผู้สนใจสามารถส่งเอกสารแนะนำตัว มาที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2580-4381-2
 

คิดยกกำลัง 2 : แนวทางรับมือ คลื่นกัดเซาะชายฝั่ง

อีเมล พิมพ์ PDF
รายการคิดยกกำลังสอง คุยกับอาจารย์ ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กับปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งทวีความรุแรงในหลายพื้นที่และส่งผลกระให้พื้นที่ชายหาดนั้นหายไป รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาสมในเรื่องนี้
สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่งเป็นฝีมือมุนษย์หรือธรรมชาติ
ส่วนใหญ่แล้ว 90 เปอร์เซ็นเป็นฝีมือของมนุษย์ ส่วนใหญ่พื้นที่ที่เกิดปัญหาเยอะจะไล่ตั้งแต่จังหวัดสงขลาต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มต้นจากปากทะเลสาบสงขลาที่ไหลออกสู่ทะเล ซึ่งมีเขื่อนกั้นร่องน้ำน้ำทำให้ทรายเข้ามาสะสม ตามจริงแล้วเขื่อนนี้มีประโยชน์ ทำให้เรือน้ำลึกสามารถเข้าออกทะเลสาปสู่ทะเลได้ แต่ก็มีผลกระทบซึ่งถ้าในช่วงนี้ที่ลมเปลี่ยนทิศจะซัดทรายขึ้นมาทางด้านเหนือ ทำให้เกิดจุดที่ทรายสะสมตัวและทำให้พื้นที่บริเวณนั้นมีชายหาดที่งอกเพิ่มขึ้น ส่วนในพื้นที่หลังเขื่อนเมื่อไม่มีทรายไปเติมก็จะเป็นพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะชายฝั่ง
การสร้างเขื่อนในเบื้องต้นนี้เพื่ออะไร
เพื่อให้คนที่อยู่ในชุมชนบริเวณทะเลสาบได้ประโยชน์จากการเดินเรื้อเข้าออกสู่ทะเลได้สะดวกขึ้น และกันทรายจากชายหาดเข้าไปปิดร่องน้ำ
ปัญหาเรื่องคลื่นกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่จึงได้จะมาจากสาเหตุเดียวกัน
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ อย่างการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ปากคลองราพา จังหวัดปัตตานี ที่ทรายได้งอกจนล้นเขื่อนที่กันจนออกมาอีกฝั่งหนึ่ง ก็จะไม่เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ยกเว้นแต่จะทำเขื่อนออกมากั้นในจุดที่มีเรือออกอีก โดยส่วนตัวยังอยากให้กรมเจ้าท่าเข้ามาขุดลอกตะกอนขุดลอกสันดอนเหมือนเดิม เพราะว่าความเสียหายในการทำเขื่อนนั้นมีสูงมาก
อย่างจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ทำเขื่อนกันคลื่นนอกฝั่งกว่า 130 ก้อน เพื่อชะลอคลื่นไม่ให้เข้ามาชายฝั่งรุนแรงน้อยลง แต่เมื่อไม่ได้ทำแบบแถวยาวต่อเนื่องคลื่นก็จะสามารถเข้ามาผ่านช่องได้ ซึ่งการสร้างเขื่อนกั้นคลื่นนอกฝั่งในแต่ละก้อนนั้นใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ระยะทาง 1 กิโลเมตร ก็น่าจะใช้งบประมาณเกิน 50 ล้านบาท
เขื่อนกันคลื่นนอกฝั่งทำให้คลื่นสูงขึ้นและแรงขึ้นด้วยหรือเปล่า
เมื่อคลื่นเข้ามาปะทะหินก็จะทำให้คลื่นนั้นแรงขึ้น แต่ที่สำคัญคือเมื่อสร้างแล้วคลื่นก็ยังสามารถเข้ามาได้ตามช่อง จึงต้องทำกำแพงกันคลื่นขนาดยักษ์ทับถนนอีก อีกปัญหาในการสร้างคือถ้าจะสร้างก็ต้องสร้างให้ปิดชายฝั่งทั้งหมด เพราะถ้ามีช่องหรือพื้นที่คลื่นก็จะเลี้ยวไปกัดเซาะได้ ซึ่งสุดท้ายก็ต้องสร้างให้สุดหาดทราย ถ้าหรือระยะทางชายหาดอีก 40 กิโลเมตรที่ยังสร้างไม่สุด ก็คงจะต้องสร้างกันต่อไป
แนวทางการแก้ปัญหาในภาพรวมควรจะต้องทำอย่างไร
ในภาพรวมผมคิดว่าต้องกลับไปขุดลอกสันดอนทราย และรื้อเขื่อนที่มีอยู่แต่ถ้าหากรื้อไม่ได้ก็คงจะต้องสร้างเขื่อนกั้นกันต่อไป อย่างบางพื้นที่สาเหตุเริ่มต้นเพียงเขื่อนกันทรายเพื่อให้เรือได้สัญจรเพียงเขื่อนเดียวเท่านั้น ถ้ารื้อถอนออกไปแล้วกลับมาใช้วิธีขุดลอกสันดอนทรายเหมือนเดิมปัญหาก็จะจบ ในประเทศไทยฝั่งอ่าวไทยมีปัญหาอยู่ประมาณ 11 พื้นที่ โดยมีชายฝั่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราชถึงนราธิวาสเป็นพื้นที่ติดกันที่มีระยะทางความยางของชายหาดมากที่สุดหลายกิโลกเมตร ซึ่งรวมความยาวทั้งหมดที่มีปัญหาประมาณ 400 กิโลเมตร มีงบแก้ไขหลายหมื่นล้าน และโครงสร้างที่มีผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่ง มีจำนวนประมาณเกินครึ่งหนึ่งของระยะทางที่ถูกกัดเซาะ นอกนั้นก็จะเป็นเรื่องของการทำลายป่าชายเลน การทำลายปากแม่น้ำ หรือการทำกำแพงทะเลยื่นออกไป จึงทำให้ถูกคลื่นแรงๆ ปะทะ จึงอยากให้พิจารณากันถึงต้นเหตุด้วย
คลื่นกัดเซาะชายฝั่งรายการคิดยกกำลังสอง คุยกับอาจารย์ ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กับปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งทวีความรุแรงในหลายพื้นที่และส่งผลกระให้พื้นที่ชายหาดนั้นหายไป รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมในเรื่องนี้
 

ทช. ออกคำสั่งคุ้มครองพื้นที่ปะการัง 7 แห่ง

อีเมล พิมพ์ PDF
ทช. ออกคำสั่งคุ้มครองพื้นที่ปะการัง 7 แห่ง
23 พฤษภาคม 2559 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ออกคำสั่ง ที่ 445/2559 คุ้มครองปะการังพื้นที่ทะเลไทย 7 แห่ง ได้แก่ 1) เกาะมันใน จ.ระยอง 2) เกาะทะลุ 3) เกาะเหลื่อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4) เกาะไข่ จ.ชุมพร 5) เกาะราชาใหญ่ 6) แหลมพันวา 7) เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ไปจนกว่าความอุดมสมบูรณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
คำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ 7 พื้นที่ มีรายละเอียดดังนี้
ด้วยปัจจุบันอุณหภูมิน้ำทะเลฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ จากการสำรวจพบว่าปะกรังฟอกขาวใน 7 พื้นที่ ได้แก่ 1) เกาะมันใน จ.ระยอง 2) เกาะทะลุ 3) เกาะเหลื่อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4) เกาะไข่ จ.ชุมพร 5) เกาะราชาใหญ่ 6) แหลมพันวา 7) เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต
ปะการังที่ฟอกขาวมีแนวโน้มจะตายลงในเวลา 1 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิด พันธุกรรมของปะการัง สภาพแวดล้อม และการรบกวนจากมนุษย์ ซึ่งหากปะการังตายลงจะส่งผลต่อความสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในทะเลไทย วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง การท่องเที่ยวทางทะเล
โดยปัจจุบันพบว่ายังมีกิจกรรมของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อปะการังในบริเวณดังกล่าว ทั้งการท่องเที่ยวดำน้ำ การประมง การทิ้งมลพิษและขยะทางทะเล การเยียบย่ำปะการัง ซึ่งตามหลักทางวิชาการในช่วงที่วิกฤตของปะการังนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อปะการัง
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงมีคำสั่งในการกำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ 7 พื้นที่ โดย
1. ห้ามจอดเรือโดยการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการัง
2. ห้ามทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ำเสีย มลพิษ ลงในทะเล ที่อาจมีผลกระทบต่อคูณภาพน้ำทะเลอันจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อปะการัง
3. ห้ามขุดลอกร่องน้ำในแนวปะการัง
4. ห้ามกระทำกิจกรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดตะกอนลงสู่แนวปะการังอันจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อปะการัง
5. ห้ามค้นหา ล่อ จับ ได้มา เก็บสัตว์น้ำ หรือกระทำการใดๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อล่อ จับ ได้มา หรือเก็บสัตว์น้ำในแนวปะการัง
6. ห้ามการให้อาหารปลาและน้ำในแนวปะการัง
7. ห้ามการเดินเหยียบย่ำปะการัง
8. ห้ามการเก็บหรือทำลายปะการัง เว้นแต่กระทำเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิชาการ
9. บุคคล หรือผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำตื้นจะต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง
10. ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำลึก ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและทักคุเทศก์ และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและหลักการเรียนการสอนดำน้ำสากล
11. ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามความในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558
12. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ดำเนินการตามคำสั่งนี้ ตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายภายในท้องที่รับผิดชอบ
13. คำสั่งนี้ให้บังคับใช้ตั้งแต่วันถัดไปจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และมีระยะเวลาบังคับใช้จนกว่าสถานการณ์ปะการังฟอกขาวจะกลับสู่ภาวะปกติ และความเสียหายระงับสิ้นไป
ดูรายละเอียดทั้งหมด คำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ 7 พื้นที่ http://www.dmcr.go.th/Resolution/wp-content/uploads/2012/02/445.pdf
หมายเหตุ นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังได้อกคำสั่ง ที่ 443/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง บริเวรพื้นที่เกาะไข่นอก เกาะไข่นุ้ย และเกาะไข่ใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ดูรายละเอียด http://www.dmcr.go.th/Resolution/wp-content/uploads/2012/02/443.pdf
ทช. ออกคำสั่งคุ้มครองพื้นที่ปะการัง 7 แห่ง23 พฤษภาคม 2559 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ออกคำสั่ง ที่ 445/2559 คุ้มครองปะการังพื้นที่ทะเลไทย 7 แห่ง ได้แก่ 1) เกาะมันใน จ.ระยอง 2) เกาะทะลุ 3) เกาะเหลื่อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ 4) เกาะไข่ จ.ชุมพร 5) เกาะราชาใหญ่ 6) แหลมพันวา 7) เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ไปจนกว่าความอุดมสมบูรณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
 

ธรรมชาติมาหานคร : ฤๅจะเป็นจุดจบของรัฐธรรมนูญสีเขียว

อีเมล พิมพ์ PDF
ผมยังจำบรรยากาศช่วงก่อนปี พ.ศ. 2540 ได้ดี ตอนนั้นผมอายุ 20 กว่าๆ แม้จะมีวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เรามีความหวังเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 จะเป็นการปฏิรูปสังคมไทย เปิดมิติใหม่ของการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระแสการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นกระแสที่ต่อเนื่องมาจากยุคเฟื่องฟูเรื่องสิ่งแวดล้อมในทศวรรษที่30 ต่อเนื่องกับทศวรรษเรื่องการเคารพสิทธิชุมชนในทศวรรษที่ 40 ก่อนที่ประเทศไทยตกอยู่ในวังวนความขัดแย้งทางการเมือง ราวปี 2548 ที่เริ่มมีความขัดแย้งทางการเมืองบนท้องถนน
ปี 2540 มันเป็นความหวังของการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมมาก ยังจำได้ถึงบรรยากาศการโหวตในสภา ประชาชนทั้งประเทศลุ้นว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นครั้งของการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่กระบวนการให้ความคิดเห็น มีการลุ้นว่าจะมีตัวแทนจากจังหวัดเราเข้าไปเสนออะไร เขาจะรับฟังเรื่องอะไร และประชาชนก็ได้รู้จักรัฐธรรมนูญกันมากขึ้น
เหตุการณ์นั้นทำให้ผมรู้สึกว่าประเทศของเราเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว รัฐเคารพสิทธิของประชาชนและรู้จักที่จะดูแลสิ่งแวดล้อม
ผมคิดว่าเราไม่น่าจะมีรัฐธรรมนูญที่ด้อยไปกว่าปี 40 หรือปี 50 ในเรื่องของสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม ไม่คิดว่าเราจะถอยหลังกลับไป
แต่นี้ดูเหมือนว่าผู้ร่างที่มีเจตนาจะทำหลายๆ อย่างให้ประเทศเดินไปในทัศนคติของคนก่อนรุ่นปี 2540
ผมคิดว่าเรามาไกลเกินกว่าจะกลับไปเป็นแบบนั้นแล้ว
ผมยังมีความหวังว่าคณะร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ จะยังเอาของที่หายไปในฉบับร่างนี้คืนมา ผมหวังว่าเรายังไม่ถึงจุดจบของรัฐธรรมนูญสีเขียว...
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน ฤๅจะเป็นจุดจบของรัฐธรรมนูญสีเขียว ตอน 1
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานคร ตอน ฤๅจะเป็นจุดจบของรัฐธรรมนูญสีเขียว ตอน 2
ชมย้อนหลังธรรมชาติมาหานครทุกตอนทาง www.newtv.co.th/mahanakhon
รัฐธรรมนูญผมยังจำบรรยากาศช่วงก่อนปี พ.ศ. 2540 ได้ดี ตอนนั้นผมอายุ 20 กว่าๆ แม้จะมีวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เรามีความหวังเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 จะเป็นการปฏิรูปสังคมไทย เปิดมิติใหม่ของการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 

กป.อพช.ใต้ เรียกร้องทหารวางตัวเป็นกลาง หยุดจำกัดเสรีภาพนักวิชาการ

อีเมล พิมพ์ PDF
25 พฤษภาคม 2559 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ได้แถลงการณ์ เรียกร้องให้ทหารหยุดจำกัดเสรีภาพของนักวิชาการเพื่อสังคมในกรณีการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพา
กป.อพช.ใต้ ได้แสดงความเห็นว่า การนำเสนอชข้อเท็จจริงของนักวิชาการต่อสังคมนั้นเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งที่สังคมไทย โดยเฉพาะกรณีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนอย่างรุนแรงในอนาคต แต่หนังสือที่พลตรีวิรัชช์ กมลศิลป์ ส่งถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ส่อเจตนาที่จะปิดกั้นพื้นที่ทางวิชาการ หรือการทำหน้าที่ทางวิชาการเพื่อสังคม
พร้อมกันนี้ กป.อพช.ใต้ ได้เรียกร้องให้ มีการถอนหนังสือ กห. 0484.63/1113 ลงวันที่ 21 เมษายน 2559 เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักวิชาการได้ทำหน้าที่ในบทบาทของตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และให้ทหารวางตนให้เป็นกลางที่สุดต่อเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน มิใช่มาวางตนเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง
อ่านแถลงการณ์หยุดจำกัดเสรีภาพของนักวิชาการเพื่อสังคม
ตามที่ พลตรีวิรัชช์ กมลศิลป์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ได้ออกหนังสือ กห. 0484.63/1113 ลงวันที่ 21 เมษายน 2559 ที่ส่งถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เพื่อขอความร่วมมือในการทำความเข้าใจกับบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่เคลื่อนไหวและต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา  ไปนั้นคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ หรือ กป.อพช.ใต้ ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน (ngo.)ที่ทำงานด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และสิทธิชุมชนในพื้นที่ภาคใต้กว่า 20 องค์กร มีความเห็นว่า
1. การทำหน้าที่ของนักวิชาการที่พยายามนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงต่อสังคม อย่างมีเหตุมีผล และมีรูปธรรมที่พิสูจน์ได้ ถือเป็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งที่สังคมไทยควรมี โดยเฉพาะกรณีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่ถือว่าเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนั้น และจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนอย่างรุนแรงในอนาคตด้วยแล้ว ยิ่งถือว่าต้องมีความกล้าหาญของนักวิชาการที่กล้าจะแสดงเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เป็นทางเลือกของฝ่ายต่างๆ ได้
2. การทำหน้าที่ของนักวิชาการดังกล่าวนี้  เป็นความพยายามที่จะปกป้องฐานทรัพยากร และวิถีชีวิตของชุมชนในท้องถิ่นอย่างเปิดเผย มิได้เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่อย่างใด
3. ถือเป็นการปิดกั้นการแสดงออกทางวิชาการ ถือเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะลักษณะการออกหนังสือเพื่อขอความร่วมมือดังกล่าว ส่อเจตนาที่จะใช้อำนาจเกินขอบเขตของตนเองเพื่อให้มีการยับยั้ง หรือปิดกั้นพื้นที่ทางวิชาการ หรือการทำหน้าที่ทางวิชาการเพื่อสังคมโดยรวม
4. การก่อสร้างโรงไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงถ่านหิน มีข้อมูลเป็นที่ประจักษ์ว่ามีความเสี่ยงและอันตรายกับประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ ซึ่งเห็นได้จากความพยายามของหลายประเทศที่ต้องการยกเลิก หรือลดการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม และการที่นักวิชาการ หรือประชาชนในพื้นที่พยายามเสนอข้อมูล และเหตุผลต่างๆ นั้น ในสถานการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ทหารในพื้นที่ก็ควรใช้โอกาสนี้ทำหน้าที่รวมรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงจากนักวิชาการเหล่านี้ เพื่อนำเสนอให้รัฐส่วนกลางได้ประกอบตัดสินใจการดำเนินการทางนโยบายอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น ซึ่งจะเหมาะสมยิ่งกว่าการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแบบขาดเหตุผล และขาดข้อมูลอย่างรอบด้านเช่นนี้
ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงขอเสนอเพื่อให้ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ดำเนินการดังนี้
1. ขอให้ถอนหนังสือ ฉบับที่ กห. 0484.63/1113 ลงวันที่ 21 เมษายน 2559 ที่ส่งถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้นักวิชาการได้ทำหน้าที่ในบทบาทของตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในการปกป้องฐานทรัพยากร ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และชุมชนท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่เหตุผลทางการเมือง
2. ทหารในพื้นที่ ต้องวางตนให้เป็นกลางที่สุด ต่อเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน และควรสร้างบรรยากาศทางสังคม บ้านเมืองให้สุขสงบ และดำรงอยู่อย่างปกติที่สุด และควรเป็นหน่วยที่ต้องช่วยการสร้างทางออกที่ดีของสังคมในสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน มิใช่มาวางตนเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง
3. ทหาร จะต้องทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง และต้องเปิดพื้นที่การสื่อสารเพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้รับรู้และเข้าใจถึงผลดี และผลเสียของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรงในระยะยาว ทั้งนี้เพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีสิทธิที่จะเลือกอนาคตของตนเองอย่างมีเหตุผลมากขึ้น
4. ทหารในพื้นที่ รวมรวมรวมข้อมูลทางวิชาการที่มีอยู่ และรับฟังความเห็นของประชาชนทั้งหมด เพื่อนำเสนอให้กับผู้บังคับบัญชาส่วนกลางทราบ เพื่อรายงานให้กับรัฐบาลต่อไป
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้  เห็นว่าทหารในพื้นที่คือองค์ประกอบสำคัญที่จะส่งเสริมให้บรรยากาศทางสังคมภาคใต้ให้สุขสงบได้ในขณะนี้ และอยากเห็นการวางตนอย่างเหมาะสม เพื่อให้เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่ได้
ทั้งนี้ได้เห็นถึงความสำคัญ และความจำเป็นของการทำหน้าที่ของนักวิชาการของทุกมหาวิทยาลัย ที่ได้ออกมายืนยันถึงบทบาทของตนเองอย่างตรงไปตรงมาเพื่อร่วมกันปกป้องฐานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของชุมชนท้องถิ่นทั้งภาคใต้โดยรวม  และยืนยันว่าจะเดินหน้าร่วมกับภาคี เครือข่ายภาคประชาชนอื่นๆเพื่อการปกป้องการทำบทบาทหน้าที่นี้อย่างถึงที่สุดต่อไป
คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)
25  พฤษภาคม 2559
อ่านเพิ่มเติม หยุดคุกคามนักวิชาการต้านถ่านหิน โดย เครือข่ายพลเมืองสงขลา
โรงไฟฟ้าถ่านหิน25 พฤษภาคม 2559 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ได้แถลงการณ์ เรียกร้องให้ทหารหยุดจำกัดเสรีภาพของนักวิชาการเพื่อสังคมในกรณีการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพา
 

หยุดคุกคามนักวิชาการต้านถ่านหิน

อีเมล พิมพ์ PDF

คุกคามนักวิชาการถ่านหินสืบเนื่องจากกรณีที่มีหนังสือของทางราชที่ กห. 0484.63/1113 จากมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ลงวันที่ 21 เม.ย. 2559 เรื่อง ขอความร่วมมือการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ลงนามโดย พล.ต.วิรัชช์ กมลศิลป์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 เพื่อขอความร่วมมือการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา มีรายละเอียดว่า

 

WEBSITE UPDATE : ร่วมรักษาป่าใหญ่ให้คนไทยทั้งชาติกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร YOU CAN HELP


รับข่าวสาร

Community

Instagram

ebooks

สาส์นสืบฉบับล่าสุด

นักอนุรักษ์
สาส์นสืบ ฉบับ
นักอนุรักษ์
สืบ นาคะเสถียร
DOWNLOAD

Who's online

เรามี 216 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

<<  พฤษภาคม 2016  >>
 จ.  อ.  พ.  พฤ  ศ.  ส.  อา 
      
  2  3  4  5  6  7  8
  91112131415
162122
2324252829
31     
หยุดให้บริการชั่วคราว
nodam
เหตุผลในการคัดค้าน
เขื่อนแม่วงก์
โดย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ป่าตะวันตก


SNF Shop

http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/814660smallslideshop_2015_03.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/620037smallslideshop_2015_01.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/917465smallslideshop_2015_02.jpg

ผู้สนับสนุนมูลนิธิ

http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/261334porarr.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/764700banner_sponcer_passaya.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/437857banner_sponcer_scb.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/164379__________________.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/728198____________.jpg http://seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/899639_____________________.jpg
สำหรับเจ้าหน้าที่ iconkeyy สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ครั้ง

NODAM